มือหนึ่งเพื่อไทย ยำใหญ่ 'บิ๊กตู่' ล้มเหลวทุกด้าน


เพิ่มเพื่อน    

16 ก.พ. 64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 11.15 น. ที่รัฐสภา นายสุทิน คลังแสง ส.ส. มหาสารคามพรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน อภิปรายว่า ฝ่ายค้านอภิปรายเราหวังให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น หวังแก้ปัญหาประเทศ ประชาชนอยู่ดีกินดี ประเทศมีความหวัง โดยแบ่ง 3 ระดับ คือหวังว่านายกและรัฐมนตรีเปลี่ยนวิธีคิด วิธีการทำงาน  การอภิปรายรัฐมนตรีจำนวนมาก เพื่อหวังเปลี่ยนแปลงคือชี้ให้เห็นว่า 9 รัฐมนตรี คือจุดอ่อน ไม่มีประสิทธิภาพ ทุจริต และเป็นตัวคนที่มีปัญหาของประเทศ หากอภิปรายครบถ้วน ถ้านายกฯ ตอบไม่ได้ก็เป็นความล้มเหลวของจากการกำกับของนายกฯ ก็ต้องใจกว้างให้โอกาสประชาชน พิจารณาตัวเองลาออก โดยให้สภาฯ สรรหานายกฯ กันใหม่ ฉะนั้นฝ่ายค้านไม่ได้ตั้งหน้าตั้งตามาล้มรัฐบาล แต่ละล้มเพราะท่านจนด้วยเกล้าที่จะพัฒนาและปรับปรุงตัวเอง ทั้งนี้ความล้มเหลวที่นายกฯ ต้องฟัง คือ วิธีคิดที่มีปัญหา ลีลาชีวิตมีปัญหาต่อการทำการเมือง ต่างชาติไม่ยอมรับท่าน ไร้ประสิทธิภาพในการบริหารประเทศ มีการทุจริตมาก เอื้อพวกพ้องทำบ้านเมืองเสียหาย การขาดจริยธรรมสำหรับผู้นำ ของนายกฯ ที่ควรจะมีแล้วท่านไม่มี และความล้มเหลวจากการเมืองเป็นเหตุ

นายสุทิน กล่าวว่า วันนี้ประเทศมีปัญหาหลายอย่างทั้งเศรษฐกิจ และเชื่อมโยงไปถึงปัญหาสังคม ซึ่งในยุครัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ มีการฆ่าตัวตายที่สูงขึ้นหากเทียบกับยุคน.ส. ยิ่งลักษณ์ อดีตนายกรัฐมนตรี นอกจากนี้วตัวเลขบ่อนก็สูงขึ้น นายกจะได้รู้ว่าผู้นำประเทศที่เป็นชายชาติทหาร มีอำนาจในมือ เคยเป็นองค์รัฏฐาธิปัตย์ยึดอำนาจมา แล้วอยู่ในครม.ชุดนี้มีอดีตผบ.ทบ. 3 คน แล้วส.ส. ก็ของท่าน เสียงสภาส่วนใหญ่ก็ของท่านแล้วเส้นใหญ่ด้วย อำนาจเต็มมือ ทำไมจึงปราบบ่อนไม่ได้ และแผลงฤทธิ์จนเกิดโควิด ต้องใช้เงินเท่าไร่ต้องนำมาตามแก้แล้วคุ้มไหมกับการรับส่วย รวมถึงยาเสพติดก็ระบาด ขายเกลื่อนในชุมชน 3 เม็ดร้อย ทั้งนี้การที่นายกฯ ยอมรับแล้วว่าปราบไม่ได้ และหมดปัญญาแก้ปัญหาสังคม ซึ่งชาวบ้านจะอยู่อย่างไร ส่วนเรื่องโควิดแก้ปัญหาล้มเหลวหรือไม่ให้ดู 3 เรื่อง คือระบาดรอบสองอะไรคือต้นเหตุ ส่วนหนึ่งมาจากแรงงานเถื่อน ประชาชนการ์ดไม่ตกแต่เป้นรัฐบาลเองที่การ์ดตกเอง การเยียวยา ดูแล ควบคุม ดำเนินการอย่างไรตัวเลขถึงยังพุ่งขึ้น แต่การสะกัดยับยั้งวันนี้ยังไม่ได้ผล และการเยียวยาก้มีปัญหามาก ได้รับไม่ตรงกลุ่มเป้าหมาย และสุดท้ายจะเอาอย่างไรกับอนาคตโควิด ซึ่งเรื่องนี้ไม่มีใครตอบได้ แต่วัคซีนคือคำตอบ ซึ่งมุษยชาชาติรอความหวังจากวัคซีน ทุกชาติต่างหา แต่ประเทซไทยวันนี้ยังไม่ได้และได้ช้ากว่าคนอื่นเขา

