ภท.ผิดหวังยื้อฟัน6ดาวฤกษ์


เพิ่มเพื่อน    


    “ประยุทธ์” ย้ำให้พรรคการเมืองคุยกันเองเรื่องโหวตแหกมติ เมินตอบ 3 รัฐมนตรี กปปส.จ่อถูกศาลตัดสิน “ประวิตร” ปัดนัดแกนนำรัฐบาลกินข้าวเคลียร์ใจ “อนุทิน” ยังติดใจขอทำหน้าที่ทวงศักดิ์ศรี “น้องเนวิน” มาดามเดียร์สุมไฟต่อบอกมีใบเสร็จความผิดสำเร็จแล้ว “ปชป.” ผวากระทบซ่อมเมืองคอน ให้ 3  ส.ส.ทำหนังสือชี้แจง ส่วนก้าวไกลฟัน 4 สมาชิกผิดวินัยพรรคร้ายแรง แต่ลงโทษเบาะๆ ฝ่ายค้านเตรียมโรยเกลือ 4 รัฐมนตรีพ่วงลาก “สุริยะ” เอี่ยวด้วย 
    เมื่อวันอังคารที่ 23 ก.พ. ยังคงมีผลพวงจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลอยู่ โดยเฉพาะประเด็น ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ยกมือสวนมติพรรค โดยช่วงเช้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ตอบคำถามสื่อมวลชนถึงกรณีได้คุยกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ในปัญหาความขัดแย้งหรือไม่เชิงประชดว่า คุยแล้วมั้ง
    ต่อมาหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงกรณีนายกฯ และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรค พปชร. จะนัดพรรคร่วมรัฐบาลพูดคุยหรือรับประทานอาหารหรือไม่หลังเกิดปัญหา ว่าไม่ขอตอบตรงนี้ เพราะเป็นเรื่องของพรรคการเมือง หัวหน้าพรรคแต่ละพรรคต้องไปว่ากัน ซึ่งก็ห่วงปัญหาความขัดแย้งภายในรัฐบาล ภายใน ครม.แค่นั้น เรื่องอื่นเป็นเรื่องพรรคการเมือง ก็บริหารกันไป แต่ยืนยันว่าทุกพรรคการเมือง พรรคร่วมรัฐบาลยังร่วมมือกับรัฐบาลดีอยู่ทุกพรรค ทั้งพรรคใหญ่พรรคเล็ก ต้องขอบคุณทุกคนที่เข้าใจ  
    เมื่อถามว่า ในวันที่ 24 ก.พ. ศาลอาญาจะพิจารณาคดีแกนนำคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ชุมนุมทางการเมืองปี 2557 ซึ่งมีรัฐมนตรีในรัฐบาล 3 คน ได้เตรียมการไว้บ้างหรือไม่หากศาลพิจารณาว่ามีความผิด นายกฯ กล่าวว่า ขอไม่ตอบ เป็นเรื่องของศาลอาญา บอกกี่ครั้งแล้วศาลจะตัดสินอย่างไรก็เป็นเรื่องของศาล ซึ่งเป็นองค์กรอิสระ รัฐบาลเป็นฝ่ายบริหาร ไปก้าวล่วงไม่ได้ทั้งสิ้น ต่างฝ่ายต่างต้องไม่ก้าวล่วงซึ่งกันและกัน ฉะนั้นต่างคนต่างมีหน้าที่ของตัวเอง หน้าที่ของทุกคนคือทำให้ประเทศชาตินี้ปลอดภัย สงบสุข มีเสถียรภาพ ได้รับความเชื่อมั่นจากต่างประเทศ มีผลในด้านเศรษฐกิจการค้าการลงทุน ทุกคนต้องช่วยกันทั้งหมด  
