ยื่นศาลสกัดตั้งสสร. พปชร.-สว.ตีความแก้รธน.พท.โวยจ้องล้มทั้งกระดาน


เพิ่มเพื่อน    

  พปชร.ไม่ง้อพรรคร่วมรัฐบาล สั่ง ส.ส.ร่วมลงมติกับ 250 ส.ว.ยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความแก้ไข รธน.เพื่อตั้ง ส.ส.ร.ไม่ชอบด้วย รธน. "วิรัช" เปรียบเหมือนคนป่วยต้องเอกซเรย์ก่อน เชื่อไม่กระทบกระบวนการแก้ รธน. "เพื่อไทย"  โวยเตะถ่วง ชี้แนวปฏิบัติที่ผ่านมาการยื่นศาลหลังผ่านกระบวนการรัฐสภาแล้ว จึงถือว่าผู้มีอำนาจหวังล้มกระดานแก้ รธน. เตือนจะเกิดปฏิกิริยาทางสังคม สร้างความแตกแยกประชาชนลุกฮือ

    เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงการประชุมร่วมรัฐสภาในวันที่ 9 ก.พ. ซึ่งมีวาระพิจารณาในญัตติด่วนเพื่อขอมติจากรัฐสภาให้ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อพิจารณาวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 210 (2) ซึ่งนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พปชร. และนายสมชาย แสวงการ ส.ว. พร้อมคณะเป็นผู้เสนอว่า มี ส.ส.และ ส.ว.ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับญัตติดังกล่าว ซึ่งในวิปรัฐบาลวันนี้จะหารือกันอีกครั้งว่าจะสนับสนุนญัตติดังกล่าวหรือไม่ รวมถึงพิจารณาทั้งข้อดีและข้อเสียด้วย เบื้องต้นตนมองว่าหากเกิดกรณีที่พรรคร่วมรัฐบาล เช่นพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ไม่เห็นด้วย อาจจะให้ฟรีโหวต ทั้งนี้ในส่วนของ ส.ส.พรรค พปชร.นั้น ทราบว่า ส.ส.ของพรรคทั้งหมดจะลงมติให้ส่งตีความไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้ตัดสินและชี้ขาดต่อเรื่องดังกล่าว
    "หากมติรัฐสภาส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เชื่อว่าจะไม่เสียหายต่อกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญของกรรมาธิการ  รัฐสภาเชื่อว่าศาลรัฐธรรมนูญจะเร่งพิจารณาโดยเร็ว เพราะวันที่ 24-25 ก.พ.นี้ รัฐสภาจะพิจารณาในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระสอง และหลังจากนั้นอีก 15 วัน หรือช่วงกลางเดือนมีนาคม จะเข้าสู่วาระสาม ดังนั้นมีระยะเวลาประมาณ 1  เดือน หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าทำได้ก็เดินหน้า แต่หากให้หยุดก็ต้องหยุด"
    เมื่อถามว่า การที่ยื่นศาลรัฐธรรมนูญเป็นการยื้อหรือไม่  นายวิรัชกล่าวว่า ไม่ใช่เป็นการยื้อแต่อย่างใด แต่เราต้องตรวจสอบ เหมือนกับเราป่วยแล้วไปหาหมอแต่ไม่ยอมเอกซเรย์ ถามว่าจะรักษาหายได้อย่างไร เพราะวันนี้ถามผู้รู้ตามกฎหมาย บางคนบอกแก้ไขได้ บางคนบอกแก้ไขไม่ได้ แต่คนที่บอกถูกต้องและผูกพันทุกองค์กรคือศาลรัฐธรรมนูญ  ถึงวันนี้ไม่ถาม ก็มีญัตติของนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตส.ว.และคนอื่นๆ ที่ส่งไปให้ศาลรัฐธรรมนูญยังค้างอยู่ โดยเมื่อสัปดาห์ที่แล้วศาลรัฐธรรมนูญก็ให้นายเรืองไกรยื่นเอกสารเพิ่มเติม ฉะนั้นเราจะทำหรือไม่ทำ ศาลก็ต้องพิจารณาในส่วนนี้อยู่แล้ว
