ก้าวไกล 'ปักทวน' สถาบัน


เพิ่มเพื่อน    

        อภิปรายวันที่ ๒........

                "ส.ส.วิโรจน์ โปรดรับวัคซีนพิษสุนัขบ้า ช่อง ๓ ตึกไทยซัมมิท ด่วน"

            ก็....

            อาการน่าห่วงประมาณนั้น!

            ทำเอาผมตกใจฉี่กะปริบ เขาให้มาอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่ท่าน ส.ส.ตาเหลือก-ตาขวาง น้ำลายฟูมปาก

            กางโพย ตะโกนด่าๆๆๆ นายกฯ กับรองนายกฯ อนุทินเป็นการไม่ไว้วางใจ จนแม่ค้าระยอง ที่ด่า "ไมค์ ระยำ" ชิดซ้ายไปเลย

            เนื้อหาอภิปรายก็พอมี.....

            แต่สถุล-ถ่อย บวกอาการบ้าลำโพง มันกลบไปหมด

            ถ้านายกฯ กับคุณอนุทินเลวจริงตามที่ด่า ที่จริงไปกว่าคนทั้งสองนั้น ก็เป็น "ส.ส.วิโรจน์" คนเดียวนี่แหละ!

            เท่าที่ผมสังเกต....

            การนำเรื่องการจัดหาวัคซีนโควิดมาเข่นรัฐบาลนั้น เป็นเปลือกคลุมเจตนา

            เนื้อแท้เจตนา เขามุ่งที่ "สยามไบโอไซเอนซ์"

            พูดตรงๆ คือ ผู้หยิบเรื่องนี้มาพูด หวังลดทอนความเชื่อถือในสยามไบโอไซเอนซ์

            สร้างประเด็นสั่นคลอน เพื่อถอนศรัทธาในองค์ "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว"

            ด้านว่า....

            สยามไบโอฯ ที่ "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" รัชกาลที่ ๙ ทรงก่อตั้ง นั้น ไม่ใช่เพื่อพสกนิกร

            แต่เพื่อธุรกิจทางการค้า-หวังแสวงหากำไร โดยยกเหตุที่แอสตราเซเนกา จ้างสยามไบโอฯ ผลิตวัคซีนโควิด

            และรัฐบาลนำงบให้สยามไบโอฯ ปรับปรุงเครื่องจักรก่อน โดยแอสตราเซเนกา จะต้องมอบวัคซีนให้ไทย ตามจำนวนเงิน ที่จ่ายไปกับการปรับปรุงเครื่องจักร

            นอกจากนั้น การที่สยามไบโอฯ มีเจตนาตรงกับแอสตราเซเนกา วัคซีนที่ผลิต ต้องเป็นไปเพื่อเกื้อกูลมนุษยชาติ จะไม่ค้ากำไรเด็ดขาด

            ทั้งแอสตราเซเนกา ไม่เพียงจ้างสยามไบโอฯ ผลิตเท่านั้น ยังถ่ายทอดเทคโนโลยีในกระบวนการผลิตทั้งหมดให้สยามไบโอฯ ด้วย

            พร้อมทั้งมอบให้สยามไบโอฯ ทั้งผลิต ทั้งจำหน่ายจ่ายแจกวัคซีนโควิดแต่ผู้เดียวในอาเซียน ด้วยราคามนุษยธรรม

            ตรงนี้ ผู้มุ่งล้มสถาบัน เห็นว่า....

            ถ้าไม่ออกมาดิสเครดิต ประชาชนจะยิ่งเพิ่มพูนศรัทธาในพระมหากษัตริย์ และมีทัศนคติที่ดีกับสยามไบโอฯ ยิ่งขึ้น

            นั่น....
            จะเป็นอุปสรรคต่อการ "ล่มชาติ-ล้มสถาบัน" ที่เขารับงานต่างชาติมาทำและกำลังปลุกปั่นเข้าไคลอยู่ตอนนี้

            จึงออกมาสร้าง "วาทกรรมทำลาย"

            ตั้งประเด็นเป็นโจทย์ ชวนสังคมสงสัย เช่นว่า "วัคซีนพระราชทาน:ใครได้ ใครเสีย" เป็นต้น

            อย่างน้อย ก็หวังใช้วาทกรรมตัดต่อและบิดเบือนนี้....

            เป็นตัวสกัดกระแสเทิดทูน-ศรัทธาต่อสถาบันที่พุ่งแรงในหมู่ประชาชน ให้ชะลอตัวไปอยู่ในจุด "ฉงน-คลอนคลาย"

            คือ ทำให้คนชักไม่แน่ใจต่อสถาบัน ผ่านงานผลิตวัคซีนของสยามไบโอฯ ว่าเพื่อมนุษยชาติ หรือเพื่อค้ากำไรผูกขาดกันแน่?

            พรรคก้าวไกล ก็รู้กันอยู่ แค่ฉลากใหม่ "พรรคอนาคตใหม่" ของธนาธร ที่ถูกยุบไป

            ในสภา "ก้าวไกล" ในถนน "ก้าวหน้า"

            มันก็คนเดียว-คนหน้าเดิม ทั้งไอ้ตี๋ หัวตั้ง, อีเตี้ย หลังม็อบ, ไอ้เหลือก บ้าลำโพง และไอ้สุภาพบุรุษเตะเมีย

            จึงไม่มีอะไรต้องฉงนสนเท่ห์........

            ที่ ส.ส.วิโรจน์ พรรคก้าวไกล จะนำเรื่องสยามไบโอฯ ที่สถาบันก่อตั้ง มาสานต่อธนาธร ดิสเครดิตสถาบัน ในการอภิปราย เมื่อบ่ายวาน (๑๗ ก.พ.๖๔)

            ผมอยากให้อ่านนี่........

