'อัษฎางค์' อบรม 'มหาไพรวัลย์' พระต้องใช้เวลาศึกษาธรรมให้มาก รู้จักวางตัว ชอบทะเลาะก็สึกมาร่วมขบวนเสียดีกว่า


เพิ่มเพื่อน    

8 ก.พ.64 -จากกรณีพระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ พระนักเคลื่อนไหวทางการเมืองและสนับสนุนม็อบราษฎร โพสต์เฟซบุ๊กว่า ในตำนานความเชื่อของพุทธศาสนา พญานาคมันคือสัตว์เดรัจฉาน แล้วคนพุทธบ้านเมืองนี้มันเป็นอะไรกันนักหนา ถึงพากันไปกราบไหว้บูชาสัตว์เดรัจฉานอยู่ได้ มันช่วยอะไรบ้างพญานาคเนี่ย อาตมาสงสัย หมาที่บ้านยังมีคุณมากกว่าอีกนะ อันนี้พูดแบบไม่เกรงใจ คืออย่างน้อยหมาก็ช่วยเฝ้าบ้านให้โยมได้นะ พญานาคมันเฝ้าบ้านให้โยมได้หรือเปล่า ? ถ้าจะบูชาพญานาค บูชาหมาที่บ้านเถอะ

ล่าสุด นายอัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า “พระสงฆ์” คือมนุษย์ที่ได้ฟังคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าแล้วเกิดความเลื่อมใสศรัทธาจนสละเรือนออกบวช เพราะต้องการจะได้บรรลุธรรมตามพระพุทธเจ้าสั่งสอนไว้ ผมเคยบวชเรียนอยู่ที่วัดบวรนิเวศน์ เมื่อเกือบ 25 ปีเห็นจะได้ สมัยที่สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร เป็นเจ้าอาวาส ช่วงที่ผมบวชอยู่นั้นกำลังมีคดีความเรื่องของพระยันตระอันโด่งดัง ทำให้มีทั้งกองทัพนักข่าวและประชาชนมาโวยวาย เรียกร้องให้วัดบวรนิเวศน์ซึ่งมีพระผู้ใหญ่อยู่หลายองค์จัดการ

วันหนึ่งขณะที่ผมและเพื่อนพระใหม่ทุกองค์กำลังศึกษาพระธรรม โดยมีพระเดชพระคุณพระธรรมเมธาภรณ์ (ระแบบ ฐิตญาโณ) เป็นพระอาจารย์วิชานั้น พระธรรมเมธาภรณ์ เป็นพระอาจารย์นักเทศน์ชื่อดังในยุคนั้น ผมฟังเทศน์ของท่านมาตั้งแต่ท่านยังมีสมณศักดิ์เป็นพระโสภณคณาภรณ์ ออกทีวีอยู่บ่อยๆ พอได้มาบวชก็มีโอกาสได้เรียนกับท่าน ตอนนั้นรู้สึกตื่นเต้น

พระเดชพระคุณพระธรรมเมธาภรณ์พูดกับพวกเราว่า ชาวบ้านไม่เข้าใจว่า ปัญหาเรื่องพระยันตระ ถึงแม้จะเป็นพระสงฆ์ แต่ก็ไม่ใช่กิจของสงฆ์องค์อื่นๆ ต้องมาจัดการ หรือเกี่ยวข้อง หน้าที่ที่แท้จริงของพระสงฆ์ คือศึกษาและปฏิบัติธรรม และต้องสนใจแต่เรื่องของตนเองเท่านั้น ไม่ต้องสนใจเรื่องของผู้อื่น พิจารณาแต่ตนเอง เพื่อบำเพ็ญบุญให้พ้นทุกข์ ไม่ใช่พิจารณาผู้อื่น หรือจุ้นจ้านเรื่องของผู้อื่น ซึ่งถือเป็นการเบิกเนตรพระลูกศิษย์อย่างพวกเรา

วันก่อนเห็นข่าวพระมหาไพรวัลย์ ต่อล้อต่อเถียงกับคุณเปลว แล้วทำให้ผมคิดถึงเหตุการณ์ในวันนั้น วันที่พระเดชพระคุณพระธรรมเมธาภรณ์ เบิกเนตรให้ผมทราบว่า พระสงฆ์ควรวางตัวเช่นไร เป็นพระสงฆ์ แต่ไม่นำธรรมะที่ศึกษามาปฏิบัติ หรืออาจไม่เคยปฏิบัติธรรมเลยก็เป็นได้ ถึงได้ยุ่งเกี่ยวอยู่กับการบ้านการเมือง ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง

