โอนเงินเราชนะวันแรกล่ม แห่แก้หนี้รูดปรื๊ด1แสนคน


เพิ่มเพื่อน    

วันแรกโอนเงิน "เราชนะ" ป่วนอีก! "กรุงไทย" สั่งปิดระบบเป๋าตัง อ้างมีผู้ยืนยันตัวตนผ่านแอปฯ จำนวนมาก "โฆษกรัฐบาล" เผยเพิ่มช่องทางลงทะเบียนที่ ธ.ออมสิน-ธ.ก.ส. ทุกสาขาสำหรับกลุ่มผู้ไม่มีสมาร์ทโฟน "ธปท." แจงประชาชนแห่ยื่นแก้หนี้รูดปรื๊ดทะลุ 1.1 แสนราย พร้อมเดินเครื่องส่งข้อมูลขอไกล่เกลี่ยให้เจ้าหนี้

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ เป็นวันแรกที่กระทรวงการคลังโอนเงินมาตรการเราชนะให้กลุ่มผู้ใช้แอปพลิเคชันเป๋าตัง และกลุ่มผู้ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.เราชนะ.com เป็นวันแรก คนละ 2,000 บาท รวม 10.2 ล้านคน ปรากฏว่าตั้งแต่ช่วงเช้ามีปัญหาไม่สามารถใช้งานแอปพลิเคชันเป๋าตังได้ จนถึงช่วงบ่ายผู้ใช้สิทธิ์ส่วนใหญ่ก็ยังไม่สามารถใช้แอปพลิเคชันเป๋าตัง เพื่อใช้จ่ายเงินที่ได้จากมาตรการเราชนะได้ รวมถึงผู้ใช้สิทธิ์ มาตรการคนละครึ่งก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน
    จากการสอบถามธนาคารกรุงไทยแจ้งว่า ในช่วงเช้าฝ่ายดำเนินการกำลังเร่งแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น โดยทีมงานที่ดูแลระบบยังไม่ได้มีการแจ้งข้อมูลกลับมา จึงยังไม่มีการสื่อสารให้ผู้รับสิทธิ์ทราบว่า จะสามารถใช้แอปพลิเคชันได้เมื่อใด
    ต่อมาเมื่อเวลา 13.40 น. ธนาคารกรุงไทยแจ้งอีกว่า เนื่องจากขณะนี้มีผู้ยืนยันตัวตนในมาตรการเราชนะผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังเป็นจำนวนมาก ส่งผลกระทบให้ระบบหน่วง ธนาคารจึงขอปิดระบบการยืนยันตนเป็นการชั่วคราวจนถึงเวลา 20.00 น. เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้ธุรกรรมทางการเงิน และโครงการภาครัฐต่างๆ ขออภัยในความไม่สะดวก มา ณ โอกาสนี้
    นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า วันนี้กลุ่มผู้รับสิทธิผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” คือกลุ่มผู้ลงทะเบียนโครงการ “คนละครึ่ง” และโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” และกลุ่มผู้ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ “เราชนะ”  ได้รับวงเงินงวดแรก จำนวน 2,000 บาท จากโครงการ “เราชนะ” ซึ่งเป็นมาตรการบรรเทาภาระค่าครองชีพจำนวน 7,000 บาทให้กับประชาชน ซึ่งประชาชนที่ได้สิทธิสามารถนำไปใช้จ่ายที่ร้านธงฟ้าที่มีเครื่องรับชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ (EDC) ร้านถุงเงินธงฟ้า ร้านค้าคนละครึ่ง และร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการเราชนะได้
    นอกจากนี้ ยังมีการขยายสิทธิให้สามารถใช้ได้กับระบบขนส่งสาธารณะ ได้แก่ รถแท็กซี่ รถตู้โดยสารประจำทาง สามล้อเครื่อง(ตุ๊กๆ) รถจักรยานยนต์รับจ้าง (วินมอเตอร์ไซค์) รถสองแถว รถเมล์ ขสมก. รถทัวร์ บขส. รถไฟฟ้า รวมทั้งบริการในกลุ่มสุขภาพและความงาม เช่น ร้านนวด สปา ร้านตัดผม ร้านเสริมสวย ร้านทำเล็บ รวมถึงบริการด้านสุขภาพและการแพทย์ เช่น สถานพยาบาลที่ไม่รับผู้ป่วยค้างคืน (คลินิก) แพทย์แผนจีน คลินิกรักษาทางการแพทย์อื่นๆ รวมถึงงานรับเหมา งานช่างและงานทำความสะอาด ได้แก่ งานก่อสร้างขนาดเล็ก บริการทำสวน ตกแต่งสวน ทำความสะอาด ฆ่าเชื้อ ฉีดปลวก ซักรีด ตัดเย็บซ่อมสินค้า/เสื้อผ้า ซ่อมรถยนต์/จักรยานยนต์/จักรยาน ซ่อมประปา ไฟฟ้า แอร์ และบริการที่พัก เช่น หอพัก อพาร์ตเมนต์ แฟลต ที่มีใบอนุญาตประกอบกิจการที่ถูกต้องตามกฎหมาย และไม่ใช่นิติบุคคลที่สมัครเข้าร่วมโครงการ โดยประชาชนสามารถใช้จ่ายผ่านแอปฯ “เป๋าตัง” ซึ่งไม่จำกัดยอดใช้จ่ายและสามารถสะสมวงเงินได้จนถึงวันที่ 31 พ.ค.นี้ โดยมีผู้ประกอบการที่ลงทะเบียนร่วมโครงการเราชนะแล้วกว่าเกือบ 1 ล้านราย
