พปชร.-สว.ผนึกส่งศาลรธน.


เพิ่มเพื่อน    

 

ส.ว.-พปชร.จับมือลุยโหวตอังคารนี้ หวังดันให้ที่ประชุมรัฐสภามีมติส่งคำร้องไปศาล รธน. สกัดแก้ รธน. 256 ตั้งสภาร่าง รธน. "ไพบูลย์" โวมั่นใจเสียงเกินกึ่งหนึ่งเอาด้วย ยกเหตุคำวินิจฉัยในอดีตเป็นบรรทัดฐาน ปชป.ชิ่งไม่ขอร่วมสังฆกรรม

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันอังคารที่ 9 ก.พ.นี้ จะมีการประชุมร่วมรัฐสภาระหว่าง ส.ส.และ ส.ว. ซึ่งนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ได้บรรจุระเบียบวาระญัตติด่วนเรื่อง ขอเสนอญัตติตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภา พ.ศ.2563 เพื่อขอให้รัฐสภามีมติขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจ ของรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 210 (2) ที่เสนอโดยนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ และนายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา เป็นเรื่องด่วนเรื่องแรก ในระเบียบวาระการประชุม รวมถึงร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ ที่ถูกบรรจุเป็นเรื่องด่วน
    โดยญัตติขอให้รัฐสภาส่งคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญดังกล่าว เป็นการเคลื่อนไหวของ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐและสมาชิกวุฒิสภาร่วมกันลงชื่อรวม 73 ชื่อ เสนอญัตติเพื่อขอให้ที่ประชุมร่วมรัฐสภามีมติให้ส่งคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยว่าการแก้ไข รธน.มาตรา 256 เพื่อตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญมายกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่  
       ด้านนายแพทย์เจตน์ ศิรธรานนท์ สมาชิกวุฒิสภา และหนึ่งใน คณะกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติมฯ ของรัฐสภา ซึ่งเป็นหนึ่งใน ส.ว.ที่ร่วมลงชื่อในญัตติเพื่อเสนอคำร้องให้ศาล รธน.วินิจฉัยดังกล่าว เปิดเผยว่า ที่ประชุมร่วมรัฐสภาจะมีการพิจารณาญัตติดังกล่าวในวันที่ 9 ก.พ.นี้ อย่างไรก็ตาม การจะส่งคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับที่ประชุมร่วมรัฐสภาจะลงมติอย่างไร เพราะขณะนี้ก็มี ส.ว.บาง ส่วนมีความคิดเห็นว่า การแก้ไข รธน.มาตรา 256 เพื่อมาร่าง รธน.ฉบับใหม่ อาจจะขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน เพราะหลักการในญัตติที่ขอแก้ไขมาตรา 256 ที่กำลังดำเนินการอยู่เป็นการทำเพื่อให้มีการยกร่าง รธน.ฉบับใหม่ อันมีความหมายว่าให้แก้ทั้งฉบับแต่หมวดแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 256 น่าจะมีเจตนาเพียงให้แก้เป็นรายมาตรา ไม่ได้มีเจตนาให้ยกร่าง รธน.ฉบับใหม่ จึงยังมีมุมมองที่เห็นว่าไม่น่าทำได้ โดยหากสุดท้ายที่ประชุมร่วมรัฐสภามีมติเสียงข้างมากโหวตส่งไปศาลรัฐธรรมนูญ ก็ต้องดูว่าศาลรัฐธรรมนูญจะรับคำร้องหรือไม่ แต่หากเป็นมติของรัฐสภา ศาลรัฐธรรมนูญก็น่าจะรับคำร้องไว้ ซึ่งก่อนหน้านี้ศาลรัฐธรรมนูญก็เคยมีบรรทัดฐานคำวินิฉัยเดิมเมื่อปี 2555 อยู่ก่อนแล้ว ที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตราเดียวเพื่อยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับไม่อาจทำได้ เพราะประชาชนเป็นผู้สถาปนารัฐธรรมนูญ ประชาชนย่อมใหญ่กว่ารัฐธรรมนูญ ประชาชนจึงย่อมให้แก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อยกร่าง รธน.ฉบับใหม่ได้ หากประชาชนมีมติยอมรับ ซึ่งถึงตอนนี้ก็คิดว่าสมาชิกรัฐสภาแต่ละคนก็มีคำตอบอยู่แล้วว่าจะโหวตอย่างไร
