สุดยอดที่เที่ยวเส้นทางเชื่อม'เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน'


เพิ่มเพื่อน    

    เอ่ยถึงจังหวัดยอดฮิตที่นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติหมายตาไว้ จ.เชียงใหม่เป็นหนึ่งในตัวเลือกอย่างไม่มีข้อกังขา เพราะเป็นเมืองหลักของเส้นทางท่องเที่ยวภาคเหนือที่เต็มไปด้วยจุดขาย ทั้งธรรมชาติป่าเขา วัดวาอารามที่มีเอกลักษณ์ สถาปัตยกรรมวิจิตรงดงาม และวิถีชีวิตของผู้คนที่ความหลากหลายทางชาติพันธุ์ ทุกซอกทุกมุมของเชียงใหม่มีเสน่ห์ชวนค้นหา ทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือนมากกว่าหนึ่งครั้ง
    แต่การตะลุยเชียงใหม่ครั้งนี้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) นอกจากนำคณะเยือนเชียงใหม่แล้ว ยังชักชวนเที่ยวในเส้นทางเชื่อมโยงไปยังเมืองรอง จ.แม่ฮ่องสอน เพราะแหล่งท่องเที่ยวระหว่างการเดินทางสวยงามและอากาศเย็นสบายแม้เข้าหน้าร้อน เหมาะอย่างยิ่งที่จะหนีความอบอ้าวของเมืองกรุงขึ้นเหนือ 


    สถานที่แรกเราไปเยือนอุทยานแห่งชาติออบหลวง ใช้เวลาในการเดินทางจากสนามบินราว 2 ชั่วโมงกว่า บนเส้นทางสายฮอด-แม่สะเรียง อุทยานแห่งชาติออบหลวงตั้งอยู่ในเขต อ.จอมทอง อ.ฮอด และ อ.แม่แจ่ม เดินจากจุดจอดรถไปตามถนนไม่ไกลนัก ได้พบสะพานเชื่อมสองหน้าผา ความมหัศจรรย์ธรรมชาติที่นี่เกิดขึ้นจากการกัดเซาะของทางน้ำผ่านแนวเทือกเขาอินทนนท์และดอนปุยหลวง กลายเป็นผาหินขนาบลำน้ำที่มีช่องแคบที่สุดแค่ 2 เมตร ความยาวของช่องแคบประมาณ 300 เมตร เป็นทางน้ำไหลผ่าน และยังเป็นบริเวณที่เกิดการก่อตัวขึ้นของหินแปรอายุเก่าแก่ที่สุดในประเทศ สะพานสูงนี้ทำให้เราขาสั่นได้ทีเดียวเมื่อแอบมองดูด้านล่าง


    อีกฝั่งได้พบเส้นทางชมดินแดนมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์ ต้องเดินขึ้นตามแนวเขาชัน พบกับหินแกรนิตก้อนขนาดใหญ่ เดินต่อไปเป็นผาช้าง จุดชมภาพเขียนโบราณ กรมศิลปากรสำรวจพบภาพเขียนในปี 2527 โดยภาพลักษณะเป็นช้าง คน ดอกไม้ เข้ามาประกอบพิธีกรรมเมื่อ 3,000 กว่าปีมาแล้ว ที่นี่ยังมีจุดชมวิวดอยผาช้าง, ดินโป่ง, ตาน้ำ, ความหลากหลายของพรรณไม้ให้ทุกคนเที่ยวแบบแอดเวนเจอร์ทดสอบความฟิตของร่างกาย

(หลวงพ่อโตองค์ใหญ่)


    จากนั้นเดินทางไปจุดหมายปลายทางที่ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน เราแวะชมสวนสนบ่อแก้ว อยู่ไม่ไกลจากอุทยานฯ ออบหลวงมากนัก ต้นสนสูงใหญ่ตั้งแถวเรียงรายบนเนื้อที่ 2,072 ไร่ ช่วงอากาศหนาวสวนสนแห่งนี้จะเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยว ซัมเมอร์แบบนี้ก็มีลมโชย เป็นจุดแวะพักช่วยคลายความวิงเวียนจากเส้นทางคดโค้งได้ มาเที่ยวไม่ได้เข้าวัดไหว้พระจะไม่ครบรส เราไปต่อที่วัดพระธาตุจอมทอง อ.แม่สะเรียง บรรยากาศเงียบสงบ เดินขึ้นบันไดที่ทอดยาวไปสู่ยอดเขา กราบสักการะพระพุทธรูปหลวงพ่อโตองค์ใหญ่ที่สุดใน จ.แม่ฮ่องสอน ด้านข้างมีจุดชมวิวที่มองเห็นเมืองแม่ฮ่องสอนโอบกอดด้วยภูเขาสลับซ้อนมากมาย

(พระอาทิตย์ที่ดอยกิ่วลม)