         เมื่อถามว่า หากเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองจริงกับรัฐมนตรี กปปส.ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลเตรียมทาบทามบุคคลในการเข้ามารับตำแหน่งและจะปรับ ครม.ทันทีหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ยังไม่มี แต่ก็เป็นเรื่องของตนเอง ซึ่งคิดมาตลอด ถ้าจะทำอะไรต่างๆ ก็ไม่พูดก่อนอยู่แล้ว โดยจะดูและติดตามผลงาน มันมีหลายอย่างที่ต้องปฏิรูปกันทั้งหมด วันนี้ความขัดแย้งคิดว่าเป็นการนำความขัดแย้งเก่าๆ มา ไม่ได้บอกผิดหรือถูก แต่บอกว่ามันต้องมาพิสูจน์ทราบให้ชัดเจน อะไรที่ถึงศาลก็คือศาล อะไรที่ต้องประเมินในฐานะนายกฯ หัวหน้ารัฐบาลก็จะประเมินเอง ซึ่งได้สั่งการไปหลายเรื่องทุกกระทรวง และทั้งหมดต้องไปสู่กลไกการบริหารของรัฐบาล พรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งทุกคนมีเจตนารมณ์มุ่งมั่นอันเดียวกัน  
บิ๊กตู่วอนลดกระพี้ลงหน่อย
    “คำถามที่เป็นกระพี้ขอให้ลดๆ ลงหน่อย กระพี้รู้จักใช่หรือไม่ มันเป็นเปลือกนอกของต้นไม้ที่รุ่ยๆ ลงทุกวัน แต่แก่นมันอยู่ตรงไหน ถามตรงแก่นตรงนั้น และอะไรที่จะสร้างความขัดแย้งที่ยังไม่ใช่ข้อเท็จจริง ผมคิดว่าขยายความไปก็เท่านั้น มันอยู่ในกระบวนการตรวจสอบได้ทั้งหมดอยู่แล้ว ไม่ใช่ว่าจะต้องทันทีๆ บางทีปัญหามันทับซ้อนหลายปัญหาด้วยกัน อย่าทำให้บ้านเมืองไม่สงบก็แล้วกัน ตราบใดที่ยังไม่ได้ข้อเท็จจริง ต้องตรวจสอบทุกเรื่อง”นายกฯ กล่าว 
    พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวอีกว่า การใช้การประชาสัมพันธ์ที่ผ่านมามีหลายช่องทางด้วยกัน วันนี้จะใช้อีกช่องทางหนึ่งคือช่องทางผ่านพอดแคสต์ ซึ่งจะออกในทุกๆ สัปดาห์ เพื่อให้ทุกคนได้ทราบถึงความก้าวหน้าในการทำงานของรัฐบาลในภาพรวม
    รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลแจ้งว่า ในการประชุม ครม. พล.อ.ประยุทธ์ได้กล่าวในช่วงท้ายการประชุม ครม.ถึงกรณีการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งที่ผ่านมา ว่าขอบคุณทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ทั้งนี้ งานรัฐบาลต้องทำงานอย่างต่อเนื่อง จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ได้เปิดพอดแคสต์ที่เผยแพร่ประจำสัปดาห์ให้ที่ประชุมรับฟัง พร้อมกับกล่าวว่า รัฐมนตรีท่านไหนที่ยังไม่ได้หยิบผลงานมาพูดก็ไม่ต้องน้อยใจ ส่งผลงานของตัวเองมาได้ เดี๋ยวจะนำมาพูดให้ เพราะพูดได้ตลอด พูดได้ทุกวัน ขณะที่ประเด็นเรื่องแอปพลิเคชันคลับเฮาส์ที่กำลังเป็นที่นิยม พล.อ.ประยุทธ์ได้พูดถึงเรื่องนี้ว่า "ผมไม่มีเวลาเล่นหรอก ใครอยากเล่นก็เล่น แล้วผมจะไปเล่นกับเขาทำไม อย่าไปให้น้ำหนักกับคนไม่ดีมาก"  
    ขณะที่ในช่วงหนึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ได้กล่าวแนะนำรัฐมนตรีให้เริ่มปรับการทำงาน ให้รู้ความเดือดร้อนของประชาชนเป็นหลัก การทำงานใหม่ๆ ต้องเกิดขึ้น โปร่งใส ไม่ทุจริต ให้ทุกกระทรวงช่วยกันพูด อย่าให้นายกฯ พูดคนเดียว ให้เริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ โลกเปลี่ยนไปแล้ว จะมาใช้อำนาจได้อย่างไร ขอบคุณประชาชนที่ให้ข้อมูลนายกฯ มาด้วย
