'บวชซ่อนชั่ว-บวชศรัทธา'?


   

      "สังคมไทย" นี่.....

      ต้องบอกว่า "น่ารัก" ที่สุดในโลก!

      เพราะ "ทุกเรื่อง-ทุกปัญหา" ไม่ว่า "ร้ายแรง-เลวร้าย" ตีบตันทางไปขนาดไหน?

      เป็นบ้านอื่น-เมืองอื่น

      ในภาวะ "ตันทาง" มีแต่ต้องวิบัติหรือไม่ก็ตายตกกันไปข้างเท่านั้น

      แต่สำหรับสังคมไทย ไม่มีคำว่า "ทางตัน-ตันทาง"

      จะเห็นหลายๆ คน เมื่อจนตรอก ก็หลบเข้าซอก

      "ซุกวัด"!

      หยิ่งผยอง อหังการ ทำเลว-ทำทรามอะไรกันมาทั่วหัวเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ แต่พอไปไม่รอด

      วัด คือ ทางไปสุดท้าย....

      โกนหัว "ซุกผ้าเหลือง" ได้วันไหน รอด "นาทีตาย" ได้วันนั้น!

      อย่างเมื่อวาน (๑๖ พ.ค.๖๑) "ครอบครัวหัวร้อน" หายร้อนดีแล้ว

      บวกกับถูกสังคมประณาม ถึงขั้นขับไล่ไม่ให้อยู่ร่วมถิ่น ๓ พ่อ-แม่-ลูก คอตก

      ไปกราบ "สำนึกผิด" กับตำรวจ บนโรงพักมาบตาพุด และบอก "จะไปบวช"

      ชาวบ้านบอก ถ้าบวชก็จะให้อภัย และอนุโมทนา!

      เห็นมั้ย ..........

      วัด ยึดเป็นที่ "หักมุมจบ" ได้สวยงามเสมอ

      เป็นสังคมอื่น จากพฤติกรรมซ้ำซากตามที่เห็นกัน

      ยิ่งลีลาตัวแม่ด้วยแล้ว.......

      มือหนึ่งถ่ายคลิป ตาถลึง ลอยหน้า แสยะปาก "ไม่ถูกต้อง....ทำไมเหรอ...ไม่ถูกต้อง"

      สลับกับอีกมือ ยกขึ้นชี้ นิ้วแทบจิ้มตาตำรวจ อย่างเห็นในคลิป

      ให้ลูกบวชลุกะโทษ ก็ได้อยู่หรอก

      แต่ก่อนได้ ไม่แน่ใจว่า จะมีอุบัติเหตุสามัญทางสังคมเป็นบทเรียนสอนใจหรือไม่?

      นี่ "บุญพระยังรักษา" หรอกนะ

      ที่ทำกับตำรวจในที่สาธารณะ ในยุคการ "ถ่ายคลิป" เป็นยันต์คุ้ม

      ก็ไม่เพียง "ครอบครัวหัวร้อน" ที่จนตรอกทางสังคม แล้วหันหัวเข้า "วัด"

      แม้ พ.ต.ท.สันธนะ เมื่อถึงบท "น้ำตาพระเอก" หลั่ง ยังออกปาก "จะไปบวช"

      กับสังคมไทยเรา ไม่ว่าชาวบ้านโจร นักการเมืองโจร ข้าราชการโจร โจรในโจร

      มี ๒ สถานภาพคละเคล้าตลอด

      ๑.นักโทษ

      ๒.นักบวช!

      กรณีลูกชาย "ครอบครัวหัวร้อน" ถ้าจะบวช ก็คงได้แค่ "บวชเณร" เพราะอายุเพิ่ง ๑๘ ปี

      เรื่อง "คนมีปัญหา" บวช..........

      โดยเฉพาะ "ระหว่างโทษ-ระหว่างคดี" แล้วหลบไปบวช มันเป็น "ครหาสังคม" ยากหาข้อสรุป

      และเป็น "ข้อกังขา" ทางพระวินัยสงฆ์ ถกกันไม่จบ ว่า

      "บวชได้หรือ...ทำไมพระอุปัชฌาย์จึงบวชให้คนต้องคดี?"

      ในข้อเท็จจริง.........

      ตามพระธรรมวินัย มีบัญญัติถึง "ลักษณะคนบวชได้-บวชไม่ได้" ไว้ครบถ้วน

      พระที่จะสอบผ่านเป็น "องค์อุปัชฌาย์" คือประหนึ่งพ่อ-แม่ที่จะให้กำเนิดพุทธบุตร ต้องรู้-ต้องเข้าใจ

      แต่กระนั้น ก็ยังบวชให้คนมีปัญหาเชิงอาศัยผ้าเหลืองคลุมหลบภัยอยู่ประจำ

      ส่วนมากจะเป็น "ผู้ต้องคดี"...........

