เมียนมาคึกต้านรัฐประหาร


เพิ่มเพื่อน    

 ชาวเมียนมาแสดงพลังไม่เอาเผด็จการ ย่างกุ้งคึกคักผู้ชุมนุมใกล้หลักแสน หลายเมืองใหญ่ร่วมประท้วงต้านรัฐประหารด้วย ทางการเริ่มปล่อยสัญญาณอินเทอร์เน็ตแล้วบางส่วน โป๊ปฟรานซิสทรงร่วมเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกับชาวเมียนมา

    รายงานเมื่อวันอาทิตย์ที่ 7 กุมภาพันธ์ ของสำนักข่าวเอเอฟพีและรอยเตอร์ กล่าวถึงการชุมนุมประท้วงต่อต้านเผด็จการเรียกร้องประชาธิปไตยในเมียนมาครั้งนี้ ว่าเป็นการชุมนุมประท้วงครั้งใหญ่ที่สุดนับแต่การปฏิวัติกาสาวพัสตร์เมื่อปี 2550 ที่นำไปสู่การปฏิรูประบอบประชาธิปไตยเมียนมา หรือแม้แต่การประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยเมื่อปี 2531
    เอเอฟพีอ้างการประเมินจากบางแหล่งข่าวว่า การชุมนุมประท้วงที่ย่างกุ้งในวันอาทิตย์มีผู้เข้าร่วมประมาณ 100,000 คน ส่วนของรอยเตอร์อ้างบันทึกภายในสำหรับเจ้าหน้าที่องค์การสหประชาชาติที่ประเมินว่า มีผู้ประท้วงราว 60,000 คนที่ย่างกุ้ง และอีกราว 1,000 คนที่กรุงเนปยีดอ ซึ่งอยู่ห่าง 350 กิโลเมตรทางเหนือ
    มีรายงานการชุมนุมประท้วงขนาดใหญ่ในอีกหลายเมืองทั่วเมียนมาในวันเดียวกันนั้น เช่นที่เมืองมัณฑะเลย์, มาเกว, เมียวดี และมะละแหม่ง ภาพการเดินขบวนประท้วงในหลายเมืองถูกถ่ายทอดผ่านทางเฟซบุ๊กด้วย ไม่ชัดเจนว่าผู้เผยแพร่หลบเลี่ยงการปิดกั้นอินเทอร์เน็ตของทางการได้อย่างไร
    การชุมนุมที่ย่างกุ้ง เมืองหลวงทางเศรษฐกิจของเมียนมาคึกคักที่สุด ผู้ชุมนุมชูป้ายประท้วง เช่น "ความยุติธรรมเพื่อเมียนมา" และ "เราไม่ต้องการเผด็จการทหาร" และร้องตะโกนคำขวัญเช่นเผด็จการจงพินาศ เคล้ากับเสียงอึกทึกของแตรรถยนต์ ผู้ประท้วงสวมเสื้อสีแดง ถือธงแดง ลูกโป่งสีแดงหรือใช้สีแดงที่เป็นสีของพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) และพากันชูสามนิ้วเป็นสัญลักษณ์ต้านเผด็จการ
    จี พยู จอ นักศึกษาวัย 20 ปี บอกว่า เขาเกลียดการรัฐประหารจริงๆ และไม่กลัวโดนปราบปราม เขาจะมาร่วมการชุมนุมทุกวันจนกว่าแม่ซู (นางอองซาน ซูจี) จะได้รับอิสรภาพ
    ประชาชนเมียนมายังแสดงออกซึ่งอารยะขัดขืนด้วยการนัดกันเคาะภาชนะที่ส่งเสียงดัง เช่น หม้อ กะละมังและกระป๋อง โดยเฉพาะยามค่ำคืน เอเอฟพีกล่าวว่า เมื่อเวลา 8 โมงเช้าวันอาทิตย์ ก็มีเสียงประชาชนในนครย่างกุ้งพร้อมใจกันเคาะภาชนะเสียงอึกทึกอีก
    ผู้ประท้วงประกาศด้วยว่า พวกเขาจะกลับมาลงถนนอีกครั้งในเวลา 10.00 น.ของวันจันทร์ อย่างท้าทายภาวะฉุกเฉินที่คณะรัฐประหารประกาศไว้ขณะยึดอำนาจเมื่อวันจันทร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ และบ่งชี้ว่าจะไม่รามือง่ายๆ กับการต่อต้านรัฐประหาร ผู้ประท้วงยังเรียกร้องให้ข้าราชการและลูกจ้างของภาคอุตสาหกรรมต่างๆ หยุดงานและเข้าร่วมการประท้วงด้วย
    "เราจะสู้จนถึงที่สุด" เย จ่อ นักศึกษาเศรษฐศาสตร์วัย 18 ปี กล่าว "คนรุ่นใหม่จะได้มีประชาธิปไตยถ้าพวกเรายุติระบอบเผด็จการทหารลงได้"