    ด้าน พล.อ.ประวิตรกล่าวถึงการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง 7 ส.ส.ที่โหวตสวนมติพรรคว่า ให้รอคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง เมื่อถามว่าจะลงโทษถึงขั้นไหน พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า "ไม่รู้ๆ"
ปัดนัดแกนนำรัฐบาลหม่ำข้าว
    หลังการประชุม ครม. พล.อ.ประวิตรกล่าวตอบข้อถามที่ว่าหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจถึงเวลาที่แกนนำพรรคร่วมจะมานั่งพูดคุยกันหรือยัง ว่าเดี๋ยวจะติดโควิดหรือไม่ ให้ทิ้งเวลาไปช่วงหนึ่งก่อน ให้โควิดบรรเทาลงก่อน 
ผู้สื่อข่าวถามว่า หลังเกิดปัญหาลงมติ ส.ส.กลุ่มดาวฤกษ์ได้ติดต่อมาบ้างหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ทำไมต้องมาติดต่อ เขาก็มีกรรมการตรวจสอบอยู่แล้ว เมื่อถามถึงการลงโทษ ส.ส.ที่ไม่ปฏิบัติตามมติพรรค มีบทลงโทษขั้นต่ำสุดและสูงสุดอย่างไร พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ให้คณะกรรมการสอบสวนเสนอมา และเมื่อถามย้ำว่า พล.อ.ประวิตรคุมสถานการณ์ในพรรค พปชร.ใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรปฏิเสธตอบคำถามดังกล่าว
    ด้าน น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พปชร. แกนนำกลุ่มดาวฤกษ์ กล่าวถึงกรณีพรรคตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการโหวตสวนมติว่า เรายังไม่มีท่าทีอะไร ต้องรอให้คณะกรรมการฯ เรียกเข้าไปชี้แจงก่อน และเห็นว่าการเปิดให้เราชี้แจงแล้วค่อยตัดสินใจ ดีกว่าไม่ได้ชี้แจงแล้วตัดสินไปก่อน อย่างนั้นไม่เป็นธรรม และส่วนตัวไม่ห่วงอยู่แล้ว เพราะการตัดสินใจอยู่บนพื้นฐานความสุจริตใจ ไม่มีอคติใดๆ ทั้งสิ้น จึงมั่นใจว่าสามารถอธิบายรายละเอียดและเหตุผลต่างๆ ต่อคณะกรรมการฯ ได้ชัดเจน ซึ่งกรณีรถไฟฟ้าสายสีส้ม ถือว่าความผิดสำเร็จชัดเจน เห็นได้จากที่เอกชนที่ได้รับความเสียหายในโครงการดังกล่าว ดำเนินการฟ้องร้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางเรียบร้อยแล้ว ขณะที่พรรคฝ่ายค้านเตรียมยื่นคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เอาผิดเช่นกัน 
    “การตัดสินครั้งนี้เป็นการทำหน้าที่ ส.ส.ให้ดีที่สุด เพื่อปกป้องประโยชน์ของประชาชน ไม่มีจุดประสงค์อื่น และไม่กังวลถึงกระแสข่าวที่ต้องการบีบให้ออกจาก ส.ส. หากเราทำในสิ่งที่ถูกต้อง ตัดสินใจบนความชอบธรรม ไม่ต้องกลัว เพราะการเป็น ส.ส.ต้องให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินการทำงานของเรามากกว่า” น.ส.วทันยา กล่าว 
