ประชาชน97% หนุนใช้'ม.112' จัดการแก๊งทอน


เพิ่มเพื่อน    


    โพลเผย 97% หนุนดีอีเอสใช้มาตรา 112  จัดการ “ธนาธรและพวก” เด็ดขาด ซ้ำ 93% มองไม่ใช่การเมือง แต่เป็นการบังคับใช้กบิลเมือง “พุทธิพงษ์” ได้เฮ ประชาชนส่วนใหญ่แห่ชื่นชม “วัชระ” ตามขยี้ "สกุลธร"  เตรียมบุกกองปราบฯ ถามความคืบหน้าคดีสินบน    
    เมื่อวันอาทิตย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล  กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล สถาบันวิจัยความสุขชุมชนและความเป็นผู้นำ ได้นำเสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่องกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กับมาตรา 112 โดยศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวน 1,807 ตัวอย่าง โดยเมื่อถามถึงความเห็นต่อดีอีเอสกรณีแจ้งความดำเนินคดีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า และคนอื่นๆ ในขบวนการ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 พบว่าส่วนใหญ่หรือ 97.4% เห็นด้วย ในขณะที่ 2.6% ไม่เห็นด้วย 
    และเมื่อสอบถามถึงการบังคับใช้กฎหมายตามมาตรา  112 เป็นเรื่องที่แต่ละคนต้องใช้สิทธิตามกฎหมายบ้านเมืองเพื่อความสงบสุขของประเทศและประชาชน ไม่ใช่เรื่องการเมือง พบว่าส่วนใหญ่หรือ 93% เห็นด้วยว่า เป็นเรื่องสิทธิของแต่ละคนตามกฎหมายบ้านเมืองเพื่อความสงบสุขของประเทศและประชาชนมากกว่า ไม่ใช่เรื่องการเมือง ในขณะที่เพียง 7% ไม่เห็นด้วย
    ที่น่าสนใจคือ หลังจากนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดีอีเอสบังคับใช้กฎหมายตามมาตรา 112 พบว่าส่วนใหญ่หรือ 97.7% พอใจนายพุทธิพงษ์ ในขณะที่ 2.3% ไม่พอใจ  นอกจากนี้ส่วนใหญ่หรือ 98.4% สนับสนุนนายพุทธิพงษ์จัดการกวาดให้เรียบพวกขบวนการจาบจ้วง ล่วงละเมิด คุกคามในหลวงและทุกพระองค์ในสถาบันหลักของชาติ ในขณะที่เพียง 1.6% ไม่สนับสนุน 
    "ที่น่าเป็นห่วงคือ ส่วนใหญ่หรือ 75% ระบุเป็นไปได้ค่อนข้างมากถึงมากที่สุด ที่คนในชาติจะแตกแยกมากขึ้น  ถ้าปล่อยให้มีการล่วงละเมิด จาบจ้วง คุกคามในหลวงและทุกพระองค์ในสถาบันหลักของชาติ ในขณะที่ 14.3% ระบุเป็นไปได้ปานกลาง และ 10.7% ระบุเป็นไปได้ค่อนข้างน้อยถึงเป็นไปไม่ได้เลย"
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดลกล่าวว่า ผลโพลครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่าดีอีเอสโดยนายพุทธิพงษ์กำลังทำตามความคาดหวัง และการสนับสนุนของประชาชนในการออกมาปกป้องรักษาเสาหลักของชาติ เพื่อยับยั้งขบวนการที่ใช้ข้อมูลเท็จหวังทำลายสถาบันหลักของชาติ หรือทำให้สั่นคลอนและสร้างความแตกแยกของคนในชาติ ประชาชนส่วนใหญ่จึงสนับสนุนนายพุทธิพงษ์ใช้กฎหมายคุ้มครองสิทธิทุกคน  และเป็นกลไกของประเทศเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายได้ใช้สิทธิตามกฎหมายในกระบวนการยุติธรรม โดยทุกคนย่อมได้รับการคุ้มครองสิทธิตามกฎหมาย แนวทางนี้จึงไม่ใช่เรื่องการเมืองและไม่ใช่การใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือทางการเมือง 
    “การเมืองเป็นเรื่องการเมือง เพราะใครก็ตามที่ถูกล่วงละเมิดสิทธิ ถูกคุกคาม ย่อมต้องอาศัยกฎหมายหยุดการคุกคามนั้น จึงดีกว่านักการเมืองบางคนพาคนลงถนน คุกคามผู้อื่น เบียดเบียนผู้อื่น ที่เคยทำกันในช่วงปีที่ผ่านมา" ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดลระบุ
