ก้าวไกลฉะ 'บิ๊กตู่' ใช้ ม.112 พร่ำเพรื่อ 'พิธา' บอก ถ้าผมเป็นนายกฯ จะสร้างพื้นที่ปลอดภัย ให้พูดเรื่องสถาบันฯ


เพิ่มเพื่อน    

19  ก.พ.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เวลา 20.20 น.นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล อภิปรายว่า จากการบริหารประเทศ อันไร้ประสิทธิภาพของพล.อ.ประยุทธ์ ทำให้มีคนจนเพิ่มขึ้น 1.5 ล้านคน บริหารบกพร่องทั้งมิติ เศรษฐกิจ สังคม การเมือง การศึกษา สิ่งที่บกพร่องร้ายแรงคือ ไม่เข้าใจหลักการระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 

ในญัตติมีการระบุในถ้อยคำ พล.อ.ประยุทธ์ ทำลายความสัมพันธ์อันดีระหว่างสถาบันกับประชาชน นำสถาบันมาเป็นเกราะในการป้องกันตัวเอง  เมื่อนายกฯได้รับพระราชทานคำแนะนำ ตักเตือน ควรเก็บไว้ ไม่ควรเผยแพร่สู่สาธารณะ แต่ในระยะ 7 ปี ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ ไม่เข้าใจ เรื่องควรทำไม่ทำ เรื่องไม่ควรทำกลับทำ อ้างสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นเกราะป้องกันตัวเอง ใช้ความกลัว ใช้ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ต่อนักเรียน นักศึกษา ที่เรียกร้องปฏิรูปสถาบัน 

นางพิธา กล่าวต่อว่า ส่วนตัวไม่เชื่อการใช้มาตรา 112 พร่ำเพรื่อจะเป็นผลดีต่อสถาบัน นายกฯเคยบอกว่า มาตรา112 ไม่ได้ใช้เลย เพราะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระเมตตา ไม่ให้ใช้ แต่หลังจากนั้น มีผู้ที่โดนลงโทษ จำคุกจากการใช้มาตราดังกล่าว เช่น หญิงสูงวัย นายอานนท์ นำภา นายพริษญ์ ชิวารักษ์ นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข  สิ่งนี้คือ ความย้อนแย้ง จะทำให้สังคมคิดอย่างไร จะยิ่งสร้างความแตกร้าวระหว่างประชาชนกับสถาบัน 

"พรรคก้าวไกล พยายามหาทางออก แต่กลับถูกมองด้วยอคติว่า อยู่เบื้องหลังผู้ชุมนุม ล้มล้างสถาบัน ถ้าผมเป็นนายกฯ จะไม่ปล่อยให้มีการพูดเรื่องสถาบัน โดยไม่มีทางออก น่าจะนำมาพูดในสภาฯ สร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ประชาชนพูดคุยอย่างมีเหตุผล มีวุฒิภาวะ เชื่อว่าปัญหาจะยุติ สถาบันจะยั่งยืน"

หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวว่า เรื่องโควิด นายกฯลงนามกับแอสตร้า ซิเนก้า ก็บอกว่า ได้รับพระมหากรุณาธิคุณ เรื่องนี้ละเอียดอ่อน หากผิดพลาดจากรัฐบาลที่คิดไว้ เป็นความรับผิดชอบจากรัฐบาลเอง หากผิดพลาดมา ใครจะรับผิดชอบ นอกจากนี้การชุมนุม นายกฯมักอ้าง สถาบันอีก ท่านเคยพูดกับชาวบ้านว่า เคยไปทำเนียบฯ หรือเปล่า ไปประท้วง ใครเขาชวนอย่าไปอีกเลย ไปแล้วอันตราย วันหน้าอย่าให้เกิดอีกนะ รัชกาลนี้ต้องไม่มีนะ พระเจ้าอยู่หัวท่านทอดพระเนตรอยู่ ท่านทรงทำไว้เยอะแยะแล้ว รัชกาลนี้ต้องไม่มีเรื่องที่มันไม่ดีเกิดขึ้นอีก 

"ถ้าไม่อยากให้มีม็อบ ผู้นำต้องไม่สร้างเงื่อนไขให้มีม็อบ เป็นสิ่งที่นายกฯต้องทำให้ได้ ไม่ใช่ทำไม่ได้ แล้วนำสถาบันมาอ้าง ปิดบังความล้มเหลวของตัวเอง เมื่อ 16 กรกฎาคม 2562 พล.อ.ประยุทธ์ นำคณะรัฐมนตรี เข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณ ไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญกำหนด" นายพิธา ระบุ 