    เมื่อ​ถามถึงข้อสังเกตว่าเบื้องหลังการตัดสินใจงดลงคะแนน มีบุคคลอื่นหรือมีเรื่องผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง น.ส.วทันยา กล่าวว่า ยืนยันว่าการงดลงคะแนนไม่มีเรื่องผลประโยชน์หรือมีบุคคลอื่นอยู่เบื้องหลังแน่นอน แต่เราเห็นความไม่ชัดเจนของผู้ชี้แจงเรื่องรถไฟฟ้าสายสีส้ม ซึ่งเกี่ยวข้องกับ ส.ส.กทม. เพราะเป็นพื้นที่ของเรา และยังมีคำถามจากชาวบ้านมาตลอด ดังนั้นเมื่อเราเป็นผู้แทน กทม. ถ้าไม่ปกป้องประชาชน ก็ถือว่าทำหน้าที่ได้อย่างไม่น่าภูมิใจ
    ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์กรณีพรรค พปชร.ตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณี 7 ส.ส. ว่าเป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่ของพรรคเขาแสดงท่าทีออกมาแล้ว ดังนั้นจึงต้องรอผลการตรวจสอบว่าออกมาเป็นเช่นไร แต่ไม่ใช่ไปตั้งหน้าตั้งตารอเรื่องนั้น เพราะเราต้องทำงาน
    ถามว่า เมื่อมีท่าทีออกมาเช่นนี้ ภท.หายติดใจหรือไม่ นายอนุทินตอบทันทีว่า "ยัง ยังต้องมีการกระทำก่อน" เมื่อถามย้ำว่าการกระทำที่ว่าต้องมีลักษณะเช่นใด นายอนุทินตอบว่า ไม่ทราบ เพราะเราไม่ได้เป็นคนทำ 
    เมื่อถามว่าได้พูดคุยประเด็นนี้กับ พล.อ.ประวิตรแล้วหรือยัง นายอนุทินตอบว่า มีการพูดคุยกันว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้ มันไม่ควรเป็นแบบนี้ ส่วนการจัดการอย่างไร พล.อ.ประวิตรก็บอกว่าเดี๋ยวพี่ จัดการเอง ซึ่งเราก็ต้องเคารพตรงนั้น
ลั่นทวงศักดิ์ศรีเลขาธิการพรรค
    ถามย้ำว่า ถ้าสมมุติว่าหากเกิดกรณี ส.ส.ภูมิใจไทยโหวตสวนมติในเรื่องสำคัญเช่นนี้ในอนาคต พรรคจะดำเนินการอย่างไร นายอนุทินตอบว่า มันไม่เกิด และไม่มีทางเกิดขึ้นได้ตราบใดที่เป็นหัวหน้าพรรค เพราะพรรคต้องไปด้วยกัน และต้องพูดคุยกันก่อนที่จะลงมติใดๆ ใครไม่พอใจก็ว่ากันไปตรงนั้น แต่ต้องเคารพมติพรรค ซึ่งมันมีวิธีหลายอย่าง แม้ ส.ส.จะมีเอกสิทธิ์ แต่ด้วยมารยาทของการร่วมรัฐบาล หากใครไม่พอใจก็ต้องพูดคุยกัน สุดท้ายก็ต้องเคารพมติพรรคและโหวตตามพรรคก่อน แต่สามารถไปแถลงจุดยืนว่าไม่เห็นด้วยในภายหลังได้ ถือว่าเป็นสปิริต
     ถามถึงกรณีนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ส.ส.ศรีสะเกษ พรรค ภท. โหวตงดออกเสียงตอนเลือกนายกฯ พรรคมีมาตรการลงโทษหรือไม่ นายอนุทินตอบว่า "โอ้โห ไปถามเขาสิ แต่อย่าลืมตอนนั้นต่างคนต่างไม่รู้จักกัน ต่างคนต่างมาเป็นครั้งแรกของทุกคน ผมก็ยังไม่รู้จักท่านนายกฯ เลย จึงอย่าเอาจุดนี้มาเทียบ เป็นคนละเรื่อง"
