'สิทธิและหน้าที่' คนไทย


   

      เรื่อง "ครอบครัวหัวร้อน" ที่ตัวแม่ประกาศ "ฉัน..นิติ มธ." นี่

      คนวิจารณ์กันขรม....

      เทียบกับเรื่อง "พ.ต.ท.สันธนะ" อดีตตำรวจหัวร้อน ถูกจับแล้วร้องแงๆ

      "ขอเอาชีวิตคุณพ่อ-คุณแม่เป็นเดิมพัน" ว่าการกระทำของตัวเองถูกต้อง-ดีงาม นั้น

      ต้องบอกว่า เรตติง "กระฉูด" พอๆ กัน!

      ประเด็นน่าสังเกตพฤติกรรม "มนุษย์ร่วมสังคม" วันนี้ ก็คือ

      ทุกวันนี้ "คนเก่งกฎหมายเยอะ"

      เก่งแบบ "หัวหมอ-หัวร้อน" หรือเก่ง "แบบรู้-แบบตะแบงรู้" ผมไม่ทราบในแต่ละราย

      ทราบแต่ในภาพรวมว่า.....

      นี่คือ "ปฏิกิริยาต้าน" จากสังคมส่วนหนึ่ง ที่ก่อเกิดและสะสมขึ้นมาเองเรื่อยๆ จนถึงขั้นเรียกว่า "ภูมิต้านทาน"

      ก็ "ต้านทาน" การใช้กฎหมาย "เอะอะจับก่อน" ของตำรวจนั่นแหละ!

      มันเป็นปฏิกิริยาต้านเหมือน ด้วง, หนอน, แมลง ที่กัดกินพืชไร่ แรกๆ ถูกสารเคมีพ่นใส่

      ก็ "งอก่อ-งอขิง"

      แต่มันค่อยๆ สร้าง "ภูมิต้านทาน" ขึ้นมาเรื่อยๆ จนเดี๋ยวนี้ ยิ่งพ่น มันยิ่งระบาด

      เรียกว่ามาถึงขั้น "สู้ยา" แล้ว.......

      สู้จนสารเคมีวันนี้ เอามันอยู่ซะที่ไหนล่ะ!

      ตำรวจ ที่เอะอะ...ไปโรงพัก, เอะอะ..ยัดข้อหา จับไว้ก่อน อย่างที่บางนายทำกันจนชิน

      นั่นเป็นส่วนหนึ่งของการบ่มเพาะให้ชาวบ้านเกิด "ปฏิกิริยาต้าน" การใช้กฎหมายของตำรวจ

      จนถึงขั้น "หัวร้อน-หัวหมอ" สู้ตำรวจ ดังปรากฏ.....

      ทั้งจากระดับชาวบ้านอย่าง "ครอบครัวหัวร้อน" และจากระดับคนมียศ-มีศักดิ์ อย่าง "พ.ต.ท.สันธนะ"

      และพวก "อยากเลือกตั้ง"!

      ในรายครอบครัวหัวร้อน ที่ตัวแม่อ้าง "จบนิติ มธ." นั่น ทำเอาผมหัวหดไปด้วย

      แต่ดูกิริยาพาทีแล้ว ไม่ค่อยแน่ใจ อยากให้ มธ.อะไรนั่น ช่วยตรวจสอบทะเบียน (เพื่อสถาบันเอง) ทีเถอะว่า

      ชื่อนี้-คนนี้.....

      "จบนิติ มธ." จริงตามอ้างหรือเปล่า?

      แต่จะจบหรือไม่จบ ทำให้ต้อง "ย้อนคิด" ไปถึงต้นรากทางการศึกษาเพื่อการบ่มเพาะ "ทรัพยากรมนุษย์" ของชาติ

      หนังสือ "สมบัติผู้ดี"........

      และหนังสือ "หน้าที่พลเมืองและศีลธรรม"

      ทั้งสองเล่มนี้ น่าจะเอากลับมาบรรจุเป็น "แบบเรียน" กันใหม่นะ

      คนเรานั้น ความรู้ทางวิชาการสูงขนาดไหนก็ตาม แต่ถ้าขาดการบ่มเพาะทางจิตสำนึก ก็เหมือนผลไม้บ่มแก๊ส

      ผิวสวย แต่เนื้อใน.......

      ขอโทษ "หมาไม่แดก"!