     เมื่อเวลา 15.30 น. ที่พรรคพลังประชารัฐ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองเลขาธิการพรรค พปชร. เปิดเผยว่า ที่ประชุมมีมติให้ ส.ส.ของพรรค พปชร.ลงมติเห็นชอบญัตติที่เสนอโดยนายไพบูลย์และนายสมชาย  แสวงการ ส.ว.ที่ขอให้รัฐสภามีมติส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยอำนาจหน้าที่ และอำนาจของรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 210 (2) กรณีเห็นว่ารัฐสภาไม่มีอำนาจแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อตั้ง ส.ส.ร.ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่ในส่วนของพรรคร่วมรัฐบาลมีมติให้ฟรีโหวต เนื่องจากแต่ละพรรคมีจุดยืนในเรื่องราวแตกต่างกัน
    รายงานข่าวจาก พปชร.แจ้งว่า เชื่อว่าญัตติดังกล่าวจะถูกส่งไปให้ศาลรัฐธรรมนูญอย่างแน่นอน เพราะใช้เสียงของพรรค พปชร. 121 เสียง และเสียง ส.ว. 250 เสียง รวม 371  เสียง จากเสียงทั้งหมด 728 เสียง ซึ่งถือว่าเกินกึ่งหนึ่งของรัฐสภา โดยไม่จำเป็นต้องใช้เสียงของพรรคร่วมรัฐบาล ส่วนสาเหตุที่ ส.ว.จะลงมติเห็นด้วย เพราะต้องการให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตีความให้เกิดความมั่นใจว่า ส.ส.ร.จะสามารถยกร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับได้หรือไม่ เพราะหากไม่มีการยื่นตีความก่อน การโหวตในวาระ 3 ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะไม่ได้รับเสียง ส.ว.โหวตเห็นชอบจำนวน 1 ใน 3 อย่างแน่นอน
    นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา  กล่าวว่า? มติของ ส.ส.พรรคชาติไทยพัฒนาทั้ง 12 คน จะลงมติไม่เห็นชอบต่อญัตติด่วนเพื่อขอมติจากรัฐสภาให้ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อพิจารณาวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 210 (2)  ซึ่งนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ และนายสมชาย แสวงการ ส.ว. พร้อมคณะเสนอ ส่วนตนนั้นเตรียมการอภิปรายเพื่อแสดงความไม่เห็นด้วยต่อการเสนอญัตติด้วย เพื่อยืนยันในความเห็นต่อการเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ เชื่อว่าจะมีทั้งฝ่ายที่เห็นด้วย อาทิ ส่วนของ ส.ว.  และเห็นคัดค้าน อาทิ ส.ส.พรรคฝ่ายค้านและ ส.ส.ร่วมรัฐบาล ในส่วนของการทำหน้าที่เป็นกรรมาธิการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ
    ด้าน น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.)  กล่าวว่า การประชุมร่วมรัฐสภาในวันที่ 9 ก.พ. พรรคพลังประชารัฐและ ส.ว.ได้เสนอญัตติด่วนเพื่อให้มีมติส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาดอำนาจการแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐสภา  ถือเป็นการถ่วงเวลาซ้ำซากฝืนความต้องการของประชาชน  พรรคเพื่อไทย พรรคร่วมฝ่ายค้าน และภาคประชาชนเกือบแสนรายชื่อโดยโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน  (ไอลอว์)  ยังคงยึดมั่นในจุดยืนการแก้ไขรัฐธรรมนูญในมาตรา  256 ที่มาของ ส.ส.ร.ที่ต้องมาจากการเลือกตั้งโดยประชาชนทั้งหมด จะเป็นจุดเริ่มต้นในการทวงคืนอำนาจประชาชนผ่านระบบรัฐสภาอย่างแท้จริง
    "ที่ผ่านมารัฐบาลมีความพยายามถ่วงเวลาแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2560 ผ่านวิธีการต่างๆ มาโดยตลอดรวม 3 ครั้ง  ตอนนี้พรรคร่วมรัฐบาลอยู่ได้เพราะเสียงของ ส.ว.ที่ตนเองแต่งตั้ง อย่าให้ประชาชนหมดศรัทธา ระวังอย่าราดน้ำมันเข้ากองไฟ หรือต้องให้ไทยเลียนแบบเมียนมาไล่เผด็จการ" น.ส.อรุณีกล่าว
