เมื่อ 'ความยุติธรรม' สถิต


เพิ่มเพื่อน    

    ทราบกันไปแล้วนะครับ!
    คดี "กบฏ กปปส." ที่กำนันสุเทพกับพวกรวม ๓๙ คน เป็นจำเลย 
    เมื่อวาน (๒๔ ก.พ.๖๔) ศาลอ่านคำพิพากษาตั้งแต่ ๙  โมงเช้า ไปจบเอาตอน ๕ โมงเย็นกว่าๆ
    สรุป มีทั้งจำคุก ทั้งรอลงอาญา และทั้งยกฟ้อง 
    ควรทราบก่อน ข้อหากบฏและข้อหาก่อการร้าย ศาลบอก "ไม่เข้าข่าย" คือไม่มีความผิดใน ๒ ข้อหานี้
    ที่ผิด "ต้องโทษคุก" เป็นไปตามฐานความผิดอื่น ได้แก่
    -ฐานยุยงให้เกิดการหยุดงาน บังคับรัฐบาล ร่วมกันมั่วสุม ๑๐ คนขึ้นไป 
    -ร่วมกันบุกรุกสำนักงานผู้อื่นในเวลากลางคืน 
    -ร่วมกันบุกรุกอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่น 
    -ขัดขวางการเลือกตั้ง เป็นต้น 
    ๓๙ จำเลย เสียชีวิตไปแล้ว ๑ ท่านคือ "พลเอกปรีชา  เอี่ยมสุพรรณ" จึงเหลือ ๓๘ จำเลย
    ผมจะแยกเป็นหมวดๆ ตามคำตัดสิน ท่านก็ตรวจรายชื่อเอาละกันว่าใครเป็นใครบ้าง
    ที่ถูกศาลสั่งลงโทษจำคุก ดังนี้
    จำเลยที่ ๑ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ คุก ๕ ปี
    ที่ ๓ นายชุมพล จุลใส คุก ๙ ปี ๒๔ เดือน
    ที่ ๔ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ คุก ๗ ปี
    ที่ ๕ นายอิสสระ สมชัย คุก ๗ ปี ๑๖ เดือน
    ที่ ๗ นายถาวร เสนเนียม คุก ๕ ปี
    ที่ ๘ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ คุก ๖ ปี ๑๖ เดือน
    ที่ ๑๖ นายสุวิทย์ ทองประเสริฐ หรือ พุทธะอิสระ คุก ๕  ปี ๘ เดือน
    ที่ ๑๕ นายสมศักดิ์ โกศัยสุข คุก ๓ ปี
    ที่ ๒๔ เรือตรีแซมดิน เลิศบุศย์ คุก ๔ ปี ๑๖ เดือน
    ที่ ๒๖ นายคมสัน ทองศิริ คุก ๒ ปี
    ที่ ๒๙ นายสาวิทย์ แก้วหวาน คุก ๒ ปี
    ที่ ๓๐ นายสุริยะใส กตะศิลา คุก ๒ ปี
    ที่ ๓๓ นายสำราญ รอดเพชร คุก ๒ ปี ๑๖ เดือน
    ที่ ๓๔ นายอมร อมรรัตนานนท์ คุก ๒๐ เดือน
    ที่ ๓๘ นางทยา ทีปสุวรรณ คุก ๑ ปี ๘ เดือน ปรับ  ๒๖,๖๖๖ บาท 
    ที่ถูกตัดสินจำคุก แต่รอลงอาญาไว้ ๒ ปี มีดังนี้
    จำเลยที่ ๖ นายวิทยา แก้วภราดัย คุก ๑ ปี ปรับ ๑๓,๓๓๓ บาท 
    ที่ ๙ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ คุก ๑ ปี ปรับ ๑๓,๓๓๓ บาท 
    ที่ ๑๐ น.ส.อัญชะลี ไพรีรัก คุก ๑ ปี ปรับ ๑๓,๓๓๓ บาท 
    ที่ ๑๒ นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ คุก ๑ ปี ปรับ ๑๓,๓๓๓ บาท 
    ที่ ๑๔ นายถนอม อ่อนเกตุพล คุก ๑ ปี ปรับ ๑๓,๓๓๓  บาท
    ที่ ๑๗ นายสาธิต เซกัลป์ คุก ๒ ปี ปรับ ๒๖,๖๖๖ บาท 
    ที่ ๑๙ พล.อ.ท.วัชระ ฤทธาคนี คุก ๑ ปี ปรับ ๑๓,๓๓๓  บาท
    ที่ ๒๐ พล.ร.อ.ชัย สุวรรณภาพ คุก ๑ ปี ปรับ ๑๓,๓๓๓  บาท
    ที่ ๒๕ นายมั่นแม่น กะการดี คุก ๑ ปี ปรับ ๑๓,๓๓๓  บาท 
    ที่ ๓๕ นายพิเชษฐ พัฒนโชติ คุก ๑ ปี ปรับ ๑๓,๓๓๓  บาท
    ที่ ๓๗ นายกิตติชัย ใสสะอาด คุก ๔ เดือน
    กลุ่มนี้ศาลเห็นว่า....