นายสุทิน กล่าวว่า นอกจากนี้รัฐบาลยังล้มเหลวในการบริหารประเทศ 8 เหตุ เช่น วิธีคิดของมีปัญหา คิดว่าประชาชนเป็นภาาระ และนายกไม่ยอมรับความจริง นอกจากนี้คือไม่เป็นที่ยอมรับของต่างประเทศ เรามีผู้นำที่มีปมด้อยทำให้ประเทศมีปมด้อยด้วย ในขณะที่นายกหญิงก่อนหน้าท่านต่างมีคนออกมาต้อนรับ อย่างไรก็ตามหากวันนี้มีนายกฯ คนใหม่ที่เป็นที่ยอมรับจริง สิ่งที่ยากก็จะกลายเป็นง่าย นอกจากนี้อุปสรรคใหญ่ที่สุดคือความไร้ประสิทธิภาพในการบริหารประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการหาเงินไม่เป็น แล้วมารีดภาษีจากประชาชน นอกจากหาเงินไม่พอแล้วยังมีการโกง มีการทุจริตซ้ำซ้อนซึ่งเป็นเหตุให้ล้มเหลว ในการบริหารประเทศ ทั่วประเทศมีการทำโครงการเอื้อประโยชน์พวกพ้อง เจตนาจัดซื้อจัดจ้างหลบเลี่ยงกฎหมาย ซึ่งลักษณะแบบนี้มีอยู่ทุกจังหวัด หรือเรียกไดว่าโกงทั้งแผ่นดิน รวมถึงมีการโกงแบบทุจริตเชิงนโยบายในหลายโครงการ แต่เหตุใดท่านไม่จริงใจส่งสัญญานในการปราบทุจริตให้ชัดเจน

นายสุทิน กล่าวต่อว่า ในการเอื้อพวกพ้อง ใครเป็นพวกท่านก็ละเว้นหมด เช่น ค่าโง่โฮปเวลล์ ซึ่งเรื่องนี้นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ไม่ต้องมาเกี่ยวข้องแต่เป็นเรื่องที่นายกฯ ต้องชี้แจง เรื่องที่ทำให้มีเสาตอม่อโผล่อยู่เต็มกทม. ท่านไปยกเลิกสัญญาปี 42 แบบประมาทเลินเล่อ จนเป็นเหตุให้มีการฟ้องร้อง กระทั่งศาลปกครองสูงสุดสั่งให้รัฐบาลต้องชดใช้ 25,000 ล้านบาท

“ซึ่งแนวทางที่ชดใช้คือ 1.รัฐบาลต้องชดใช้เอง 2.รัฐบาลต้องไปฟ้องร้องรัฐมนตรีที่ยกเลิกสัญญา คือนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ในความเห็นตน ทางที่ถูกต้องทำตามพรบ.การกระทำละเมิดเจ้าหน้าที่รัฐ รัฐบาลต้องไปตั้งคณะกรรมการตรวจสอบว่ามีการละเมิดร้ายแรงจริงหรือไม่ แล้วส่งศาลเพื่อให้ผู้กระทำผิดชดใช้อย่างที่เช่นกรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ต่อกรณีจำนำข้าว แต่ทำไมรัฐบาลไม่ทำ ซึ่งจริงๆแล้วรัฐบาลควรฟ้องภายใน 2 ปีตามอายุความ คือเดือนเม.ย.62 ซึ่งจะครบ 2 ปีในเดือนเม.ย.64 ดังนั้น รัฐบาลจึงมีเวลาแค่ 2 เดือนในการฟ้องผู้ที่ละเมิด ถ้าเลย 2 เดือนรัฐบาลต้องเป็นผู้ชดใช้ ตนจึงอยากถามเพื่อจะวัดหัวใจนายกฯและรัฐบาลว่าจะเอาเงินจากนายสุเทพ หรือจากรัฐบาล และหากผ่านพ้น 2 เดือนไปแล้วนายกฯไม่ทำอะไร พวกตนจะดำเนินการตามมาตรการ 157 กับนายกฯ ซึ่งตนเชื่อว่านายกคงไม่กล้าเพราะรัฐมนตรีท่านนี้มีบุญคุณส่งเสียให้ท่านเป็นนายกฯ”นายสุทิน กล่าว 