    การชุมนุมส่วนใหญ่ยังดำเนินไปอย่างสงบ ต่างจากการปราบปรามนองเลือดเมื่อปี 2541 และ 2550 แต่รอยเตอร์รายงานว่า ภาพวิดีโอการชุมนุมที่เมืองเมียวดีในภาคตะวันออกเฉียงใต้ของเมียนมา มีเสียงปืนดังหลายนัดระหว่างที่ตำรวจในเครื่องแบบพร้อมอาวุธเข้าชาร์จกลุ่มผู้ประท้วงหลายร้อยคน แต่ไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต
    ตัน มยิน อู นักเขียนและนักประวัติศาสตร์ ให้ทัศนะผ่านทวิตเตอร์ว่า การประท้วงต่อต้านรัฐประหารเผยให้เห็นสัญญาณทุกอย่างของกระแสที่แข็งแรงยิ่งขึ้น แต่อีกด้านหนึ่งหากมองจากประวัติศาสตร์ ก็คาดเดาได้ว่าจะมีปฏิกิริยาตามมา "อีกด้าน สังคมเมียนมาทุกวันนี้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงจากปี 2531 หรือแม้แต่ปี 2550 ทุกอย่างเป็นไปได้หมด" เขากล่าว
    การแสดงออกถึงการต่อต้านรัฐประหารที่เพิ่มมากขึ้นในเมียนมาต่อเนื่องจากการชุมนุมประท้วงครั้งใหญ่เมื่อวันเสาร์ เกิดขึ้นทั้งที่ทางการเมียนมาสั่งปิดกั้นอินเทอร์เน็ตทั่วประเทศ แต่ในวันอาทิตย์ บริการเฝ้าตรวจ เน็ตบล็อกส์ กล่าวว่า ในช่วงบ่ายวันอาทิตย์ สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้บางส่วนบนบริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือบางเครือข่าย แต่แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียยังถูกปิดกั้นและไม่ชัดเจนว่าการเชื่อมต่อจะคงอยู่ได้นานแค่ไหน
    วันเดียวกัน สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส องค์ประมุขแห่งคริสตจักรโรมันคาทอลิก ตรัสอำนวยพรชาวเมียนมาและทรงย้ำด้วยว่า พระองค์ร่วมเป็นน้ำหนึ่งในเดียวกับชาวเมียนมาและขอให้กองทัพทำงานเพื่อ "ความยุติธรรมทางสังคม, เสถียรภาพของชาติ และการอยู่ร่วมกันตามระบอบประชาธิปไตยอย่างกลมกลืน"
ส่วนที่ไทย เมื่อเวลา 11.00 น. ที่หน้าองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ถนนราชดำเนินนอก กลุ่มชาว?เมียนมาที่อาศัยอยู่ในไทย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มพระสงฆ์ นักศึกษา คนทำงาน และกลุ่มผู้สนับสนุนพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) กว่า 300 คน ?เดินทางมาชุมนุมกันเพื่อทำกิจกรรมต่อต้านการรัฐประหารในเมียนมาต่อเนื่องเป็นวันที่ 6 โดยกลุ่มผู้ชุมนุมพร้อมแสดงสัญลักษณ์พรรคเอ็นแอลดี ภาพนางอองซาน ซูจี ที่ปรึกษาแห่งรัฐเมียนมา พร้อมภาพสัญลักษณ์ต่อต้าน พล.อ.มิน อ่อง หล่าย มีการร้องเพลงชาติและเพลงปลุกใจ กับชู 3 นิ้ว?เรียกร้องให้ปล่อยตัวนางซูจีและคืนประชาธิปไตยให้เมียนมา ท่ามกลางเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.น.1 และ สน.นางเลิ้ง จำนวน 50 นาย เฝ้าสังเกตการณ์และดูแลการชุมนุม ซึ่งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย.

 


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.