      "สำหรับผมแน่นอนว่าจะโหวตเพื่อให้ส่งคำร้องไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย เพราะผมเป็นหนึ่งในสมาชิกรัฐสภาที่ร่วมลงชื่อด้วย แต่ก็มี ส.ว.อีกหลายคนเหมือนกันที่เขาก็เห็นว่าการแก้ไข รธน.มาตรา 256 ตอนนี้น่าจะทำได้ไม่มีปัญหา เพราะเขามองว่า ยังไงสุดท้ายแล้วพอสภาร่างรัฐธรรมนูญยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ออกมา ก็ต้องส่งร่างรัฐธรรมนูญไปทำประชามติถามประชาชนอยู่แล้ว ทำให้จนถึงตอนนี้เรื่องนี้ยังมีความเห็นที่แตกต่างกันอยู่ แต่ผมก็อยากให้ส่งไปศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้เกิดความชัดเจนไปเลยว่ากระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญตอนนี้ทำได้หรือไม่ได้ เพราะหากส่งไปมันไม่ได้ทำให้เสียเวลาอะไร ส่วนหากส่งไปแล้วยังไม่มีคำวินิจฉัยออกมาก่อนโหวตวาระสองและวาระสามก็ไม่เป็นไร ก็เดินไปด้วยกันได้กับการพิจารณาของรัฐสภา" นพ.เจตน์ ส.ว.ระบุ
       เมื่อถามว่า จนถึงขณะนี้คิดว่ามีสมาชิกวุฒิสภาเอาด้วยกับการจะลงมติให้ส่งไปศาลรัฐธรรมนูญมากน้อยแค่ไหน นพ.เจตน์กล่าวว่าก็มีเยอะ แต่ก็กะจำนวนไม่ได้ เพราะการส่งไปศาลรัฐธรรมนูญ ต้องใช้เสียงเห็นชอบด้วยเกินกึ่งหนึ่งของสองสภารวมกัน แต่หากพรรคพลังประชารัฐเอาด้วยหมด มันก็เป็นไปได้ที่จะได้เสียงเกินกึ่งหนึ่ง แต่สำหรับ ส.ว. ก็คิดว่าน่าจะมีคนเห็นด้วยให้ส่งคำร้องไปศาล รธน.มากกว่าไม่เห็นด้วยที่จะส่ง แต่ก็ประเมินยากอยู่ ส่วน ส.ส.ประชาธิปัตย์กับภูมิใจไทยคงไม่โหวตให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญ เช่นเดียวกับ ส.ส.ฝ่ายค้านทั้งหมดก็คงไม่เอาด้วย
    ขณะเดียวกัน มีรายงานว่าได้มีสมาชิกวุฒิสภาบางส่วนมีความอึดอัดใจในการต้องโหวตเพื่อส่งคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพราะหากเสียงส่วนใหญ่ในวุฒิสภาเอาด้วย ก็ทำให้ ส.ว.ที่เห็นว่าเรื่องนี้ไม่ควรส่งศาลรัฐธรรมนูญเพราะการแก้ไข รธน.มาตรา 256 ทำได้ไม่ขัด รธน. แต่หากจะไปโหวตไม่เห็นด้วยกับการส่งศาลรัฐธรรมนูญ ก็อาจทำให้การทำงานกับเพื่อน ส.ว.มีความไม่สะดวกใจ เลยทำให้ ส.ว.บางส่วนกำลังคิดว่าอาจหาทางออกด้วยการงดออกเสียง เพื่อเป็นการประนีประนอมกับเพื่อน ส.ว.คนอื่น
        ด้านนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ผ่านมา พรรคประชาธิปัตย์มีจุดยืนชัดเจนว่ากระบวนการแก้ไข รธน.ปัจจุบันที่ดำเนินการอยู่เป็นเรื่องที่ทำได้และชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เพราะอยู่ในขอบเขตอำนาจของรัฐสภาที่แก้ไขรธน.ได้ เช่นเดียวกับนายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวถึงเรื่องนี้ว่า ญัตติขอแก้ไขรัฐธรรมนูญชอบด้วยกฎหมาย อยากให้นายไพบูลย์ นิติตะวัน พิจารณา หากคิดว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย ก็สามารถยื่นหลังเสร็จสิ้นวาระ 3 ได้ เพราะรัฐธรรมนูญได้ให้สิทธิ์เปิดช่องทางไว้อยู่แล้ว