      มักตีความแบบเลี่ยงบาลี "คดียังไม่ถึงที่สุด" ถือเป็นคนบริสุทธิ์ตามกฎหมาย ฉะนั้น บวชได้ ประมาณนั้น

      หรือบางที พระอุปัชฌาย์ เกรงใจ ด้วยรู้จักกัน คนจะบวช เป็นใหญ่-เป็นโต มีชื่อเสียง

      หรือคนที่รู้จักกัน พามาขอให้บวช เป็นต้น

      บวชแล้ว นำปัญหาสู่ทั้งวัด ทั้งตัวคนบวช และตัวพระอุปัชฌาย์!

      ตรงนี้ ต้องแยก ๒ นัย...........

      ตามพระวินัยนั้น มีทั้งลักษณะ "บวชไม่ได้" หมายถึงห้ามบวช บวชก็ไม่เป็นพระ

      เช่น เคยบวชแล้วเป็นปาราชิก อายุไม่ครบ ๒๐ ฆ่าพ่อ-แม่ เป็นคน ๒ เพศ เป็นต้น

      กับ "ไม่ควรให้บวช" หมายถึง จะบวชก็ได้ แต่ไม่ควร มี ๓๒ ประเภท

      ๑.คนที่เป็นโรคติดต่อ    

      ๒.คนที่มีอวัยวะบกพร่อง      

      ๓.คนที่มีอวัยวะไม่สมประกอบ

      ๔.คนพิการเช่นคนตาพิการ คนง่อย คนมือเท้าหงิก

      ๕.คนทุรพล คือ คนง่อนแง่น ทำกิจสงฆ์ลำบาก

      ๖.คนที่ผู้ปกครอง หรือบิดามารดาไม่อนุญาต

      ๗.โจรผู้ร้ายขึ้นชื่อ ผู้ที่กฎหมายต้องการตัว

      ๘.บุคคลตามลักษณะมาตรา ๑๕ แห่ง สังฆาณัติระเบียบพระอุปัชฌายะ พุทธศักราช ๒๔๙๗ ห้ามบวช

      ๑.คนทำผิดและอยู่ระหว่างหลบหนีอาญาแผ่นดิน

      ๒.คนที่หนีราชการ (หนีเกณฑ์ทหาร ถือว่าหนีราชการ-เปลว)

      ๓.คนมีคดีคั่งค้างในศาล

      ๔.คนเคยถูกตัดสินจำคุก ฐานเป็นผู้ร้ายสำคัญ

      ๕.คนถูกห้ามอุปสมบทเด็ดขาดทางพระพุทธศาสนา

      ๖.คนมีโรคติดต่อร้ายแรง

      ๗.คนอวัยวะพิการ ปฏิบัติกิจพระศาสนาไม่สะดวก

      เนี่ย......

      คนลักษณะเหล่านี้ พระอุปัชฌาย์ "ไม่ควรให้บวช" แต่ถ้าบวช ก็ถือว่าเป็นเณร-เป็นพระได้

      พระวินัยก็เหมือนข้อกฎหมาย ตราไว้เป็นกรอบ จะให้ชี้เปรี้ยงๆ ตายตัว ว่าอย่างนั้น-อย่างนี้ เป็นไปไม่ได้

      ดังนั้น การใช้ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจพระอุปัชฌาย์ ว่าเข้ากฎเกณฑ์ หรืออนุโลมได้-ไม่ได้อย่างไร

      ยุคสมัยเปลี่ยน พฤติกรรมและองค์ประกอบต่างๆ มันก็เปลี่ยนด้วย

      ดังนั้น "จิตตรง-จิตคด" เพื่อการวินิจฉัยขององค์อุปัชฌาย์เป็นสำคัญ ต่อการจะให้บวช-ไม่ให้บวชของคนนั้นๆ

      ที่จริง ตามระเบียบก็ระบุชัดอยู่แล้ว ว่า

      -คนทำผิดและอยู่ระหว่างหลบหนีอาญาแผ่นดิน

      -คนมีคดีคั่งค้างในศาล

      เหล่านี้ บวชได้ก็จริง แต่พระอุปัชฌาย์ "ไม่ควรให้บวช"!

      ยึดกรอบนี้ ก็จะทราบว่า อย่างลูกชาย "ครอบครัวหัวร้อน" ที่ว่าจะบวช พระอุปัชฌาย์สมควรจะบวชให้หรือไม่?