      "ปัญหาสังคมชาติ" ร้อยละ ๙๐ เกิดจากคน "มีการศึกษา"

      แต่ขาด "สำนึก" ด้าน "สมบัติผู้ดี"

      ทั้งจิตใจ "มักได้-คับแคบ-เห็นแก่ตัว" ด้วยสำนึกใน "หน้าที่พลเมืองและศีลธรรม" ไม่มี

      อย่างที่เห็น อีกคนอ้าง "นิติ มธ." อีกคนเป็น "นายตำรวจ"

      และอีกหลายๆ คน มีทั้งนักการเมือง นักวิชาการ-นักการศึกษา

      ดูพฤติกรรม จะเห็นชัด เขาเหล่านั้น เลือกใช้ "สิทธิ" แต่ละเลย "หน้าที่"

      ระดับ "ชาวบ้าน" เสียอีก เขาไม่รู้ด้าน "สิทธิ-หน้าที่" ก็จริง

      แต่การเรียกร้องส่วนใหญ่อันเป็นการใช้ "สิทธิ" ของเขา

      มักอยู่ในกรอบ......

      ล่วงล้ำก้ำเกิน "สิทธิผู้อื่น" ในความเป็น "สังคมรวม" น้อยมาก

      ตรงกันข้าม พวกเจริญมาก รู้มาก เรียนมาก รวยมาก ทั้งอ่อน "สมบัติผู้ดี"

      ทั้งรวบรัด ใช้สิทธิตัวเองล้ำย่ำเข้าไปในสิทธิคนอื่น

      ขณะเดียวกัน......

      "ปฏิเสธ" ที่จะทำ "หน้าที่" ในความเป็นพลเมืองของตัวเอง

      พฤติกรรมคนเหล่านี้ ต้องบอกว่า เป็น "ดาบสองคม" ต่อสังคมทางตัวอย่าง

      ฝ่ายหยาบกระด้าง จะเห็นดี และยึดตาม เพราะ "ความชั่วหัดง่าย"

      แต่ฝ่ายเอื้อเฟื้อสังคม ต้องรับหน้าที่ "คานสังคม" ส่วนนั้นไว้ ค่อนข้างหนักบ่า

      เมื่อวาน อ่าน fb ผู้ใช้นามว่า "ทนายนิด้า" เขาโพสต์ข้อความ เนื้อหาทั้งน่าอ่าน ทั้งได้ความรู้ทางกฎหมาย

      คงไม่ว่ากันนะ ถ้าจะยกมาแปะไว้ตรงนี้บ้าง ดังนี้

      "ทนายนิด้า"

      ประชากรประเทศไทย มีแต่เรียกร้อง "สิทธิ" แต่ไม่เคยรู้ "หน้าที่" ตัวเอง เป็นสิ่งที่ "นิด้า" พูดมาตลอด

        เวลามีใครมารบกวนหรือกระทำให้รู้สึกเดือดร้อน รำคาญ เราจะนึกขึ้นมาได้ทันที ว่าเรา "มีสิทธิ" ที่จะอยู่อย่างสงบ ไม่ถูกผู้ใดมากระทำการรบกวน

        แต่มักไม่มีใครคำนึงว่าสิทธิที่เรามี คนอื่นเขาก็มี เราจึงต้องมี "หน้าที่" เคารพสิทธิของผู้อื่นด้วยเช่นกัน

        #เวลาโดนตำรวจจับ

        1.เรื่องแค่นี้เองทำไมต้องจับ>>แต่ไม่เคยมองตัวเองว่าเรื่องแค่นี้เอง ทำไมถึงไม่คิดปฏิบัติตาม

        2.ทีคนนู้นทำไมไม่จับ>>ตำรวจตั้งด่านมี 10 คน คนทำผิดมากันร้อยคน มันก็ต้องมีคนที่พ้นจากการถูกจับ เป็นเรื่องปกติธรรมดาสามัญ ไม่เกี่ยวกับการเลือกปฏิบัติ แค่นี้คิดไม่ได้

        3.อ้างความหาเช้ากินค่ำ>>จะหาได้วันละเท่าไหร่ ย่อมต้องรู้ว่าไม่มีสิทธิทำผิดกฎหมาย

        4.อ้างรู้กฎหมาย>>แต่รู้ไม่จริง แล้วสร้างความวุ่นวายไปใหญ่ให้สังคม

        5.อยากให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติกับเราอย่างเป็นมิตร>>แต่หลายคน แค่เห็นเครื่องแบบตำรวจก็ดูถูกเหยียดหยาม

        นิด้า มองว่าคนเหล่านี้เป็นโรค แต่โรคอะไรก็ไม่รู้เพราะไม่ได้เรียนหมอมา

        เขาคิดว่าตัวเองดี ครอบครัวตัวเองดี อาชีพตัวเองดี นอกนั้นเลวหมด

        เฉพาะอาชีพตำรวจเท่านั้น ที่มีคนเลวอยู่ ค้าขายไม่มีคนเลว ก่อสร้างไม่มีคนเลว นักธุรกิจไม่มีคนเลว

