เดินได้ก็เดินไปเรื่อยๆ


เพิ่มเพื่อน    

     เรื่องการเดินกับวัยเปราะบางนั้น มักจะมีข้อถกเถียงกันอยู่เรื่อย ว่า เดินเยอะไม่ดีบ้าง เดินแยะข้อเข่าเสื่อมเร็วบ้าง เดินมากน่องโป่งก็ยังมี และอีกมากมายหลายเหตุผล ซึ่งคนที่มองการเดินในด้านลบ หรือก่อให้เกิดโรคนั้นโรคนี้นั้น ส่วนใหญ่มักจะเป็นพวกไม่นิยมการเดิน หรือชมชอบที่จะนั่งนิ่งๆ แล้วออกกำลังปากหรือเมาธ์มอยเท่านั้น

     โดยข้อเท็จจริงแล้ว การเดินทุกวัน เดินเท่าที่เรามีความสามารถจะเดินได้นั้น ถือเป็นสิ่งที่ดีต่อสุขภาพอนามัย ซึ่งพันเอกหญิง รศ.แพทย์หญิงสุมาภา ชัยอำนวย ยืนยันว่า ใครที่บอกว่ายิ่งเดินมาก ยิ่งทำให้ข้อเสื่อมนั้น เป็นความเชื่อที่เชยไปแล้วค่ะ

     จากงานวิจัยทางการแพทย์สมัยใหม่พบว่า การเดินหรือวิ่งอย่างถูกต้องและต่อเนื่อง จะช่วยป้องกันข้อเสื่อม ส่วนการไม่เดิน ไม่วิ่ง หรือขาดการออกกำลังกาย กลับเป็นสาเหตุที่ทำให้ข้อเสื่อม

     เพราะอะไรจึงเป็นเช่นนั้น คำตอบคือ การเดินหรือวิ่งก่อให้เกิดแรงกดที่กระดูกอ่อนผิวข้อ ซึ่งมีคุณสมบัติคล้ายฟองน้ำคอยรับแรงกระแทกในข้อ แรงกดและปล่อยอย่างเป็นจังหวะจากการเดินและวิ่ง จะเป็นการเพิ่มการหมุนเวียนของน้ำหล่อเลี้ยงภายในข้อ การเคลื่อนไหวข้อที่ทำให้เกิดแรงกดที่กระดูกอ่อนอย่างเหมาะสม และสม่ำเสมอ เป็นการให้สารอาหารแก่กระดูกอ่อน กระตุ้นการสร้างและซ่อมส่วนที่สึกหรอ ช่วยลดความเสี่ยงข้อเสื่อมได้

     ฉะนั้น ใครที่ขี้เกียจเดิน ลุกขึ้นมาเดินเถิดจะเกิดผล ซึ่งไม่แต่ทำให้กล้ามเนื้อขาและกล้ามเนื้อมัดต่างๆ ที่เกี่ยวกับการเคลื่อนไหว ไม่ว่าจะเป็นเอว สะโพก หลัง ได้มีการสร้างความยืดหยุ่นและแข็งแรงเท่านั้น แต่อวัยวะภายในไม่ว่าจะเป็นลำไส้ กระเพาะ ตับ ไต ปอด หัวใจ ได้มีการเอกเซอร์ไซส์ตามไปด้วยโดยอัตโนมัติ ซึ่งหมายถึงว่า เลือดเอย ออกซิเจนในร่างกายก็จะได้ถ่ายเท เพิ่มความแข็งแรงในการทำงานอีกต่างหาก

     เอาเป็นว่า เราไม่ต้องเดินไปแข่งกับใคร จะเดินเตร็ดเตร่ ชมวิว แวะทักคนนั้นคนนี้ ก็ดีกว่านั่งเฉยๆ แน่นอนค่ะ

                                               "ป้าเอง"


สนุกเขาละ "กทม.กับสาธารณสุข" จับชาวบ้านที่ "รอเงก" เป็นเดิมพัน แล้ว "ยักเงี่ยงใส่กัน" ด้วยปัญหาวัคซีน "ขาดตอน"!

ยอมให้ด่า "เพื่ออนาคต"
๗ ปี"ไล่นายกฯ"อย่างเดียว
"วิจัย-พัฒนา"ถึง"หมากัด"
"รัฐบาลทำดีแต่มีคนเซ็ง"
เมื่อนายกฯ ชื่อ "พิธา"
มิติ"ปัจจุบัน-อนาคต"