เปิดเทรนด์อีคอมเมิร์ซรับปี64


เพิ่มเพื่อน    

 

        หนึ่งในมาตรการที่สมาคมผู้ค้าปลีกไทยอยากให้ภาครัฐเร่งพิจารณาเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีนำเข้ากับสินค้าที่ซื้อขายผ่านก่อนหน้านี้ คงเป็นเรื่องของอีคอมเมิร์ซที่นำเข้าจากต่างประเทศ จะเห็นได้ว่าจากข้อมูล ETDA มูลค่าของอีคอมเมิร์ซมีขนาดใหญ่มากถึง 300,000 ล้านบาท แต่ยังไม่มีมาตรการควบคุมที่ชัดเจน  มีการขายสินค้าในราคาที่ต่ำกว่าทุน ไม่มีมาตรการเรื่องการเก็บภาษีนำเข้า และภาษีมูลค่าเพิ่มตั้งแต่บาทแรก ทำให้เอสเอ็มอีไทยไม่สามารถแข่งขันได้ 

                ส่วนไพรซ์ซ่านั้นได้ทำการเผยข้อมูลแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ 2564 ว่ามีการขยายตัวกินรวบตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ ขณะเดียวกันยังมาแชร์ 5 เทรนด์อีคอมเมิร์ซรับปีนี้ ซึ่งจะเห็นว่าร้านค้าต่างชาติกินส่วนแบ่งตลาดไทยกว่า 63% แน่นอนว่าในเรื่องดังกล่าวผู้ค้าไทยเร่งปรับตัว มาดูกันว่ามีอะไรน่าสนใจสำหรับปีนี้กันบ้าง 

                ธนาวัฒน์ มาลาบุปผา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไพรซ์ซ่า จำกัด ระบุว่า สำหรับ 5 เทรนด์อีคอมเมิร์ซ อย่างแรกเลยคือ 1.E-commerce Boom creates high competition ย้อนดูคาดการณ์มูลค่าตลาดอีคอมเมิร์ซในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ของตลาดบีทูซีและซีทูซีที่คาดว่าจะเติบโตขึ้น 81% จาก 163,300 ล้านบาท เป็น 294,000 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา จากข้อมูลของไพรซ์ซ่าพบว่าในปี 2563 จำนวนสินค้าใน 3 แพลตฟอร์มอย่าง Lazada Shopee และ JD CENTRAL มีจำนวนสินค้าเพิ่มขึ้นกว่า 32% และเมื่อดูผู้ขายจะพบว่าจำนวนพ่อค้าแม่ค้าในประเทศไทยมีจำนวนเพิ่มขึ้นสูงถึง 50% ด้วยกัน ชี้ให้เห็นถึงการปรับตัว และเข้ามาแข่งขันในตลาดออนไลน์มากยิ่งขึ้น 

                แม้ว่าจำนวนของพ่อค้าแม่ค้าในไทยจะมีมากขึ้น แต่เมื่อเจาะลึกลงไปกลับพบว่า ส่วนแบ่งการตลาดของจำนวนสินค้าในไทยยังคงเป็นสินค้าจากต่างชาติที่กินส่วนแบ่งกว่า 63% เลยทีเดียว นี่เป็นเรื่องสำคัญที่ผู้ค้าชาวไทยต้องเร่งพัฒนาสินค้า เพราะการแข่งขันด้วยราคาไม่อาจสู้สินค้าจากประเทศจีนได้อย่างแน่นอน!

                เทรนด์ที่ 2 คือเรื่องของ Direct to Consumer หลายๆ แบรนด์หันมาสร้างช่องทางการขายสินค้าโดยตรงสู่ผู้บริโภค โดยไม่ผ่านช่องทางการกระจายสินค้าเช่นเดิม จากข้อมูลของไพรซ์ซ่าพบว่า จำนวนร้านค้า Brand Official Shop ใน Shopee Mall และ Laz Mall มีจำนวนร้านค้าเพิ่มขึ้นกว่า 46% ชี้ให้เห็นถึงแบรนด์ที่ต้องการสร้างความสัมพันธ์โดยตรงกับลูกค้า ตลอดจนลูกค้าก็มีความรู้สึกมั่นใจได้ว่าการได้ซื้อสินค้าโดยตรงกับแบรนด์จะได้รับสินค้าที่ถูกต้อง ของแท้แน่นอน