    ในช่วงเย็นพรรค ภท.มีการประชุม ส.ส.ของพรรค โดยนายอนุทินกล่าวในที่ประชุมตอนหนึ่งว่า ยอมรับว่าลืมเช็กให้ดี และนึกไม่ถึงว่าจะมีการกระทำที่ผิดมารยาทและไม่เป็นไปตามข้อตกลงของพรรคร่วมรัฐบาล คือนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม และเลขาธิการพรรค ถูกงดออกเสียงไป 6 เสียง ถือเป็นเรื่องใหญ่มาก ซึ่งพรรค พปชร.ต้องมีคำอธิบาย และมีการดำเนินการเพื่อให้เกิดความยุติธรรมกับนายศักดิ์สยาม หากไม่มีการงดออกเสียงเท่ากับนายศักดิ์สยามจะได้คะแนนเสียง 274 เสียง ซึ่งถือว่ามีความหมายเป็นอย่างยิ่ง
    นายอนุทินกล่าวอีกว่า ความรู้สึกของประชาชนเรื่องนี้เกิดขึ้นแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่สามารถให้ใครมาลบหลู่ได้ เพราะหากจะไม่ไว้วางใจก็ต้องไม่วางใจทั้งพรรค ซึ่งต้องพูดคุยกันก่อนภายในพรรค รวมทั้งภายในคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ที่ต้องตกลงกันก่อน และเห็นสมควรต่อไป 
นายอนุทินยังบอกกับลูกพรรคว่า ไม่ต้องไปทำอะไร เพราะผู้ใหญ่ทั้งสองพรรคได้พูดคุยกันแล้ว เราทุกคนมีวุฒิภาวะ มีสปิริตของการเป็น ส.ส. และพรรคร่วมรัฐบาล การอภิปรายไม่ไว้วางใจไม่มีหลักฐานหรือข้อมูลใดๆ ที่ผู้อภิปรายนำมากล่าวได้อย่างประจักษ์ชัดว่ากระทบ บกพร่องหรือมิชอบแต่อย่างใด จึงเป็นเรื่องที่น่าเสียใจและน่าผิดหวัง ในฐานะหัวหน้าพรรคจะต้องรักษาเกียรติยศของพรรคและรักษาเกียรติยศของเลขาธิการพรรคไว้  
    นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงว่า ก่อนเข้าวาระการประชุม ครม. นายกฯ ได้สั่งการให้แต่ละกระทรวงไปดำเนินการเตรียมข้อมูลเพื่ออัพเดตข้อมูลข่าวสารให้ประชาชนอย่างครบถ้วน สอดคล้องกับที่ประชุมสภาเพื่อสร้างการรับรู้และให้ข้อมูลที่ถูกต้องกับประชาชน เพราะในโซเชียลมีเดียมีเฟกนิวส์เกิดขึ้นมากมาย
    ขณะเดียวกัน ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรค ปชป. แถลงภายหลังการประชุมพรรคว่า ที่ประชุมไม่ได้พิจารณากรณี 3 ส.ส.แหกมติพรรค โดยให้ทำหนังสือชี้เแจง แต่มี ส.ส.พรรคจำนวน 23 คน ทำหนังสือยื่นต่อเลขาธิการพรรค เพื่อขอให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวน ส.ส.ทั้ง 3 คน เนื่องจากมีความรู้สึกว่าการกระทำดังกล่าวไม่เหมาะสม ที่งดออกเสียงหัวหน้าพรรค แต่กลับไปลงมติไว้วางใจรัฐมนตรีคนอื่น โดยต้องเป็นไปตามข้อบังคับพรรค คือเลขาธิการพรรคพิจารณาเอง หรือตั้งกรรมการสอบจำนวน 3 คน เพื่อให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน ดังนั้นผลจะออกมาเป็นอย่างไรคงต้องรอกระบวนการสอบสวนก่อน แต่ขณะนี้ยังไม่เริ่มต้น
    รายงานข่าวแจ้งว่า ที่ประชุมมีนายพนิต วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายอันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานี มาร่วมประชุม ส่วนนายอภิชัย เตชะอุบล ส.ส.บัญชีรายชื่อ ไม่ได้เข้าร่วม โดยนายพนิตพยายามชี้แจงถึงเหตุผล แต่นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ส.ส.บัญชีรายชื่อ ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคได้ตัดบท โดยขอให้รอจนกว่าการเลือกตั้งซ่อมเสร็จสิ้น และเกรงว่าจะเกิดปัญหาภายในพรรค ดังนั้นขอให้ ส.ส.ทั้ง 3 คนส่งเอกสารคำชี้แจงมาแทน ทำให้นายพนิตได้ส่งจดหมายเปิดผนึกให้หัวหน้าพรรค ส่วนนายอันวาร์ได้ออกจากห้องประชุมไปทันทีเมื่อไม่มีการพูดถึงเรื่องนี้