    บางคนเป็นเพียงผู้เข้าร่วมชุมนุม หรือบางคนเป็นแกนนำ แต่กระทำความผิดน้อยกว่าบุคคลอื่น 
    และไม่เคยปรากฏพฤติการณ์รุนแรง ไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน ควรให้โอกาสปรับตัวเป็นคนดี จึงให้รอลงอาญาเป็นเวลา ๒ ปี
    ส่วนต่อจากนี้ เป็นรายชื่อผู้ที่ "ศาลยกฟ้อง"
    จำเลยที่ ๒ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย
    ที่ ๑๘ นางสาวรังสิมา รอดรัศมี
    ที่ ๒๑ นายแก้วสรร อติโพธิ
    ที่ ๒๒ นายไพบูลย์ นิติตะวัน
    ที่ ๒๓ นายถวิล เปลี่ยนศรี
    ที่ ๒๗ พล.อ.ปฐมพงษ์ เกษรศุกร์
    ที่ ๒๘ นายนายพิภพ ธงไชย
    ที่ ๓๑ นายสุริยันต์ ทองหนูเอียด
    ที่ ๓๒ พ.ต.ท.ภัทรพงศ์ สุปิยะพาณิชย์
    ที่ ๓๖ นายสมบูรณ์ ทองบุราณ
    ที่ ๓๙ นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง
    ก็ครบทั้ง ๓๘ คน
    นี่เป็นคำตัดสินศาลชั้นต้น สู่ขั้นตอนอุทธรณ์-ฎีกาต่อไป     เอาเป็นว่า ทั้งหมดนี้ ที่รอลงอาญาและยกฟ้อง ผมก็ดีใจด้วย
    ส่วนที่ต้องโทษคุกขั้นลหุ ศาลให้ประกันไปแล้ว ตีราคาคนละ ๖ แสน 
    ๘ คนขั้นโทษหนัก การประกัน ต้องให้ศาลอุทธรณ์เป็นผู้พิจารณาวันนี้ (๒๕ ก.พ.) เมื่อคืนจึงถูกคุมตัวเข้าคุกลาดยาว 
    ๘ คน ก็มี ......
    นายสุเทพ, นายชุมพล, นายพุทธิพงษ์, นายอิสสระ, นายถาวร, นายณัฏฐพล, นายสุวิทย์ หรือ พุทธะอิสระ, เรือตรีแซมดิน 
    ครับ...๓ รัฐมนตรี "เข้าคุก" 
    พุทธิพงษ์ รัฐมนตรี ดีอีเอส, ณัฏฐพล รัฐมนตรีศึกษาฯ  และ ถาวร รัฐมนตรีช่วยคมนาคม
    ส่งผลถึงรัฐบาล ต้อง "ปรับ ครม." ทันที!
    รัฐมนตรีเมื่อต้องโทษคุก ต้องพ้นจากตำแหน่งตามรัฐธรรมนูญ แล้วในส่วนที่เป็น ส.ส.จะพ้นด้วยหรือไม่? 