    ไม่ให้เสียเวลา เราไปจุดชมวิวดอยกิ่วลมเพื่อยลโฉมพระอาทิตย์ตกดวงกลมโตสีส้มแดง เฝ้ารอจนลับขอบฟ้า ก็โบกมือลาไป อ.ปาย พักผ่อนด้วยการช็อป ชิม ที่ถนนคนเดินปาย ช่วงสายของวันรุ่งขึ้นเดินทางกลับเชียงใหม่ แวะ อ.แม่ริม เที่ยวชมสวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ชายเขตอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย เนื้อที่ประมาณ 6,500 ไร่ มี 3 จุดที่น่าสนใจของสวนแห่งนี้ เริ่มที่จุดเส้นทางกระสุนพระอินทร์-พระราม 400 เมตร หนึ่งในเส้นทางศึกษาธรรมชาติ เรียนรู้ระบบนิเวศผสมผสานระหว่างป่าผลัดใบและไม่ผลัดใบ ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่น้อยคอยบดบังแสงแดดไม่ให้ร้อน เสียงของน้ำในลำธารไหลยู่ตลอด รู้สึกได้ถึงความสบาย เดินชมพันธุ์ไม้อย่างจำปีหลวง ตะเคียนทอง หรือพันธุ์อื่นๆ แบบเพลินๆ


    ต่อกันที่จุดสองอีก 1 กิโลเมตรกว่าๆ เปลี่ยนมานั่งรถรางให้บริการจนไปถึงเส้นทางเดินเหนือเรือนยอดไม้ หรือ Canopy Walks เป็นทางเดินชมธรรมชาติลอยฟ้า โครงเหล็กทั้งหมดมีความแข็งแรง ออกแบบให้รองรับแผ่นดินไหวได้ 6 ริกเตอร์ เส้นทางยาวกว่า 400 เมตร มีความสูง 20 เมตร และสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 800 เมตร สำหรับคนไม่กลัวความสูง มองทะลุทางเดินกระจกทำให้ขาแข็งได้เหมือนกัน แต่ก็ประทับใจได้ชมธรรมชาติแบบ 360 องศา    

(กระบองเพชรสายพันธุ์ต่างๆ)


    นั่งรถต่อไปจุดสุดท้ายอีก 500 เมตร เป็นกลุ่มอาคารเรือนกระจกเฉลิมพระเกียรติ มีขนาดใหญ่ที่สุดในไทย มีทั้งหมด 6 เรือน เราเข้าไปชมเรือนป่าดิบชื้นที่ได้จำลองสภาพป่าและพันธุ์ไม้ในพื้นที่ พืชเฉพาะถิ่นและพืชหายากทางภาคใต้ อย่างใบมีสีทอง ปาล์มเจ้าเมืองตรัง และอีกมากมาย ภายในมีระบบไอน้ำพ่นฝอยอัตโนมัติสร้างบรรยากาศชุ่มชื่น เสียงของน้ำไหลจากผาจำลองให้ความรู้สึกเหมือนได้เที่ยวชมป่าดิบชื้นจริงๆ แล้วยังมีเรือนพืชทนแล้ง ส่วนแรกเป็นพืชจำพวกอโลเวรา ตรงกลางเป็นพืชกระบองเพชรรูปทรงแปลกตาในแต่ละพันธุ์ ส่วนที่สาม พืชดึกดำบรรพ์ อย่างปรง ถูกจัดให้เป็นสวนพืชทนแล้งดูสวยงาม บางต้นเป็นนสายพันธุ์ที่พบได้ยาก 

(ผลงานของสว่างวงศ์ ยองห้วย)


    เชียงใหม่เป็นเมืองศิลปะ ก็มาเสพงานศิลป์ก่อนกลับที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยใหม่เอี่ยม จัดแสดงผลงานศิลปะร่วมสมัยทั้งของไทยและประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก่อตั้งโดยคุณอิริค บุนนาค มีทั้งแสดงเดี่ยวหรือกลุ่มหมุนเวียน 4-6 เดือน ตอนนี้โชว์ผลงานของสว่างวงศ์ ยองห้วย ศิลปินเชื้อพระวงศ์รัฐฉาน สร้างสรรค์ผลงานจากประสบการณ์ชีวิตที่เขาต้องเผชิญกับวิกฤติที่เกิดขึ้นในเมียนมา อีกส่วนเป็นผลงานไกลบ้านของปพนศักดิ์ ละออ ศิลปินไทย ที่วาดส่วนต่างๆ ของผู้คนพลัดถิ่นที่ได้พบเจอประกอบรวมกันเป็นใบหน้าคนคนหนึ่งขึ้นมา หรือผลงานวิดีโอเกี่ยวข้องกับแรงงาน แล้วยังมีประติมากรรมของศิลปินเพื่อนบ้าน ลาว เมียนมา ร่วมแสดงอย่างน่าสนใจ โดยเปิดให้บริการทุกวัน ยกเว้นวันอังคาร ตั้งแต่ 10.00-18.00 น.
    ทริปนี้เต็มที่พิชิตโค้งเส้นทางเชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน แวะชมแหล่งท่องเที่ยวตามเส้นทาง แม้จะเหนื่อยบ้าง แต่สนุก ได้เปิดประสบการณ์ใหม่ เมื่อเปิดใจแล้วอยากจะกลับมาอีกครั้ง.


เมื่อคืนเป็นไงครับ? ได้ดูกันเปล่า......... ประชุมรัฐสภาในนัด "แก้รัฐธรรมนูญ" เพื่อตั้ง ส.ส.ร.ไปร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แทนรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันนั่นน่ะ

'อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ'
'พระผู้ไม่ทอดทิ้งประชาชน'
ประตูบานที่ ๓ 'ระบอบทักษิณ'
ด้วย 'รู้เช่น-เห็นชาติ' ธนาธร
ม็อบจะฆ่าพรรคฝ่ายค้าน
ใครจะพาประเทศลงเหว!