ฝ่ายค้านจ่อลาก'สุริยะ'
    ส่วนความเคลื่อนไหวของพรรคฝ่ายค้านนั้น ที่พรรคก้าวไกล (ก.ก.) มีการประชุมคณะกรรมการวินัยและจรรยาบรรณสมาชิกพรรคก้าวไกล ครั้งที่ 2/2564 โดยนายณัฐวุฒิ บัวประทุม ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรค กล่าวว่า คณะกรรมการวินัยฯ ทั้ง 5 คนมีความเห็นในทิศทางเดียวกันว่า การกระทำของ 4 ส.ส.สร้างผลเสียหาย โดยเฉพาะต่ออุดมการณ์และแนวทางทำงานของพรรค ซึ่งสมาชิกทั้ง 4 ยังขาดการร่วมกิจกรรมต่างๆ ของพรรค รวมถึงขาดการเข้าร่วมประชุมพรรคอย่างต่อเนื่องและยาวนานพอสมควร พฤติกรรมเหล่านี้เข้าข่ายผิดวินัยร้ายแรง 
    “สำหรับสมาชิกทั้ง 4 คน คณะกรรมการวินัยฯ เห็นตรงกันว่าให้ตัดสิทธิ์ที่พึงมีในฐานะสมาชิกพรรคการเมือง ส่วนสาเหตุที่ไม่ตัดสินให้พ้นจากสมาชิกภาพพรรคการเมืองนั้น เหตุผลเป็นไปตามที่หัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคให้เหตุผลก่อนหน้านี้ คือเพื่อไม่ให้มีผลต่อสัดส่วนการทำงานต่างๆ ในการขับเคลื่อนทางการเมืองในสภาผู้แทนราษฎร และเพื่อไม่ให้เป็นการเตะหมูเข้าปากหมา สมประโยชน์นักการเมืองและพรรคการเมืองที่กำลังทำการเมืองแบบเก่าและรอคอยอยู่” นายณัฐวุฒิกล่าว และว่า บทลงโทษนั้น พรรคจะไม่ส่งสมาชิกทั้ง 4 ลงรับสมัครเลือกตั้งครั้งถัดไป และจะถอด นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ ออกจากการเป็นรองเลขาธิการพรรค และจะไม่อนุญาตให้สมาชิกทั้ง 4 เข้าร่วมกิจกรรม และไม่อนุญาตให้ใช้ชื่อพรรคในการทำกิจกรรมต่างๆ ทางการเมือง รวมถึงส่วนที่เป็นโควตาเวลาของพรรคการเมือง เช่น การตั้งกระทู้ถามสด การนั่งเป็นกรรมาธิการคณะต่างๆ และขอสงวนสิทธิ์ในการส่ง ส.ส. หรือสมาชิกพรรคลงทำงานในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด เชียงราย และชลบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ของสมาชิกทั้ง 4 คนทันที
    นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานประธานกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) แถลงผลประชุมวิปฝ่ายค้านว่า ที่ประชุมได้ประเมินผลการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ทุกคนพอใจการอภิปรายที่หลายประเด็นที่พูดไปช่วยให้สังคมเห็นถึงความไม่ชอบมาพากล ผิดกฎหมาย ผิดจริยธรรม ฝ่ายค้านจะติดตามเรื่องเหล่านี้ต่อจนถึงที่สุด ทั้งมาตรการกฎหมายและมาตรการทางจริยธรรม ขณะนี้อยู่ระหว่างตั้งคณะกรรมการพิจารณาว่าจะยื่นดำเนินการถอดถอนรัฐมนตรีคนใดต่อ ป.