‘ปิยบุตร’รอคนไทย80% เห็นด้วย‘ปฏิรูปสถาบัน’


เพิ่มเพื่อน    

 

"ปิยบุตร" เผยปีนี้เดินหน้ารณรงค์ทางความคิด 3 เรื่อง รัฐธรรมนูญ สถาบันพระมหากษัตริย์ การปฏิรูปกองทัพ รอคน 80% เห็นด้วย ย้ำแก้ ม.112 ออกจากหมวดความมั่นคง และให้ฟ้องทางแพ่งเท่านั้น
    นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ให้สัมภาษณ์ไทยโพสต์ว่า กิจกรรมของคณะก้าวหน้าปีนี้จะเดินทางไปรณรงค์ทางความคิดทั่วประเทศกับนิสิตนักศึกษา ที่จะเป็นการรณรงค์ในประเด็นสำคัญๆ ที่จะต้องรณรงค์ทางความคิดต่อ ก็คือเรื่อง 1.รัฐธรรมนูญ 2.สถาบันพระมหากษัตริย์ 3.การปฏิรูปกองทัพ
    "เรื่องปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ เรื่องนี้สำคัญอย่างยิ่ง คือเรามองว่าการชุมนุมทางการเมืองเมื่อปี 2563 เขาผลักเพดานในแง่ของการที่ว่าทำให้เรื่องการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ ถูกวางไว้บนโต๊ะ ไม่ว่าคุณจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย แต่มันถูกวางไว้อยู่บนโต๊ะเรียบร้อยแล้ว"
    นายปิยบุตรกล่าวว่า การปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์จะเกิดขึ้นได้ ย่อมหมายความว่าคนในสังคมต้องเอาด้วย ที่ไม่ใช่แค่ 51กับ 49 เปอร์เซ็นต์ แต่ต้อง 70-80 เปอร์เซ็นต์ ที่ตอนนี้มันยังไปไม่ถึง คืออาจจะมีบางคนเอาด้วยแต่ก็ไม่กล้าพูด หรือบางคนเอาด้วยเล็กน้อย แต่หากแรงไปก็ไม่เอา แล้วก็อาจมีบางคนไม่เอาเลย และก็อาจมีบางคนบอกไว้ทีหลัง มันมีหลายแบบ
    ส่วนการแก้ไข ม.112 นั้น เลขาธิการคณะก้าวหน้ากล่าวว่า ตั้งแต่สมัยเป็นนักวิชาการ เห็นปัญหาของเรื่องคดีอาญาของมาตรานี้มาตลอด ปัญหาของมาตรา 112  มันไปอยู่ในหมวดของความมั่นคงของราชอาณาจักร ถ้าเป็นประชาธิปไตยมีพระมหากษัตริย์อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ พระมหากษัตริย์ถูกดูหมิ่นหรือหมิ่นประมาท มันไม่ได้กระเทือนต่อราชอาณาจักร เพราะราชอาณาจักรยังอยู่
    "ตรรกะเทียบเคียงง่ายๆ หากกระทบกระเทือนต่อราชอาณาจักรจริง ที่ไปดำเนินคดีกันไม่รู้กี่คดีแล้ว แต่ราชอาณาจักรก็ยังคงอยู่เหมือนเดิม โดยเนื้อหาความผิดในมาตรานี้จึงไม่ได้กระทบกระเทือนต่อราชอาณาจักร จึงควรย้ายหมวดมันออกมา"
    เขายังกล่าวว่า เรื่องอัตราโทษของมาตรา 112 ที่สูงมาก คือโทษจำคุก 3-15 ปี เป็นอัตราโทษที่สูงกว่าสมัยสมบูรณาญาสิทธิราชย์อีก เพราะสมัยสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ที่เราบอกพระมหากษัตริย์เป็นทุกสิ่งทุกอย่างของรัฐรัฐนั้น แต่โทษกลับน้อยกว่าสมัยปัจจุบัน
    นายปิยบุตรกล่าวว่า ควรต้องคิดทั้งระบบเลยว่า ตั้งแต่ประมาท-ดูหมิ่น ประมุขของรัฐ ตั้งแต่พระมหากษัตริย์ พระราชินี พระรัชทายาท ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ศาล เจ้าพนักงาน ทูต และประชาชนคนธรรมดา ทั้งหมดนี้ หากมีการหมิ่นประมาท ดูหมิ่นกัน เอาออกจากโทษอาญาได้หรือไม่ แล้วให้ไปว่ากล่าวกันเอง ที่ก็คือไปเรื่องของทางแพ่ง ซึ่งหลายประเทศทำแล้ว
    “ผมขอถามผ่านบทสัมภาษณ์ครั้งนี้ถึงคนที่จงรักภักดี คนที่เป็นรอยัลลิสต์ ผมถามว่าคุณคิดจริงๆ หรือว่าการใช้ข้อหามาตรา 112 มากเท่าไหร่จะยิ่งรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ได้มากเท่านั้น ความเห็นผมคือไม่ใช่ คุณจะรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ได้อย่างไร ด้วยการที่บอกว่าประเทศนี้มีคนโดนดำเนินคดีมาตรา 112 เป็นร้อยเป็นพันคน นี่คือการรักษาสถาบันหรือ ผมว่าไม่ใช่แน่ การรักษาสถาบัน แต่คุณไปบอกว่าประเทศนี้สถาบันทรงพระเกียรติยศ มีประวัติศาสตร์ความเป็นมาต่อเนื่องยาวนาน มีคุณูปการความสำคัญต่อราชอาณาจักรไทย แต่อีกด้านหนึ่งมีคนโดนมาตรา 112 เป็นร้อยเป็นพัน แล้วคนโดนรอบนี้ดันเป็นเยาวชนของชาติหมดเลย ผมว่าสิ่งนี้ไม่ใช่วิธีการรักษาปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์แน่นอน” แกนนำคณะก้าวหน้ากล่าว (อ่านรายละเอียดฉบับแทบลอยด์).


 


ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่า.... รัฐบาลเขามีนโยบายอะไรที่ล้ำลึกในการรับมือขบวนการ "เปลี่ยนระบอบประเทศ-ล้มสถาบัน" ที่กลุ่มอาจารย์มหา'ลัยกับกลุ่มการเมืองกลุ่มหนึ่งสมคบขบวนการนอกชาติที่หวังเข้ามามีอำนาจเหนือชาติ

'ไฟป่า-ไฟเมือง' เรื่องจงใจ
ว่าด้วย 'ดอกประชาธิปไตย'
มีค่า"ต่อเมื่อ"ขื่อคาถึง
เมื่อ 'ความยุติธรรม' สถิต
วันชี้ชะตา 'กำนันสุเทพ'
'รหัส ๓ ตัวเลขไว้วางใจ'