ฝนตกหนักหวั่นเปิดเทอมอ่วม


เพิ่มเพื่อน    

 

    ประเทศไทยยังคงมีฝนต่อไป อุตุฯ เตือนประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนัก กทม.และปริมณฑลโอกาสมีฝนร้อยละ 60 และมีฝนตกหนักบางแห่ง

    กรมอุตุนิยมวิทยาคาดหมายลักษณะอากาศในรอบสัปดาห์ ดังนี้ ในช่วงวันที่ 13-14 พฤษภาคม ประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนองหลายพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ ส่วนในช่วงวันที่ 15-19 พ.ค. ประเทศไทยจะมีฝนลดลง 

    ข้อควรระวัง ในช่วงวันที่ 13-14 พ.ค. ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย สำหรับชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังในขณะที่มีฝนฟ้าคะนอง

    ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ในช่วงวันที่ 13-14 พ.ค. คลื่นกระแสลมตะวันตกจากประเทศเมียนมาเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมีลมตะวันออกเฉียงใต้จากทะเลจีนใต้พัดนำความชื้นเข้ามาปกคลุมประเทศไทย ทำให้ประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนองหลายพื้นที่และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนในช่วงวันที่ 15-19 พ.ค. ลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมประเทศไทยมีกำลังอ่อนลง ทำให้บริเวณประเทศไทยมีฝนลดลง

    พยากรณ์อากาศ ภาคเหนือ ในช่วงวันที่ 13-14 พ.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนในช่วงวันที่ 15-19 พ.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-30 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

    ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในช่วงวันที่ 13-14 พ.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนในช่วงวันที่ 15-19 พ.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-30 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

    ภาคกลาง    ในช่วงวันที่ 13-14 พ.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนในช่วงวันที่ 15-19 พ.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-30 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

    ภาคตะวันออก    ในช่วงวันที่ 13-14 พ.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนในช่วงวันที่ 15-19 พ.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-40 ของพื้นที่ ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-37 องศาเซลเซียส

    ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) ในช่วงวันที่ 13-14 พ.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนในช่วงวันที่ 15-19 พ.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-40 ของพื้นที่ ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-36 องศาเซลเซียส

    ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) ในช่วงวันที่ 13-14 พ.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร ส่วนในช่วงวันที่ 15-19 พ.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-40 ของพื้นที่
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส

    กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ในช่วงวันที่ 13-14 พ.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนในช่วงวันที่ 15-19 พ.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-40 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

    ศูนย์ป้องกันน้ำท่วม สำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร รายงานว่า เมื่อเวลา 14.20 น. วันที่ 13 พ.ค. มีฝนปานกลางถึงหนักบริเวณเขตดินแดง ราชเทวี พญาไท ป้อมปราบฯ พระนคร ดุสิต จตุจักร บางซื่อ บางพลัด ต่อเนื่อง จ.นนทบุรี และฝนเล็กน้อยบริเวณเขตสวนหลวง บึงกุ่ม ลาดพร้าว ห้วยขวาง ปริมาณฝนรวมสูงสุด เขตดุสิต 39.0 มม. รอบนอกฝนเล็กน้อยถึงปานกลาง จ.ชลบุรี เคลื่อนตัวทิศเหนือ

    ขณะเดียวกันในหลายพื้นที่เริ่มมีฝนตกลงมา ทั้งบริเวณย่านบางพลัด สะพานซังฮี้ งามวงศ์วาน แยกพงษ์เพชร วงเวียนบางเขน ราชดำเนิน บางศรีเมือง บางใหญ่ และ จ.นนทบุรี นอกจากนี้ บริเวณถนนพิชัยและถนนสุโขทัย อาคารรัฐสภามีต้นไม้ล้ม ขอให้ประชาชนใช้ความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าว.


"...ขอแสดงความยินดีกับบัณฑิตใหม่ทุกคนค่ะ ขอให้ประสบความสุขความสำเร็จในชีวิตค่ะ ส่งผ่านความภาคภูมิใจไปถึงบัณฑิตทุกคนและครอบครัวนะคะ..."

ความจริงจากเยอรมัน
'สรรพรส-สรรพเรื่อง' (เละๆ)
เมื่อคืนของ 'ประธานชวน'
นายกฯ ชัดแล้ว...ฝ่ายค้านล่ะ?
หน้า 'สัปปายรัฐสภาสถาน'
ในแผ่นดิน 'รัชกาลที่ ๑๐'