                ต่อมาคือเทรนด์ที่ 3 From search base shopping to Discovery-base Shopping ในยุคสมัยก่อนคนอยากซื้ออะไรก็พิมพ์ค้นหาบนเสิร์ชเอนจิ้น หน้าที่ของคนขายจึงต้องทำให้ตัวเองเกิดการค้นเจอ แต่เทคโนโลยีปัจจุบันทำให้เราไม่ต้องค้นหาสินค้าอีกต่อไป แต่กลับด้านกัน สินค้ามันเรียนรู้สิ่งที่เราสนใจ และค้นหาจนโผล่มาบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของเราจนโดนป้ายยา อุดหนุนสินค้านั้นๆ ในที่สุด จากข้อมูลจะเห็นได้ว่า 53% ของออนไลน์ช็อปปิ้งมาจากการที่สินค้าเรียนรู้และค้นหาสิ่งที่ผู้คนสนใจ และอีก 35% มาจากคนเสิร์ชหาข้อมูลสินค้าเอง

                ส่วนเทรนด์ที่ 4 คือ Influencer Commerce KOL หรือ Key Opinion Leader จะได้รับความนิยมพุ่งสูง จากข้อมูลสถิติของ South China Morning Post 2019 พบว่า 60% ของรูปแบบ Social Marketing ที่มีประสิทธิภาพ และช่วยสร้างเม็ดเงินให้กับผู้ประกอบการมากที่สุด คือ KOL เห็นได้จากกรณีศึกษาของประเทศจีนที่แบรนด์สินค้าจะนิยมจ้างดารา นักแสดง หรือผู้ที่มีชื่อเสียงมาโปรโมตสินค้า ไม่ว่าจะเป็นผ่านไลฟ์สดหรือบนโซเชียลมีเดียโพสต์ต่างๆ ซึ่งได้สร้างยอดขายถล่มทลายให้กับแบรนด์สินค้านั้นๆ สิ่งนี้จะเป็นอีกหนึ่งรูปแบบโซเชียลมาร์เก็ตติ้งที่น่าจับตามองในปีนี้

                เทรนด์สุดท้ายคือ Convergence of Platform การขยายตัวของแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในประเทศไทยจะกินรวบตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ จากจุดเริ่มต้นของแพลตฟอร์มที่เน้นให้บริการเดียว ได้ขยายตัวให้บริการในด้านอื่นๆ กันมากขึ้น จากภาพเราจะเห็นได้ชัดเจนว่า หลายๆ แพลตฟอร์มได้ขยายตัวให้บริการตั้งแต่สื่อ, โฆษณา, อีคอมเมิร์ซ,  ธนาคาร ไปจนถึงระบบขนส่งอีกด้วย  

            จากเทรนด์ที่กล่าวมาจะเป็นแนวโน้มที่น่าจับตามองของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ทั้งการแข่งขันกันของแต่ละแพลตฟอร์ม รูปแบบการทำการตลาด ตลอดจนการแข่งขันของสินค้าจีนที่ผู้ประกอบการไทยต้องเร่งหาวิธีพัฒนา สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับแบรนด์ตัวเองเพื่อต่อสู้ในสงครามอีคอมเมิร์ซกันต่อไปในอนาคต.   

รุ่งนภา สารพิน


พลัม-จุฑาฑัตต เหล่าธรรมทัศน์ Chutathut Laothamatas ตอนนี้ เรือนจำไม่อนุญาตให้เยี่ยม เพราะลุงกำนันและพี่ๆ ถูกกักตัวตามมาตรการป้องกัน covid นะคะ ให้พบได้เฉพาะทนาย

เมื่อ 'ความยุติธรรม' สถิต
วันชี้ชะตา 'กำนันสุเทพ'
'รหัส ๓ ตัวเลขไว้วางใจ'
แม่ๆ ของคน 'สู้แล้วรวย'
'นิพพานสังคมไทย'
ครึ่งหลัง"รัฐบาล"ชักจะแย่