    สำหรับไทม์ไลน์การโอนเงินให้กับผู้ได้รับสิทธิโครงการเราชนะในกลุ่มต่างๆ นั้น กลุ่มผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้รับวงเงินแล้วเมื่อวันที่ 5 และ 12 ก.พ. และจะได้รับวงเงินอีกครั้ง ครั้งละ 675 หรือ 700 บาท ในวันที่ 19 และ 25 ก.พ. และ 5, 12, 19, 26 มีนาคม กลุ่มผู้มีสิทธิที่เคยลงทะเบียนโครงการ “คนละครึ่ง” และโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” และกลุ่มลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ “เราชนะ” ได้รับเงินงวดแรก จำนวน 2,000 บาท ในวันที่ 18 ก.พ. และจะได้รับเงินอีกครั้งละ 1,000 บาท ในวันที่ 25 ก.พ. และ 4, 11, 18, 25 มีนาคม
    นายอนุชาเปิดเผยด้วยว่า โครงการ “เราชนะ” เปิดจุดลงทะเบียนเพิ่มเติม สำหรับกลุ่มผู้ไม่มีสมาร์ทโฟน ณ ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) นอกเหนือจาก ธ.กรุงไทย ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 22 กุมภาพันธ์นี้ จนถึงวันที่ 5 มีนาคม โดยให้นำบัตรประชาชนแบบ Smart card มาลงทะเบียนได้ที่สาขาธนาคารดังกล่าว รวมถึงหน่วยเคลื่อนที่ของธนาคารกรุงไทยด้วย โดยขอให้ประชาชนทยอยไปลงทะเบียนที่สาขาของทั้ง 3 ธนาคาร ซึ่งจะช่วยประชาชนประหยัดเวลารอคอย ลดความแออัด ส่วนกลุ่มผู้ต้องการความช่วยเหลือพิเศษ ผู้พิการ ผู้ป่วยติดเตียง รวมทั้งประชาชนที่ไม่สามารถเดินทางไปที่สาขาของธนาคารได้ จะมีหน่วยเคลื่อนที่ของ ธ.กรุงไทย ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย เดินทางไปในพื้นที่เพื่ออำนวยความสะดวกด้วย
    รายงานข่าวจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า งานมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้ออนไลน์สำหรับบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกัน ที่ได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 14 ก.พ.2564 มานั้น มีจำนวนผู้ลงทะเบียนยอดสะสม ณ วันที่ 17 ก.พ.2564 จำนวน 111,534 ราย คิดเป็น 237,733 รายการ
    ในขั้นตอนต่อไป ธปท.จะส่งข้อมูลคำขอไกล่เกลี่ยเหล่านี้ไปยังผู้ให้บริการทางการเงินที่เป็นเจ้าหนี้เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล รวมถึงสถานะของลูกหนี้ จากนั้นเจ้าหนี้จะติดต่อลูกหนี้กลับไปเพื่อนัดลงนามในสัญญา ซึ่งขั้นตอนนี้อาจใช้ระยะเวลาประมาณ 7-10 วัน เพราะมีผู้ลงทะเบียนเป็นจำนวนมาก
    ทั้งนี้ ธปท.ขอเน้นย้ำให้ลูกหนี้ตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้องก่อนยืนยันการลงทะเบียนเพื่อให้ผู้ให้บริการทางการเงินเจ้าหนี้สามารถดำเนินการต่อได้อย่างรวดเร็ว สามารถลงทะเบียนผ่านช่องทางต่างๆ ได้จนถึงวันที่ 14 เม.ย.2564 โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ.

 


ในเรื่องร้ายๆ มันก็มีเรื่องดีๆ รวมอยู่ด้วยเสมอ! อย่าง ๘ แกนนำ กปปส.เข้าคุก

มีค่า"ต่อเมื่อ"ขื่อคาถึง
เมื่อ 'ความยุติธรรม' สถิต
วันชี้ชะตา 'กำนันสุเทพ'
'รหัส ๓ ตัวเลขไว้วางใจ'
แม่ๆ ของคน 'สู้แล้วรวย'
'นิพพานสังคมไทย'