    มีรายงานว่า ในวันจันทร์ที่ 25 ม.ค. เวลา 09.40 น.  นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.)  จะเข้ายื่นหนังสือถึง พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผู้บังคับการกองปราบปราม เพื่อขอทราบความคืบหน้าสำนวนคดีนายสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ ติดสินบนเจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ จำนวน 20 ล้านบาท ตามคำพิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง และขอให้พิจารณาเพิ่มบริษัท เรียลแอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์  เป็นผู้ต้องหาด้วย เนื่องจากเช็คที่จ่ายเงินสินบนใบแรก 5  ล้านบาทเป็นของบริษัทนี้
    ด้าน นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานยุทธศาสตร์กลุ่มไทยภักดี โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ "ล้ม 112 ภัยคุกคามใหม่" โดยระบุว่า "ได้อ่านแนวคิดของนายปิยบุตร แสงกนกกุล  แกนนำคณะก้าวหน้าที่คิดจะแก้ไขมาตรา 112 แล้ว โดยเฉพาะคำขู่ที่บอกว่าจะเกิด anarchy revolution หรือสังคมเกิดอนาธิปไตยนั้น บอกได้เลยว่าแค่นี้ก็ตีโจทย์ผิดทันทีที่เอาสถาบันพระมหากษัตริย์มาเป็นปัญหา เพราะอำนาจบริหารเพื่อความอยู่ดีกินดี และทุกๆ อย่างอยู่ที่รัฐบาล  ปัญหาทุกอย่างมันอยู่ที่ความมีคุณธรรมของนักการเมือง  ซึ่งปัญหาที่ผ่านมาของประเทศเกิดจากนักการเมืองทุจริต  ใช้อำนาจไม่ชอบ ไม่มีคุณธรรม แทนที่คุณคิดจะปรับปรุงสิ่งเหล่านี้ อยู่ๆ ก็โผล่มาเอาสถาบันพระมหากษัตริย์ให้มาเป็นคู่ขัดแย้ง โดยไม่สนใจความชั่วร้ายของนักการเมืองที่สร้างปัญหาให้ประเทศ
    แม้พวกคุณพยายามที่จะเอาสถาบันพระมหากษัตริย์มาเป็นคู่ขัดแย้งกับประชาชน แต่ประชาชนเขาไม่เอาด้วย  วันนี้พวกคุณกำลังเป็นคู่ขัดแย้งกับสถาบันเสียเอง และประชาชนส่วนใหญ่เขาทนไม่ได้ จึงประกาศเป็นคู่ขัดแย้งกับพวกคุณด้วย การที่พวกคุณพยายามที่จะแก้ไขมาตรา 112 เพื่อลดพระเกียรติสถาบันพระมหากษัตริย์ ใครๆ ก็มองออก หากปล่อยให้พวกคุณทำตามที่ต้องการ วันหนึ่งสถาบันก็ถูกทำลาย แล้วก็คงมีนักการเมืองเลวๆ ขึ้นมาสถาปนาระบอบสาธารณรัฐ คุณคิดหรือว่าบ้านเมืองจะสงบสุข" นพ.วรงค์กล่าว
     นพ.วรงค์ยังโพสต์อีกว่า "ที่มาข่มขู่เรื่อง anarchy  revolution คิดหรือว่าประชาชนเขากลัว และไม่แน่ใจว่า เมื่อเกิดอนาธิปไตยแล้ว ใครกันแน่ที่จะได้รับผลกระทบ  เกรงว่าพวกคุณมากกว่าที่จะได้รับผลกระทบนี้ ท้ายที่สุดหากไม่มีแผ่นดินอยู่ ช่วยไม่ได้นะ เพราะเชื่อว่าประชาชนเข้าใจถึงเรื่องกฎหมายกันดี กฎหมายจับความเร็ว ก็มักจะมีปัญหากับคนขับรถเร็ว กฎหมายเป่าแอลกอฮอล์ ก็มักจะมีปัญหากับพวกเมาแล้วขับ กฎหมายมาตรา 112 ก็จะมีปัญหากับพวกจาบจ้วง คิดล้มล้าง ซึ่งดูหน้าดูตาแล้วก็หน้าซ้ำๆ กลุ่มเดิมๆ ถึงวันนี้คนไทยเขาพร้อมแล้วที่จะสู้กับพวกคุณ".


ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่า.... รัฐบาลเขามีนโยบายอะไรที่ล้ำลึกในการรับมือขบวนการ "เปลี่ยนระบอบประเทศ-ล้มสถาบัน" ที่กลุ่มอาจารย์มหา'ลัยกับกลุ่มการเมืองกลุ่มหนึ่งสมคบขบวนการนอกชาติที่หวังเข้ามามีอำนาจเหนือชาติ

'ไฟป่า-ไฟเมือง' เรื่องจงใจ
ว่าด้วย 'ดอกประชาธิปไตย'
มีค่า"ต่อเมื่อ"ขื่อคาถึง
เมื่อ 'ความยุติธรรม' สถิต
วันชี้ชะตา 'กำนันสุเทพ'
'รหัส ๓ ตัวเลขไว้วางใจ'