'ก้าวไกล'เปิดฉากซักฟอกวันที่สี่แฉกองทัพทำไอโอโจมตีฝ่ายตรงข้ามปูด2บิ๊กทหารเบื้องหลัง


เพิ่มเพื่อน    


19 ก.พ.64 - เมื่อเวลา 09.00 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่ออภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ซึ่งเป็นวันที่สี่ โดยมีนายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาฯคนที่ 1 เป็นประธานการประชุม นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายไม่ไว้วางใจพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กรณีปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารไอโอของกองทัพ โดยนายณัฐชาได้เปิดคลิปวิดีโอและอ้างว่าเป็นการประชุมวิดีโอผ่านระบบออนไลน์ของมณฑลทหารราบที่ 21 ที่ผู้บังคับบัญชามอบภารกิจสั่งให้ทหารโจมตีเพจของฝ่ายตรงข้าม อย่างเพจของนายปิยบุตร แสงกนกกุล  

นายณัฐชา กล่าวว่า ในคลิปวิดีโอนี้มีส่วนหนึ่งเป็นการประชุมในวันที่ 17 ก.พ. 63 ซึ่งเป็น 4 วันก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยยุบพรรคอนาคตใหม่  แต่การประชุมวันนั้นได้มีการสั่งให้ผู้ใต้บังคับบัญชาเตรียมตัว มีการสั่งล่วงหน้าก่อนถึง 4 วัน ในเวลานั้นตนอยู่พรรคอนาคตใหม่จำได้ว่าลุ้นจนนาทีสุดท้ายว่าพรรคจะโดนยุบหรือไม่ แต่ทหารทั้งกองทัพกลับทราบล่วงหน้าว่าพรรคอนาคตใหม่จะโดนยุบ นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำว่าอย่างให้เอกสารต่างๆหลุดไปถึงมือสื่อมวลชน โดยเฉพาะเอกสารด้านการใช้เงิน  

นายณัฐชา กล่าวอีกว่า ในคลิปนี้ยังกล่าวถึงฝ่ายตรงข้ามกับรัฐบาลว่ามีความเป็นมืออาชีพ และมีเงินทองจำนวนมากที่จะใช้ในการปฏิบัติการไอโอ ซึ่งอยากจะบอกความจริงว่า ฝ่ายตรงข้ามที่กล่าวถึงนั้น คือ ประชาชน ที่ติดตามข้อมูลข่าวสารแล้ววิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งเท่ากับว่าทหารกำลังเฝ้าโจมตีประชาชน  

ผู้สื่อข่ายรายงานว่า นอกจากนายณัฐชายังได้เปิดเอกสารของกองทัพ ที่มีการแบ่งแยกการทำงานปฏิบัติการทางข้อมูลข่าวสารไอโอ โดยแบ่งเป็นทีม ดังนี้ กลุ่ม ช.1 สำหรับทหารที่เพิ่งเริ่มเล่นออนไลน์ กลุ่ม ช.2 เน้นให้กดถูกใจ กดแชร์ กลุ่ม ช.3 มีการติดแฮชแท็ก ทวีตข้อความ และกลุ่ม ช. 3.2 มีหน้าที่ผลิตวาทกรรม ติดแฮชแท็กโจมตี กดไลค์ กดแชร์ เป็นต้น โดยสั่งการผ่าน 2 แอพคลิชั่น คือ Twitter Broadcast และ Free Messenger โดยแอพฯที่ชื่อว่า “Twitter Broadcast” มีลัษณะการทำงาน แบบหนึ่งพลทหาร ทวีตข้อความได้ 100-1,000 บัญชีผู้ใช้ ส่วนแอพฯที่ชื่อว่า “Free Messenger” มีระบบป้องกันชั้นความลับ และเมื่อใครแคปเจอร์หน้าจอระบบจะรายงานไปยังผู้ควบคุมด้วย ทั้งนี้ฝ่ายพัฒนาแอพลิเคชั่นยังตั้งรหัสต้นฉบับ(Source Code)ว่า “จิตอาสาไอโอ” เพื่อให้ทราบว่าเป็นของกองทัพด้วย  

นายณัฐชา กล่าวยืนยันว่า เอกสารต่างๆที่นำมาแสดงในการอภิปรายครั้งนี้เป็นเอกสารจริงที่ได้รับการรับรองจากพ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก แถลงเมื่อวันที่ 28 พ.ย. 2563 ยอมรับว่าเป็นของกองทัพจริง เพื่อสนับสนุนงานประชาสัมพันธ์ของหน่วยงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น แต่ตนอยากถามกลับว่าประชาสัมพันธ์อย่างไร ทำไมถึงมีการบอกให้โจมตีเพจฝ่ายตรงข้าม มีการแบ่งกลุ่มดำและกลุ่มขาว ถ้ากองทัพจะประชาสัมพันธ์แบบนี้ อย่าทำเลย เพราะยิ่งทำประชาชนจะยิ่งเกลียดชัง  