            เพราะเขาอภิปรายสำรากเหมือนไฟไหม้ตลาด คงจับเนื้อความกันไม่ทัน ผมจะเอาที่พรรคเขานำประเด็นต้องการเน้นทางสื่อสารมาให้อ่าน

            พรรคก้าวไกล - Move Forward Party

                ในเมื่อเงิน 600 ล้านบาท ที่รัฐบาลนำเอาไปอุดหนุนบริษัทเอกชน ที่ชื่อว่า Siam Bioscience

                เป็นเงินภาษีที่มาจากหยาดเหงื่อแรงงาน และคราบน้ำตาของประชาชน ประชาชนต้องตรวจสอบได้

                Siam Bioscience เขาไม่ได้ผลิตวัคซีนมาแจกให้ประชาชนฟรีๆ นะครับ

                รัฐบาลก็ต้องนำเงินภาษีของประชาชนไปซื้อ แม้ว่าจะมีกำไรหรือไม่ แต่ก็มีรายได้เป็นกระแสเงินสดเข้าบริษัท

                และเมื่อการระบาดควบคุมได้แล้ว น่าจะเป็นปี 2566  เป็นต้นไป ทั้งเครื่องจักร และ Know How ที่บริษัทเอกชนรายนี้ได้รับไป เขาก็ไปผลิตวัคซีนขายทำกำไรได้

                บริษัทเอกชนที่ชื่อว่า Siam Bioscience นี่ไม่ได้มีบุญคุณอะไรกับประชาชนเลยนะครับ

                แต่ถ้าจะนับกันจริงๆ ว่าใครมีบุญคุณกับใคร ผมก็ต้องบอกว่า Siam Bioscience ไม่ได้มีบุญคุณกับประชาชน           แต่ประชาชนต่างหาก ที่มีบุญคุณกับบริษัทเอกชน ที่ชื่อว่า Siam Bioscience ที่ทำให้เขาได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีใหม่ๆ และสามารถตั้งตัวได้

                ดังนั้น ประชาชนมีสิทธิ์ที่จะตรวจสอบสัญญา มีสิทธิ์ที่จะขอดูข้อตกลง ตลอดจนเงื่อนไขต่างๆ ที่รัฐบาลไปทำกับทั้ง AstraZeneca และ Siam Bioscience

                -ส.ส.วิโรจน์ ลักขณาอดิศร พรรคก้าวไกล

                อ่านแล้วรู้สึกยังไงครับ?     

            ถ่องแท้ใน "ธาตุแท้" ของ ส.ส.ผู้นี้มั้ย?

            ใช้ความรู้สึกเอา ตัดตอนจริงมาผสมเท็จ ปั้นเป็นวาทกรรมระบายสี หวังให้คนไม่รู้-ไม่เข้าใจความเป็นมาแท้จริงคล้อยตาม โดยมีสภาเป็นตรายางประทับคำพูดนั้นผ่านการอภิปราย

            ทำไป-ทำมา ....

            การก่อตั้งสยามไบโอฯ ด้วยสายพระเนตรหยั่งการณ์ไกลทางเกื้อพสกนิกรและมนุษยชาติด้านชีววัตถุของ "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" รัชกาลที่ ๙

            เดนคน มันสะบัดลิ้น จนประหนึ่งเป็นว่า "ทำคุณบูชาโทษ โปรดสัตว์ได้บาป" อย่างนั้นเสียแล้ว!

            อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย....

            พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นประมุข ทรงใช้อำนาจนั้น ทางรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาล ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ

            แต่วันนี้ ส.ส.ผู้เป็นสมาชิกรัฐสภา พรรคก้าวไกล ไร้สำนึก บังอาจตีวัวกระทบคราด ว่า

            -Siam Bioscience ไม่ได้มีบุญคุณอะไรกับประชาชนเลย

            -ประชาชนต่างหาก ที่มีบุญคุณกับบริษัทเอกชน ที่ชื่อว่า Siam Bioscience

            มันบาดใจและยอกแสลงความรู้สึกประชาชน ผู้มี ชาติ พระศาสนา และพระมหากษัตริย์ อยู่ในมโนสำนึกยิ่งนัก

            พระมหากษัตริย์ กับดินทุกก้อนที่ทรงบุกบั่นจนก่อเกิดเป็นประเทศให้อยู่กันสบายทุกวันนี้

            ไม่ว่าพระองค์ไหน....

            ไม่เคยเอ่ยคำว่า "บุญคุณ" กับพสกนิกรเลย!

            ในทางกลับกัน วันนี้ กลับมีเศษธุลีในคราบ ส.ส.คนหนึ่งชื่อ วิโรจน์ พรรคก้าวไกล ในขบวนการสามนิ้ว

            กล้า "ทวงบุญ-ทวงคุณ" กับสถาบัน!?

            ก็ "สุดคำเอ่ย" กับการเปลือยเจตนาอสัตย์ต่อสถาบันของ ส.ส.พรรคนี้

            ก็อยู่ที่ "ประชาชน" จะตัดสิน!         


เรามักเข้าใจว่า..... มีแต่ "สัตว์เดรัจฉาน" เท่านั้น ที่แยกเป็นชนิดๆ ความจริง "มนุษย์" ก็ด้วย ยังมีแยกเป็นชนิดๆ ในแต่ละชนิดนั้น จัดเข้าหมวดหมู่ได้ ๕ จำพวก

"โชคดี-โชคร้าย"ในโควิด
โควิด 'พาคิดไม่รู้จบ'
'มหาสงกรานต์' คืออะไร?
หมอ 'สงกรานต์' หมอ
"สัตว์เศรษฐกิจ" ตัวใหม่
ฤๅ "ฟ้าใส" จะล่มรัฐบาล?