        จากประสบการณ์ชีวิตทั้งหมดที่เกิดมา เวลาเจอด่านเรียก ไม่เคยแสดงตัวว่าเป็นทนาย ไม่เคยแสดงว่ารู้จักใคร

        มีสีหรือไม่มี ก็ให้ความร่วมมือทุกครั้ง ผิดคือผิด ไม่ผิดก็โดนเขียนใบสั่งเหมือนทุกๆ คน ปริมาณค่าปรับไปต่อรองเอาที่ สน.^O^

        เคยมีครั้งหนึ่ง ขับรถคุยงานกะลูกความอยู่ เจอตำรวจตั้งด่าน ก็เปิดกระจก ตำรวจขอดูใบขับขี่ ก็ให้ดู

        นิด้าถามตำรวจว่า นิด้าผิดอะไรคะ ตำรวจบอกว่าใช้โทรศัพท์ระหว่างขับรถ

        เออ...แนบคาหูอยู่เลย คุยเพลินไปหน่อย ได้ใบสั่งมา 1 ใบ

        ในความคิดของตนเอง แม้จะรู้สึกว่าตนเองก็ยังคุยโทรศัพท์ได้ พร้อมกับขับรถได้อย่างปลอดภัย ก็ไม่เห็นต้องน่าจับอะไร

        แต่ก็ไม่ได้เถียง แค่คิดในใจ เพราะเถียงไปก็นึกละอาย กฎหมายเขามีห้ามไว้ ก็ถือว่าผิดจริง

        จากคลิปที่โด่งดังอยู่ตอนนี้ ที่บอกจอดในที่ห้ามจอด แต่อ้างว่าจอดแป๊บเดียว จอดนาทีเดียวแล้วโดนตำรวจเขียนใบสั่ง

        #เป็นการยอมรับว่า จอดในที่ห้ามจอดจริง แต่ปฏิเสธโทษที่ตนเองจะต้องได้รับ

        นิด้ามองว่า ประเทศยังมีคนแบบนี้อีกมาก และคิดว่าประเทศด้อยพัฒนา เพราะคนแบบนี้แหละ

        นิด้าพูดเสมอและจะพูดต่อไปอีกเรื่อยๆ ว่า

        #เรามีสิทธิที่จะไม่เห็นด้วยกับกฎหมาย #แต่ไม่มีสิทธิปฏิเสธการบังคับใช้กฎหมาย

        จนกว่าจะได้มีการยกเลิก แก้ไข และถูกเปลี่ยนแปลง

        เราทราบดีถึง "สิทธิ" ในการที่จะไม่ถูกเลือกปฏิบัติจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ

        "สิทธิ" ที่จะได้รับการปฏิบัติด้วยความรวดเร็ว เป็นธรรม "สิทธิ" ที่จะได้รับการบำบัดทุกข์บำรุงสุขจากเจ้าหน้าที่บ้านเมืองที่เราชอบอ้างว่ากินภาษีของตน ทั้งที่หลายคนก็ไม่เคยจ่าย

        แต่ "หน้าที่" ให้ความร่วมมือ เคารพกฎเกณฑ์ของสังคมบ้านเมือง อย่าลืมไปว่า...เราเองก็ต้องมี

        #ฝากไว้ให้ได้คิด

        นิด้า ศรันยา หวังสุขเจริญ

        ครับ.....ก็เท่านี้ ระยะนี้ มีแต่นักเลือกตั้ง นักวิชาการ ออกมาประสานเสียงในวลี

        "๔ ปี ประเทศเสียโอกาส" บ้าง..."๔ ปี ไม่ได้อะไรเลย" บ้าง

        ก็อยากเพิ่มเติม ว่า......

       "๘๖ ปี ประชาธิปไตย ประเทศไทยได้โจรการเมืองและนักวิชาการรับจ้างโจร".


เรียกว่า "พลวัต" ได้หรือเปล่า? หลัง "บิ๊กแดง" ไม่รับประกันเรื่องรัฐประหาร เพราะสาเหตุหลักอยู่ที่การเมืองว่าจะเป็นต้นเหตุจลาจลหรือไม่ ผ่านมาสาม-สี่วัน ตลาดหุ้นไม่ตกใจ! คือ...ปกติ รัฐประหาร กับตลาดหุ้น นี่เขาไม่ถูกชะตากันอยู่

การเมืองสู่ยุค "ตู่ ดิจิทัล"
'ไม่คือไม่ แต่เมื่อพูด...ก็นี่ไง'
ตามรอย '๑๓ หมูป่าท่องโลก'
คำว่า 'สืบทอดอำนาจ' มาอีกแล้ว
'ยุทธศาสตร์ชาติ' ฉบับชาวบ้าน
เงาสะท้อน 'ประเทศ' วันนี้