และว่า ขณะที่รัฐบาลใช้เทคนิคเซียนเหยียบเมฆ ด้วยการบอกว่าคดียังไม่สิ้นสุด โดยใช้กระบวนการศาลรัฐธรรมนูญยกเลิกคำวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุด เพื่อจะได้ไม่ต้องเอาผิดกับผู้ที่ละเมิด แต่ตนเชื่อว่าสู้ให้ตายก็ไม่ชนะ เพราะไม่มีอะไรมากลับคำพิพากษาของศาลปกครองได้ แต่สุดท้ายรัฐบาลก็จะสู้ไม่หยุดจนหมดอายุความ

นายสุทิน ยังกล่าวอีกว่า ท่านทำผิดแล้วไม่รับผิดชอบ โยนความผิดให้คนอื่น ขาดภาวะความเป็นผู้นำ ส่วนกรณีเหมืองทองอัครา ซึ่งป็นจุดด่างพร้อยจากการที่ท่านใช้ม.44 พร่ำเพรื่อ ซึ่งค่าเสียหายอยู่ที่ประมาณ 3-4 หมื่นล้าน นายกฯยังเคยพูดว่าจะรับผิดชอบเอง แต่เอาเข้าจริงมาถึงวันนี้กลับไม่ใช่ เรากำลังรอคอยว่าสุดท้ายแล้วคำตัดสินจะไปจบที่ตรงไหน จะลงเอยแบบโฮปเวลล์หรือไม่ จะปัดความรับผิดชอบ โดยยกประโยชน์ของแผ่นดินให้บริษัทเหมืองทองอัคราแทนหรือไม่ ผลประโยชน์ที่ท่านจะยกให้มีค่ามากกว่าเหมืองทั้งหมด เป็นพิ้นที่ดินกว่า 3 แสนไร่เพื่อแลกกับการถอนฟ้อง ท้ายที่สุดท่านก็จะเป็นเบ๊ให้เขาขี่คอ ถือว่าการกระทำของท่านขาดศีลธรรมอย่างหนักในการเป็นนายกฯ ขาดภาวะผู้นำนอกจากนี้ ท่านยังดึงการเมืองให้ถอยหลัง ประชาธิปไตยแบบกล้วยๆ ของท่าน สักวันกล้วยจะกลับไปอุดปากท่านเอง พรรคการเมืองมีแต่จะอ่อนแอ การเมืองแบบนี้มีแต่จะสร้างแต่ปัญหาให้กับลูกหลาน นอกจากท่านจะไม่ปฏิรูปประเทศและนโยบายแล้วยังทำให้การเมืองย่อยยับ การเลือกตั้งใหม่คราวหน้าจะออกมาแบบไหน รัฐธรรมนูญยังมีทีท่าว่าจะแก้ไม่รอด ไม่มีสัญญาณการเมืองว่าจะมีการพัฒนาใดๆ

"ด้วยการบริหารของนายกฯ อย่างที่กล่าวมาจะปรับบุคลากรคงไม่พอแล้ว นายกฯต้องลาออก ตนหวังว่าการอภิปรายทั้งหมดจะเกิดประโยชน์ เกิดการปรับเปลี่ยนวิธีคิด เปลี่ยนบุคคล อย่าคิดว่าจะไม่มีใครในประเทศขึ้นมาทำตำแหน่งนี้ได้ สุดท้ายเรื่องการพาดพิงสถาบัน ขอให้ท่านทำใจเป็นธรรม ไม่มีใครกล้านำเรื่องนี้มาล้อเล่น สมัยก่อนไม่มีเรื่องนี้เพราะไม่มีเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับสถาบัน และถ้าเกิดขึ้นตนก็มีสิทธิ์ห่วงและจะพูดในสิ่งที่ตนจะปกป้อง การตั้งใจมาพูดเพื่อเตือนนายกฯจึงไม่ใช่ความผิด เรื่องที่เกิดขึ้นในม็อบนายกก็ควรเสียสละ ตัดไฟแต่ต้นลม ให้จอดที่นายกฯก็จบ อย่าให้มันเลยป้าย เมื่อเลยป้ายตนก็ได้เตือน เพราะหากเป็นนายกฯประเทศอื่นคงลาออกไปนานแล้ว แต่กลับมาชี้หน้าด่าคนอื่น" นายสุทิน กล่าว.


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.