กมธ.แก้รธน. แพ้โหวต กลับไปใช้ร่างเดิม ใช้เสียง 3 ใน 5 แก้รัฐธรรมนูญวาระ 1 และ 3


เพิ่มเพื่อน    

24 ก.พ.64 - เวลา 15.30 น.หลังจากที่ประชุมรัฐสภา อภิปรายร่างพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติและร่างพ.ร.บ.ส่งเสริมการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรม เสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงเข้าสู่วาระการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติมแห่งราชอาณาจักรไทย วาระ2 ตามที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย รองประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม

นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชารัฐ ในฐานะประธานกมธ. ชี้แจงหลักการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ การรับหลักการและลงมติให้ความเห็นชอบวาระ 3 ต้องใช้เสียงสนับสนุน 2 ใน 3 ของสมาชิกรัฐสภา การให้ส.ส.ร.200 คน มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด เมื่อส.ส.ยกร่างรัฐธรรมนูญเสร็จแล้ว ให้ส่งร่างแก้ไขต่อรัฐสภา เพื่ออภิปรายแสดงความคิดเห็น ภายใน 30 วัน โดยไม่มีการลงมติ และให้ส่งร่างให้กกต.ภายใน 7วัน เพื่อทำประชามติ จากนั้นเปิดโอกาสให้กมธ.เสียงข้างน้อยและสมาชิกอภิปรายแสดงความเห็น เริ่มต้นที่มาตรา3 เรื่องการเสนอให้แก้ไขมาตรา256 วิธีแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ซึ่งส.ส.ฝ่ายค้านหลายคนคัดค้านความเห็นของกมธ.เสียงข้างมากที่ระบุให้วาระรับหลักการและการลงมติวาระ 3 การแก้รัฐธรรมนูญต้องใช้เสียง 2ใน3ของรัฐสภา เนื่องจากเป็นจำนวนมากเกินไป ทำให้โอกาสแก้รัฐธรรมนูญเป็นไปได้ยาก โดยเสนอให้แก้ไขใช้เสียงสมาชิกรัฐสภาเพียงแค่กึ่งหนึ่ง

นายคำนูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.)อภิปรายว่า จำนวนเสียงการแก้รัฐธรรมนูญวาระ 1 และ 3 ที่ใช้เสียง 3 ใน 5 ตามร่างที่พรรคร่วมรัฐบาลเหมาะสมอยู่แล้ว หากใช้เสียง 2 ใน 3 ตามที่กมธ.แก้ไขคิดว่าไม่เหมาะสม เพราะถ้าส.ว.ไม่เห็นด้วยจะไม่มีทางแก้รัฐธรรมนูญได้เลย เสียงของส.ส.ขณะนี้มี 487 คน ถ้าต้องใช้เสียง 2 ใน 3 ของรัฐสภา หรือ 492 คน ต่อให้ประธาน สภาฯลงมติ้ด้วย ก็ยังไม่เพียงพอที่จะแก้รัฐธรรมนูญวาระ1และ3ได้

นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกมธ.เสียงข้างน้อย อภิปรายว่า ตัวเลข 2ใน3 ในการแก้รัฐธรรมนูญถือว่าสูงเกินไป ที่ผ่านมามีรัฐธรรมนูญ 8ฉบับ ให้ใช้เสียงแก้ไขรัฐธรรมนูญแค่กึ่งหนึ่งของสมาชิกรัฐสภา การอ้างว่า การแก้รัฐธรรมนูญควรทำได้ยากนั้น จะต้องไม่ยากเกินไปให้เกิดทางตันหรือวิกฤติทางรัฐธรรมนูญได้ ถ้าจะเกินกึ่งเล็กน้อยถือว่า พอรับได้ แต่ถ้าใช้เสียง 2ใน3 ไม่ควรเห็นด้วยเป็นอันขาด ขณะนี้มีส.ส.เกือบ 500คน ยังแก้ไม่ได้เลย หากส.ว.ไม่ยินยอม ทำให้ประชาชนรู้สึกว่า ประชาธิปไตยแก้ปัญหาให้ประชาชนไม่ได้ อยากให้กลับไปใช้เสียง3ใน5เหมือนเดิม

นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า ไม่มีความจำเป็น ทำไมบางเรื่อง บางมาตรา บางหมวดต้องไปทำประชามติ การทำอย่างนี้ ทำให้เกิดความลักลั่น รัฐธรรมนูญก่อนหน้าก็มีการแก้ไขหมวด1-2 ไม่ได้มีปัญหา ทำให้ประเทศเปลี่ยนระบอบการปกครอง ไม่เห็นด้วยศาลรัฐธรรมนูญ เข้ามาเกี่ยวข้องกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เราจำเป็นต้องจำกัด อำนาจศาลรัฐธรรมนูญ ให้อำนาจประชาชนในการแก้ไขรัฐธรรมนูญมากที่สุด สิ่งนี้เป็นทางออกวิกฤติ

นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ชอบใจที่นายคำนูญ บอกว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อปลด 256 แต่ไปๆมาๆจะเป็นการล็อกไว้อีกชั้นหรือไม่ เพราะแม้แต่สมาชิกในสภาฯ ยังแก้ไม่ได้ ไม่ว่าจะใช้เสียง 2 ใน 3 หรือ 3 ใน 5 เพราะถ้าคนไม่อยากให้แก้ ก็แก้ไม่ได้ รัฐธรรมนูญ ถ้ายากจนแก้ไขไม่ได้ ก็เป็นวิกฤติ สร้างปัญหาอย่างที่เห็น ในร่างแก้ไขของพรรคเพื่อไทย เห็นด้วยกับการใช้เสียงแค่ เสียงกึ่งหนึ่ง

จากนั้นเป็นการเปิดโอกาสให้ ส.ส.ร่วมอภิปราย ส.ส.ซีกฝ่ายค้าน อภิปรายไปในทิศทางคล้ายกัน นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า การใช้เสียง 2ใน3 เขียนมาเพื่อให้แก้ไม่ได้ จะแก้ได้ทางเดียวคือ รัฐประหาร เหตุผลที่ระบุใช้เสียง 2ใน3 โดยอ้างรัฐธรรมนูญควรแก้ไขยากนั้น  ควรปรับความคิดใหม่ ถ้าแก้ง่ายแล้วไม่บูดเบี้ยวก็ขอให้แก้ไป ถ้าแก้ได้ยากดูแล้วน่าห่วงกว่า วิกฤติรัฐธรรมนูญคือ การเขียนรัฐธรรมนูญไม่เข้าท่า เกิดเหตุกล้วยจุกปาก คนที่เสนอให้ใช้เสียง2ใน3 คือคนที่เสนอให้ส่งเรื่องไปศาลรัฐธรรมนูญตีความอำนาจรัฐสภาในการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ รัฐบาลอยากให้แก้รายมาตรา สังหรณ์ใจว่าที่สิ่งที่กำลังคิดแก้ไขกันอยู่ จะไม่ได้ใช้ จะล้มก่อนถึงวาระ3 ถ้าจะให้ใช้เสียง 3ใน5ก็ได้ขอให้มาคุยกัน แต่ถ้าใช้เสียง 2ใน3 วิกฤติข้างหน้ารออยู่

จนกระทั่งเวลา 20.20 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่ประชุมร่วมรัฐสภา ใช้เวลาพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 256 นานเกือบ 4 ชม. ที่ประชุม ซึ่งมีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ในฐานะรองประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ได้มีการลงมติไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขของกรรมาธิการ (กมธ.) ที่ให้ใช้เสียง 2 ใน 3 ในการผ่านร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 1 และวาระ 3 โดยให้กลับไปใช้ร่างเดิมคือเสียง 3 ใน 5 ในการลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 1 และ 3 ด้วยคะแนน 441 ต่อ 178 คะแนน งดออกเสียง 13 


"เสาร์-อาทิตย์" ทุกคนก็อยากสบายๆ อะไรที่หนักกระบาล ถ้าไม่จำเป็น ไม่มีใครอยากนำมายัดหัว

วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"
"สีกาเทศนาสอนพระ"    
"ตัดหัวพระ"บาปมั้ย?
ตูน-ก้อย"เด็กแนว"ไหน?