นอกจากนี้ นายณัฐชา ยังตั้งข้อสังเกตถึงการทำงานของกลุ่มดำและกลุ่มขาว ว่า มีบัญชีไอโอ มากถึง 58,400 บัญชี และมี19 หน่วยงานของทหารปฏิบัติการ นอกจากนี้ ยังสอนการปั่นทวิตเตอร์และการทำงาน แต่มีเรื่องตลกเกิดขึ้นในโลกออนไลน์ เมื่อคนผลิตข้อความสะกดคำว่าม็อบผิด กลายเป็นคำว่า “ม๊อบ” แทน จึงเกิดการตั้งข้อสังเกตว่าทำไมวันนั้นประชาชนสะกดคำว่าม็อบผิดเป็นจำนวนมาก  

นายณัฐชา กล่าวต่อว่า การปั่นกระแสดังกล่าวมีความเกี่ยวข้องกับกองทัพบก โดยมีพล.ต.จักรชัย ศรีคชา ผู้บังคับการกรมทหารราบที่11 รักษาพระองค์ (ร.11รอ.)  สั่งการให้ด้อยค่าความเป็นมนุษย์  และมีพ.ท.ธรรม์ มาลัยทอง กองพลทหารม้าที่2 รักษาพระองค์ หรือ  "เฮียตือ หนามเป้า”  สั่งการหลังบ้าน เกี่ยวกับการชุมนุมทางการเมือง ซึ่งกรณีดังกล่าวตนถือว่าใช้กองทัพแบ่งแยกประชาชน เพื่อสร้างความเกลียดชัง และทำเพื่อประโยชน์ของ นายกรัฐมนตรี และพวกพ้อง

นายณัฐชา อภิปรายด้วยว่า การปฏิบัติการไอโอ ยังขยายจากสังคมออนไลน์ มายังกรมประชาสัมพันธ์ อยู่ภายใต้การกำกับของพล.อ.ประยุทธ์  และที่มี พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด เป็นอธิบดี ที่นำงบประมาณแผ่นดินผลิตรายการคุยถึงแก่น ตลอดเดือนมกราคม2564  พบว่ารายการ 2 ชั่วโมง มีเนื้อหา40 นาทีโจมตีฝ่ายตรงข้าม  ทั้งนี้เชื่อว่าการแผ่ขยายดังกล่าว จะกระทบพรรคการเมือง, นักการเมือง และ ประชาชน  เพราะสร้างความแตกแยกสังคมและความเกลียดชัง นอกจากนั้นยังพบการสร้างความเกลียดชังผ่านทวิตเตอร์ ผ่านศูนย์ปฏิบัติการนายกรัฐมนตรี  ทั้งนี้ตนขอเรียกร้องให้หยุดการกระทำดังกล่าว เพราะพฤติกรรมที่เกิดขึ้นตนเชื่อว่าคือการปกป้องอำนาจตนเอง ไม่ใช่การปกป้องสถาบันเบื้องสูง
“ผมขอฝากกลอนไปยังนายกฯ ว่า ทุกวันนี้ศึกไกลไม่ห่วง แต่หวั่นทรวงทหารไทย ไล่ข่มเหง เป็นไอโอยุแยกแตกกันเอง รั้วของชาติมาข่มเหงประชาชน ฝากให้นายกฯ พิจารณาเพื่อปรับและยุติพฤติกรรม” นายณัฐชา กล่าวปิดท้าย


พักเรื่อง "อั้งม้อ" ซักวัน คุยเรื่องอื่นกันดีกว่า โควิดน่ะ "เรื่องเล็ก" เรื่อง ๒ ตั้วเฮีย "สหรัฐฯ-จีน" เหม็นหน้ากัน จะใช้อาเซียนเป็นเวทีเบ่งกล้ามแข่งกันนี่แหละ "เรื่องใหญ่"

สเตร็คฟัสส์ "แยกอีสาน"
จาก Tony ถึง มิสเตอร์ H
'ไอ้กันวางไข่' มหา'ลัย
กลเกม 'ในศาล-ในถนน'
"โชคดี-โชคร้าย"ในโควิด
โควิด 'พาคิดไม่รู้จบ'