    น.ส.จิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขเพิ่มเติมฯ กล่าวเช่นกันว่า ถือเป็นความพยายามที่จะขัดขวางไม่ให้มีการแก้รัฐธรรมนูญของฝ่ายรัฐบาล ที่ผ่านมารัฐบาลมีความพยายามที่จะยื้อเวลาในการแก้รัฐธรรมนูญมาโดยตลอด ล่าสุด กมธ.มีมติให้ ส.ส.ร. 200 คนมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน ซึ่งถือเป็นนิมิตหมายที่ดีในการที่จะได้รัฐธรรมนูญฉบับที่ร่างโดยประชาชน และเห็นชอบโดยประชาชน เพื่อเป็นทางออกให้ประเทศ แต่สุดท้ายก็มีความพยายามของฝ่ายรัฐบาลที่อาศัยระเบียบข้อบังคับการประชุมรัฐสภา เสนอญัตติด่วนเพื่อให้รัฐสภาโหวตส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความหน้าที่และอำนาจของรัฐสภาในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
    "การเสนอญัตติด่วนเพื่อส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความในช่วงเวลาที่รัฐสภาพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญยังไม่แล้วเสร็จ ทั้งที่แนวปฏิบัติที่ผ่านมาการยื่นให้ศาล รธน.ตีความ จะเกิดขึ้นภายหลังเสร็จสิ้นกระบวนการของรัฐสภาแล้ว  อาจถือเป็นความพยายามของฝ่ายผู้มีอำนาจที่จะล้มกระดานการแก้รัฐธรรมนูญ ขอให้ประชาชนจับตาความเคลื่อนไหวของฝ่ายรัฐบาลในการประชุมร่วมรัฐสภา 9 ก.พ.นี้ ว่ามีความจริงใจที่จะแก้รัฐธรรมนูญจริงหรือไม่ หรือเพียงจะซื้อเวลาและหาทางสกัดไม่ให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ" นางสาวจิราพร กล่าว
    นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย  ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า ฝ่ายค้านจะชี้แจงเหตุผลเต็มที่ เพื่อคัดค้านการส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย เพราะไม่เห็นด้วยกับการส่งตีความ โดยหลักสามัญสำนึกและหลักประชาธิปไตยนั้น รัฐสภามีสิทธิ์แก้รัฐธรรมนูญ โดยไม่ได้แก้แบบหลักลอย แต่เป็นการแก้ที่ยึดโยงกับประชาชน ดังนั้นการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความจึงเป็นการขัดขวางการแก้รัฐธรรมนูญ เป็นเรื่องน่ากังวล ทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญสะดุด ยิ่งถ้าศาลรัฐธรรมนูญรับเรื่องไว้ ทุกอย่างจะมีความเสี่ยงมากขึ้น จะทำให้การแก้ไขกติกาประเทศเกิดความไม่แน่นอน และจะเกิดปฏิกิริยาในสังคมที่น่าวิตก มีความแตกแยกตามมา
    นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่า การแก้ไขมาตรา  256 ไม่ใช่เรื่องที่ง่าย เป็นระเบิดเวลาสำคัญ เพราะผู้ได้รับประโยชน์จากรัฐธรรมนูญฉบับ 2560 ยังไม่รู้จักคำว่าพอ  พฤติกรรมเช่นนี้จะจุดชนวนให้ประชาชนลุกฮือขึ้นมา เนื่องจากพฤติการณ์ของผู้ขวางการแก้รัฐธรรมนูญนั้นยังเป็นกลุ่มเดิม คืออดีตกลุ่ม ส.ว. 40 เริ่มสำแดงฤทธิ์ต้องการให้บ้านเมืองอยู่ในภาวะชะงักงัน เจตนาของคนอดีตกลุ่ม ส.ว. 40 ต้องการจะมีเรื่องมากกว่า เพราะคิดว่าได้เปรียบ ถ้าต้องการท้าทายในเรื่องแก้รัฐธรรมนูญแล้ว ก็ต้องเจอกันในสนามของประชาชน. 


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.