นายพิธา กล่าวต่อไปว่า นายกฯรัฐมนตรีที่ดีต้องทำหน้าที่2อย่าง 1.ห้ามล้อ ไม่ให้พระราชอำนาจไปขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญ  2.เป็นกันชน ไม่ให้เรื่องเสื่อมเสียกระทบไปยังสถาบัน และนายกฯต้องปกป้องสถาบัน ไม่อ้างสถาบันพร่ำเพรื่อ  นายกฯที่ดี ต้องเชิดชู ให้อยู่เหนือการเมือง ไม่ให้สถาบันมาเกี่ยวกับการเมือง เ

"วลานี้ประเทศไทยมาถึงทาง 2 แพร่ง สภาต้องเลือก ระหว่างประยุทธ์ หรือ ประเทศ ถ้าสภายังเชื่อในหลักการ ต้องเลือกประเทศ ไม่ไว้วางใจประยุทธ์ จะถอดสลัก ให้ประเทศเดินหน้าไปสู่อนาคต เป็นก้าวแรกปฏิรูปประเทศ ทลายทุนผูกขาด ประเทศไทยมีทรัพยากรเพียงพอสำหรับทุกคน แต่ติดที่ระบบที่ให้เขารักษาอำนาจได้ แต่ไม่สามารถบริหารประเทศได้ ถ้าเราเลือกประเทศ เท่ากับสภายืนยันระบอบการปกครองอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขว่า นายกฯ จะเอาพระราชกระแสมาอ้าง ไม่ได้ ตอนโหวตเลือกนายกฯ โหวตแก้รัฐธรรมนูญ อาจตัดสินใจเกรงอำนาจสว. ขอบเขตอำนาจสภาฯถูกลดทอนไป แต่อำนาจไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี เป็นอำนาจของสภาฯ 

ถ้าพวกเรากล้าพอ เอาชื่อประยุทธ์ ออกไปจากสารบบการเมือง ตามที่หลายพรรคหาเสียงไว้ตอนเลือกตั้ง อยู่ที่การลงคะแนนทั้งสิ้น ไม่มีข้ออ้าง อำนาจใดที่สูงกว่า พรุ่งนี้เป็นวันเดียว ที่สภาฯยืนหยัดในอำนาจตัวเอง ทำให้ประชาชนเห็นว่า คือ ผู้แทนราษฎร ไม่ใช่ผู้แทนของประยุทธ์ ถึงเวลาแล้ว ที่เลือกประเทศ ด้วยการโหวตไม่ไว้วางใจประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี "นายพิธา กล่าว

ต่อมา เวลา 21.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ ชี้แจงบางตอนว่า ได้ฟังมาโดยตลอด รับฟังข้อมูลอันเป็นประโยชน์ นำไปปรับปรุงดูแล ในฐานะเป็นนายกฯและดูแลเศรษฐกิจ ไม่ได้ดูแลเฉพาะเจ้าสัว ขอให้ดูตั้งแต่ก่อนตนเข้ามา หลังเข้ามา เป็นอย่างไร ทุกคนก็มีความคาดหวัง ให้ประเทศเดินไปข้างหน้า ได้แก่ปัญหาต่างๆ จะไม่ให้ใครมายึดครองประเทศไทย ไม่ได้เข้าข้างใคร เราวางตัวดีอยู่แล้ว ในเวทีต่างประเทศ โลกเปลี่ยน เราก็ต้องปรับ สิ่งเหล่านี้อยู่ในแผนทั้งสิ้น สถานการณ์การเงินยังดี แม้เราจะกู้บ้าง ตนไม่ใช่ศัตรูกับใคร ทำดีที่สุด อยากให้ทุกคนเข้าใจ ทำงานด้วยการปฏิบัติ เหมือนจะตีที่หมาย มีข้าศึกระหว่างทางเสมอ ก็ต้องแก้ไขกันไป ไม่ว่าจะมีโอกาสหรือไม่มีโอกาส ถ้ายังมีโอกาส ก็ทำสิ่งที่ดีๆต่อไป จะได้เห็นผลเป็นรูปธรรม เราจะกลายเป็นประเทศที่เข้มแข็ง ขอให้เราช่วยคิด ช่วยกันทำ จะนำคำแนะนำไปแก้ไขให้ประชาชน 


"โควิด" ก็เหอะ จ๋อยเป็นเหมือนกัน! เมื่อเจอ "ฮามาส-ปาเลสไตน์" กับ "อิสราเอล-ยิว" ถล่มใส่กันแหลก

"ควรมีคนเช่นนี้อยู่หรือ?"
โปรใหม่ "ล่าสุด" ชวนฉีด
"วาระแห่งชาติ" คืออะไร?
มหาดไทย "สะท้อนไทย"
๒ ยุค ๒ สมัย ใน ๑ ลีลา
เมื่อ "เดือนกันยา" มาเยือน