    นั่นต้องดู ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิทางการเมืองหรือเปล่า     ถ้าสั่งเพิกถอน ก็เหมือนราย "นายเทพไท เสนพงศ์" 
    ต้องพ้นสภาพ ส.ส.ทันที ตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๑๐๑ (๖) ประกอบมาตรา ๙๘(๔) และมาตรา ๙๖(๒)
    ถ้าศาลไม่ได้สั่งเพิกถอน ต้องรอ "คดีถึงที่สุด" ก่อน
    แต่ที่โทษคุก มี "ส.ส.ชุมพล" หรือ "ลูกหมี" คนเดียว 
    นอกนั้นศาลยกฟ้อง คือ "ส.ส.สาทิตย์, ส.ส.รังสิมา และส.ส.ไพบูลย์"
    ตอนคุมตัวขึ้นรถไปเข้าเรือนจำ มีคนโยนสายจากหน้าศาลให้เซย์ ฮัลโหลกับ "กำนันสุเทพ"
    ฮืมมมม เสียง "นักโทษ" กับเสียง "นักกู้บ้าน-กู้เมือง" ยังคงเป็นเสียงเดียวกัน "แจ่มใส-หนักแน่น-มั่นคง"
    "ไม่เป็นไร พี่เปลว ....
    ผมยินดี ทำเพื่อบ้านเมือง พร้อมน้อมรับคำตัดสิน คืนนี้ นอนคุกครับ"!
    ฟังแล้ว นึกถึงคำบางคำในยุทธจักร "ถ้าเราไม่ลงนรก แล้วใครจะลง?"
    มิเพราะมีคนลงนรกวันนั้นดอกหรือ 
    วันนี้ จึงมีสวรรค์ให้เสวยสุข?
    "สุข-ทุกข์" ของคนต่างกัน ทุกข์รางวัลคุก นั่นอาจเป็นสุขของคนอุทิศเพื่อบ้าน-เพื่อเมือง อย่างลุงกำนันกับคณะก็ได้
    เช่นเดียวกัน.......
    สุขจากการมีตำแหน่งอำนาจวาสนา นั่นอาจกำลังเป็นทุกข์ของคนในรัฐบาล โดยเฉพาะ "นายกฯ ประยุทธ์" ก็เป็นได้
    ในเมื่อ ๓ เก้าอี้รัฐมนตรีว่าง.......
    ในรัฐบาลก็จะไม่ว่างจากการกัดแก่งแย่งทะเลาะ เพื่อทึ้งเก้าอี้กัน!
    ขณะที่ประชาธิปัตย์ นอกจาก ส.ส.ร่อยหรอลงแล้ว ยังเหลาะแหละ
    ขณะเดียวกัน ภูมิใจไทย ใช้คาถามหาทรัพย์ดูด ส.ส.เข้าไปเพิ่มพูน จนเป็นพรรคใหญ่อันดับ ๓ แต่เก้าอี้รัฐมนตรีมีเท่าเดิม
    เมื่อว่างถึง ๓ ตำแหน่ง ที่ภูมิใจไทยจะไม่แปลงจำนวน ส.ส.เป็นเก้าอี้เพิ่ม ไปเรียกร้องเอากับนายกฯ เห็นจะเป็นไปไม่ได้     
    นอกจาก "เนวิน-อนุทิน".....
    จะอธิษฐานจิตเป็น "พระโพธิสัตว์" ในชาติหน้า!
    ในทางกลับกัน......
    แล้วคิดหรือว่า ในพลังประชารัฐ ป่านนี้จะไม่จิกกัดแย่งเก้าอี้ ทั้งรัฐมนตรีศึกษาฯ และรัฐมนตรีดีอีเอส จนมุ้งตุงไป-ตุงมา?
    อืมมมม...
    คณะพรรครัฐบาลขึ้นสวรรค์ ในขณะที่ กปปส.ลงนรก 
    นี่คือโลกแห่งยุติธรรมที่เป็นจริง.
    


วันนี้ "ไม่คุยโควิด" ถ้าจะคุยในประเด็นว่า มันจะจบกันเมื่อไหร่ ก็คงต้องคุยยาวต่อเนื่องไปถึงชาติหน้า ก็ยังไม่จบ เพราะมันจะไม่หายไปไหน มันจะอยู่กับมนุษย์โลกตลอดไป อยู่แบบเชื้อเอดส์ เชื้อไข้หวัดนก เชื้อซาร์ส เชื้อเมอร์ส เชื้ออหิวาต์ ประมาณนั้น

กลเกม 'ในศาล-ในถนน'
"โชคดี-โชคร้าย"ในโควิด
โควิด 'พาคิดไม่รู้จบ'
'มหาสงกรานต์' คืออะไร?
หมอ 'สงกรานต์' หมอ
"สัตว์เศรษฐกิจ" ตัวใหม่