พูดง่ายๆได้ว่า เป็นพระสงฆ์อย่าสนใจเรื่องชาวบ้าน อย่ายุ่งกับเรื่องชาวบ้าน แม้แต่เรื่องของพระสงฆ์ด้วยกันก็อย่าไปยุ่ง แต่ให้ใช้เวลาศึกษาและพิจารณาธรรมะของตนเท่านั้น ถ้าอยากจะวิเคราะห์วิจารณ์ ทะเลาะเบาะแว้งกับญาติโยม ก็สึกออกมาร่วมขบวนกับชาวบ้านให้หมดเรื่องหมดราว จะดีเสียกว่า

ที่ชาวบ้านเขาให้อยู่ฟรีกินฟรี ก็หวังจะให้มีเวลาปฏิบัติธรรมให้เต็มที่ ไม่ใช่ใช้เวลามายุ่งเรื่องทางโลกนะท่าน

...........................................................................

พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 โดยระบุว่า ในตำนานความเชื่อของพุทธศาสนา พญานาคมันคือสัตว์เดรัจฉาน ย้ำว่า มันคือสัตว์เดรัจฉาน แล้วคนพุทธบ้านเมืองนี้มันเป็นอะไรกันนักหนา ถึงพากันไปกราบไหว้บูชาสัตว์เดรัจฉานอยู่ได้

มันช่วยอะไรบ้างพญานาคเนี่ย อาตมาสงสัย หมาที่บ้านยังมีคุณมากกว่าอีกนะ อันนี้พูดแบบไม่เกรงใจ คืออย่างน้อยหมาก็ช่วยเฝ้าบ้านให้โยมได้นะ พญานาคมันเฝ้าบ้านให้โยมได้หรือเปล่า ? ถ้าจะบูชาพญานาค บูชาหมาที่บ้านเถอะ มันซื่อสัตย์ด้วย รักเจ้าของด้วย

ต่อมา เปลว สีเงิน คอลัมนิสต์แห่งหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ก็ได้จั่วหัวในบทความว่า เดรัจฉานคติ มหาไพรวัลย์ จากนั้นก็มีเนื้อหาที่ระบุถึงพระดังกล่าว ซึ่งมีบางช่วงที่สำคัญระบุว่า

“เมื่อพระระดับเปรียญธรรม ๙ ประโยค พูดถึงพญานาคและญาติโยมด้วยถ้อยคำรุนแรง ถึงขึ้นใช้คำว่า “บูชาพญานาค บูชาหมาที่บ้าน” ดีกว่า หมามีคุณกว่าพญานาค

ขอพูดอย่างไม่เกรงใจว่า ในความรู้สึกของอาตมา เปลว สีเงิน เป็นแต่เพียงนักเขียนวัยชราที่ตกขอบ เป็นคนแก่ซึ่งมากแต่เพียงทางวัยวุฒิ หาได้มีสติปัญญาหรือความลึกซึ้งในทางความคิดความอ่านใดใดไม่ คนโบราณมีคำพูดหนึ่งที่ใช้เรียกคนประเภทนี้ว่า แก่เพราะกินข้าว เฒ่าเพราะอยู่นาน นายเปลว สีเงินนี่เข้าตำราอย่างที่โบราณสอนเลย

ล่าสุดวันนี้ 6 กุมภาพันธ์ 2564 พระมหาไพรวัลย์ ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กเพื่อตอบโต้ เปลว สีเงิน โดยระบุมีเนื้อหาบางส่วน

อาตมายืนยันอีกครั้งว่า คำพูดที่ว่า “ถ้าจะบูชาพญานาค บูชาหมาที่บ้านดีกว่า” เป็นคำพูดที่อาตมาได้คิดไตร่ตรองอย่างดีแล้ว และไม่ใช่เรื่อง “คิดต่ำคิดทราม” แบบที่นายเปลว สีเงิน ทึกทักเอาเองเลย หรืออาจเป็นเพราะคนแก่นายเปลว สีเงิน


"เหงาเหลือเกิน"....ขอบ่นซักคำเหอะ! ก็ทำไมจะไม่เหงาล่ะครับ เข้ามาโรงพิมพ์ มืดตึ๊ดตื๋อ ไม่มีใครมาทำงานซักคน! เคยเห็นแต่บริษัท "ลอยแพพนักงาน" หรือผมเป็นรายแรกที่ถูก "พนักงานลอยแพ"?

เมื่อ"ขาใหญ่"เขาจะใส่กัน
สเตร็คฟัสส์ "แยกอีสาน"
จาก Tony ถึง มิสเตอร์ H
'ไอ้กันวางไข่' มหา'ลัย
กลเกม 'ในศาล-ในถนน'
"โชคดี-โชคร้าย"ในโควิด