'อนุทิน' แจงต่อ พรก.ฉุกเฉิน เอื้อจนท.สาธารณสุขทำงานคล่องตัว ไม่เกี่ยวการเมือง


เพิ่มเพื่อน    

22 ก.พ.64 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค.ว่า การผ่อนคลายร้านอาหารและสถานบันเทิงนั้นยังไม่เกี่ยวกับสถานอาบอบนวด ซึ่งต้องรอการประชุมครั้งหน้า นอกจากนี้ ต้องรอดูว่าจะมีวัคซีนฉีดได้แล้วประชาชนมีความมั่นใจเกิดขึ้นก็ค่อยๆ ผ่อนคลาย ตอนนี้ผ่อนคลายเรื่องการดื่มแอลกอฮอล์ในร้านอาหาร เพราะเราต้องมั่นใจในประชาชนของเรา และต้องขอประชาชนให้ความร่วมมือเหมือนที่ผ่านมา ต้องอยู่กันอย่างมีระยะห่าง สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา แต่ตอนนี้เมื่อแอลกอฮอล์เข้าปาก หน้ากากอนามัยก็จะหลุด จะเป็นปัญหา ดังนั้นต้องพยายามไม่ให้เกิดเหตุเช่นนั้น ขอให้อดเปรี้ยวไว้กินหวาน คงอีกไม่นาน เพราะถ้ามีวัคซีนความร่วมมือของทุกคนดีขึ้นจะกลับคืนสู่สภาวะปกติแบบนิวนอร์มอลได้เร็ว

เมื่อถามถึงเหตุผลความจำเป็นของการต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉินอีก 1 เดือน ในเมื่อมีการผ่อนคลายไปมากแล้ว นายอนุทิน กล่าวว่า มีหลายเหตุผลและขอย้ำว่า พ.ร.ก.ฉุกเฉินไม่ได้มาริดลอนสิทธิเสรีภาพของใคร แต่ออกมาเพื่อป้องกันโควิด-19 โดยเฉพาะไม่เกี่ยวข้องเรื่องการเมืองใดๆ ทั้งสิ้น เป็นเรื่องของความคล่องตัวในการทำงานของเจ้าหน้าที่ที่บูรณาการความร่วมมือระหว่างส่วนราชการด้วยกันให้มีความรวดเร็วยิ่งขึ้น ถ้าไม่มี พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แล้วเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุขต้องการดำเนินมาตรการใด กว่าจะขอความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครองจะไม่ทันกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เราจะได้แต่มานั่งเสียใจกัน แต่เมื่อมี พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทุกอย่างอยู่ภายใต้เจ้าพนักงาน ทุกคนจึงสามารถดำเนินงานภายใต้กฎหมายได้  

เมื่อถามว่า ข้อกำหนดที่ระบุบเรื่องห้ามการชุมนุมถูกตีความโยงไปกับการเมือง นายอนุทิน กล่าวว่า เมื่อยังมีการระบาดของโควิด-19 จึงยังไม่อยากให้มีการชุมนุมแบบมีการรวมตัวกันจำนวนมาก เพราะโควิด-19 ติดได้ง่ายในผู้คนที่รวมตัวใกล้ชิด เป็นการเพิ่มความเสี่ยงให้กับชีวิตเรา ครอบครัว และยังทวีคูณมากขึ้นไป หากเป็นเช่นนี้เท่าไหร่ก็เอาไม่อยู่ จึงต้องขอความร่วมมือจากประชาชน และถึงแม้ว่าจะมี พ.ร.ก.ฉุกเฉินแล้วป้องกันการชุมนุมได้หรือไม่ ก็มีให้เห็นอยู่ ถ้าเขาจะชุมนุมกันจริงๆเราจะทำอะไรได้ แต่เชื่อว่าทุกคนมีจิตสำนึกมีความห่วงใยเพื่อร่วมชาติ ช่วงนี้พยายามหลีกเลี่ยงก่อน 


ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่า.... รัฐบาลเขามีนโยบายอะไรที่ล้ำลึกในการรับมือขบวนการ "เปลี่ยนระบอบประเทศ-ล้มสถาบัน" ที่กลุ่มอาจารย์มหา'ลัยกับกลุ่มการเมืองกลุ่มหนึ่งสมคบขบวนการนอกชาติที่หวังเข้ามามีอำนาจเหนือชาติ

'ไฟป่า-ไฟเมือง' เรื่องจงใจ
ว่าด้วย 'ดอกประชาธิปไตย'
มีค่า"ต่อเมื่อ"ขื่อคาถึง
เมื่อ 'ความยุติธรรม' สถิต
วันชี้ชะตา 'กำนันสุเทพ'
'รหัส ๓ ตัวเลขไว้วางใจ'