      ยิ่งบอกเจตนาที่จะบวช..........

      บวชล้างซวย บวชให้พ่อ-ให้แม่ และให้ตำรวจ

      ตีค่าพระพุทธศาสนา "พระ-วัด" เหมือนอ่างล้างมือ ล้างเท้าอย่างนั่นแหละ ใครสกปรก-โสโครก ก็เข้ามาใช้ล้างได้!

      พระพุทธศาสนา สอนอะไร.......

      "วัด" คือสถานที่อะไร "พระ" มีหน้าที่ทำอะไร?

      ลูกชายหัวร้อน กระทั่งคนที่ "มีปัญหา" แล้วมาซุกบวช ไม่ทราบว่า "เข้าถึง-ศรัทธา" ข้อนี้หรือไม่

      หรือแค่เข้ามาใช้เป็นที่หลบภัยชั่วคราว?

      ผมว่านะ กรณี คนมีปัญหามาบวช (ชั่วคราว) อยากฝากทางสำนักพุทธคิด

      เอาอย่างนี้ดีไหม........

      ให้วัดจัด "สำนักศีลวิรัติ" สำหรับคน "มีเงื่อนไข" ทางสังคม-ด้านคดีความ

      เมื่อต้องการบวชชั่วคราว ๗ วัน ๑๕ วัน หรือ ๑ เดือน ก็ให้ "บวชใจ" อยู่ในสำนัก ด้วยการให้สมาทานศีล ๕

      เน้น "อบรมจิต" ทาง "สมาธิภาวนา"

      ถ้าบวชตั้งแต่ ๑๕ วัน ขึ้นไป ถึงวันพระ ๑๕ ค่ำ ๘ ค่ำ ก็ให้สมาทาน "ศีลอุโบสถ" คือ ศีล ๘ เน้นสมาธิภาวนาเช่นกัน

      จริงๆ แล้ว ศีล ๒๒๗ ของพระ สาระหลักทั้งหมด สรุปลงอยู่ในศีล ๕ ข้อนั่นแหละ

      เพื่อไม่ให้เสียศรัทธา ไม่ให้พระอุปัชฌาย์ยุ่งยาก และเพื่อไม่ให้ "พระพุทธศาสนา" ถูกใช้เหมือนเป็นเครื่องซักผ้า

      ตั้ง "สำนักศีลวิรัติ" ได้ทั้งหญิง-ชาย จะเป็นทางออกสวยงามกว่า "เอะอะเอาผ้าเหลืองคลุม"!

      ศีล ๕ ศีล ๘ นี่ อย่านึกว่าน้อย จะต้อง ๒๒๗ แค่ ๕ ข้อ ก็ปิดนรก-เปิดสวรรค์แล้ว

      ตอนรับศีล ลงท้ายที่พระท่านว่า.......

      "สีเลนะ สุคะติง ยันติ สีเลนะ โภคะสัมปะทา สีเลนะ นิพพุติง ยันติ ตัสมา สีลัง วิโสทะเย"

      ถ้าแปลความออกจะเข้าใจ และพอใจอยู่ตรงนี้ ไม่ต้องบวช ก็สวรรค์แล้ว

      สีเลนะ สุคะติง ยันติ = มีศีลแล้วถึงสวรรค์

      สีเลนะ โภคะสัมปะทา = มีศีลทำให้รวย

      ตัสมา สีลัง วิโสทะเย = เพราะเหตุนั้น จงรักษาศีลให้ดีเถิด.

      จำไว้เลย "ผ้าเหลือง" ไม่ใช่สิ่ง "ทำให้คนดี"

     "ศีล" ที่ตนรักษาดีแล้วตะหาก "ทำให้คนดี".


คสช.จะเป็นกบฏ?ในหมู่คนที่อ้างว่าเป็นฝ่ายประชาธิปไตย นักเคลื่อนไหว กำลังลุ้นว่า วันที่ ๒๒ มิถุนายนนี้ ศาลฎีกาจะชี้คดี คณะรักษาความสงบแห่งชาติ เป็นกบฏหรือไม่

ยุทธศาสตร์ชาติกับทิศทางโจร
วาทกรรม"ขายชาติ"สกัดสร้างชาติ
'ประยุทธ์วันนั้น-กับลุงตู่วันนี้'
เรื่องของโลก (ไม่) ใช่เรื่องของเรา
'พิสิฐชัย' คือใครในดงเหลือง?
เหตุจาก 'เกลือเป็นหนอน'