    ขณะที่ในส่วนของพรรคพลังประชารัฐ มีรายงานว่าพรรคพลังประชารัฐได้นัดประชุม ส.ส.ในวันจันทร์ที่ 8 ก.พ.นี้ ซึ่งจะมีการหารือเรื่องท่าทีของ ส.ส.พลังประชารัฐต่อการโหวตญัตติให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญดังกล่าว โดยมีกระแสข่าวว่า ส.ส.พลังประชารัฐยังมีความเห็นไม่เป็นเอกภาพทั้งหมด เพราะมีทั้งที่เห็นด้วยว่าควรส่งคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย แต่อีกส่วนหนึ่งเห็นว่าไม่ควรส่ง เพราะการแก้ไขมาตรา 256 ที่รัฐสภากำลังดำเนินอยู่เป็นเรื่องที่ทำได้ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ
    ด้านนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ที่เป็นแกนนำในการเสนอญัตติส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย กล่าวย้ำว่า ญัตติดังกล่าวไม่ได้มีการขอให้ชะลอการพิจารณาหรือขอให้ศาลออกมาตรการเพื่อหยุดการพิจารณาหรือคุ้มครองชั่วคราวให้หยุดการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญ ดังนั้น การพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญสามารถเดินหน้าต่อไปได้ตามขั้นตอน ส่วนตัวเชื่อว่าที่ประชุมน่าจะเห็นชอบให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา
    เมื่อถามว่า ขณะนี้มีการพูดถึงความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาต่อข้อศึกษาของกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์ และแนวทางแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ของสภาผู้แทนราษฎร ที่ให้ระวังถูกยื่นตีความล้มล้างการปกครองฯ มองว่าจะมีผลต่อการพิจารณาลงมติด้วยหรือไม่ นายไพบูลย์กล่าวว่า ความเห็นดังกล่าวไม่ได้เกี่ยวกับญัตติโดยตรง แต่เป็นเหตุผลหนึ่งที่สามารถนำมาประกอบญัตติได้ ซึ่งจะอภิปรายเสนอในประชุมด้วยว่ามีความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา อยู่ในบทสรุป หน้าที่ 24 ระบุตอนท้ายว่า "อย่างไรก็ดี การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 นี้ ต้องคำนึงถึงคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญทั้งสองดังกล่าวฉบับข้างต้น" ซึ่งอาจมีการยกเป็นประเด็นเพื่อส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าเป็นการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขหรือไม่ เนื่องจากได้มีแนวคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเป็นบรรทัดฐานไว้แล้ว
    ส่วนพรรคฝ่ายค้านก็มีความเห็นเช่นกัน โดยนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า อย่าทำแบบพวกมากลากไป จะทำให้ประเทศเสียหาย หากมีมติให้ส่งไปศาลรัฐธรรมนูญจริง จะทำให้กระบวนการแก้ไขรับธรรมนูญสะดุดลง ทำให้การพิจารณาล่าช้าลงไปอีก.


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.