ป.ช.บ้าง คาดว่าภายใน 2 สัปดาห์จะรู้ผลเป็นทางการจะมีใครบ้างถูกยื่นถอดถอนต่อ ป.ป.ช. แต่รายชื่อที่มีอยู่ในใจคือ พล.อ.ประยุทธ์, นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์, นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ และนายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย และอาจมีเพิ่มเติมอีกหลายคน ข้อหาหลักๆ ที่จะยื่นต่อ ป.ป.ช. คือการทุจริตและการทำผิดจริยธรรม ขณะเดียวกันจะพิจารณาว่ารัฐมนตรีที่อยู่นอกเหนือการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เช่น รมว.อุตสาหกรรม จะสามารถยื่นถอดถอนได้หรือไม่ กำลังพิจารณาอยู่  
    นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรค พท. กล่าวว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านเดินหน้าเอาผิดรัฐมนตรีทั้ง 7 คน พร้อมยื่นข้อมูลและหลักฐานการทุจริตของรัฐมนตรีไปยัง ป.ป.ช. เพื่อนำเสนอต่อศาลอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเพื่อดำเนินการเอาผิดต่อการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบของรัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย
    ส่วนนายจุรินทร์กล่าวถึงกรณีฝ่ายค้านจะยื่นเรื่องถุงมือยางไปยัง ป.ป.ช.ว่า ไม่มีอะไรเป็นห่วง เพราะได้มอบหมายให้ผู้อำนวยการองค์การคลังสินค้า (อคส.) คนใหม่ ได้ยื่นเรื่องต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และได้ยื่นต่อ ป.ป.ช.ไปก่อนหน้านี้แล้ว ตั้งแต่วันที่ 23 ก.ย. หลังทราบเรื่องไม่ถึง 10 วัน และเรื่องเข้าสู่การไต่สวนของ ป.ป.ช. แล้ว โดย ป.ป.ช.ได้ตั้งอนุกรรมการไต่สวน และได้มีการอายัดเงิน 2,000 ล้านบาทแล้ว เรื่องนี้เข้ามาทำหน้าที่ในฐานะผู้ปราบโกง ไม่ใช่เข้าไปสมคบกับใครทำทุจริตแต่อย่างใดทั้งสิ้น 
    "ขอยืนยันอีกครั้งว่าผมจะจัดการกับผู้เกี่ยวข้องในทางมิชอบกับทุกคนโดยไม่ไว้หน้าใครทั้งสิ้น ทั้งทางวินัย แพ่ง และอาญาต่อไปโดยไม่หยุดยั้ง เพื่อเอาคนผิดเข้าคุก และให้คนผิดชดใช้ค่าเสียหายให้กับ อคส.ต่อไป” นายุจรินทร์กล่าว และว่า ฝ่ายค้านจะไปยื่นเรื่องให้กับ ป.ป.ช.อีก ก็เป็นเรื่องของฝ่ายค้าน ส่วนจะซ้ำซ้อนกับเรื่องที่ ป.ป.ช.กำลังสอบอยู่แล้วหรือไม่ ไม่ขอตอบ เพราะเขาพูดไปแล้วไม่ยื่นเดี๋ยวก็จะเสียหน้า. 


ศาลไม่อนุญาตให้ประกันแอมมี่ เลยอดเห็นหน้า.... "ส.ส.พรรคก้าวไกล" เอาตำแหน่งมาประกันคนจุดไฟเผาพระบรมฉายาลักษณ์ เสียดายจัง!

'สสร.' หรือจะ 'ขันจอหว่อ'?
'แล้วรัฐบาลจะเอายังไง?'
'ไฟป่า-ไฟเมือง' เรื่องจงใจ
ว่าด้วย 'ดอกประชาธิปไตย'
มีค่า"ต่อเมื่อ"ขื่อคาถึง
เมื่อ 'ความยุติธรรม' สถิต