ว่าด้วย "มืดมนและอันตราย"


   

       ดูข่าวเรื่อง "เงินทอนวัด" ที่ตำรวจไปค้น-เค้น "ความจริงคาย" จนเห็นปลายยอดพัดแหลมๆ แล้ว

       พูดได้คำเดียว...........

        "เศร้า"!

        ใครทำกรรมเช่นใด ย่อมได้รับผลกรรมเช่นนั้น ไม่ว่าพระหรือผี หนีสัจธรรมข้อนี้ไม่พ้น

        ฉะนั้น ดู "พ.ต.ท.พงศ์พร" ผอ.สำนักพุทธฯ กับตำรวจ ขุดจนพบรัง "ปลวกเหลือง" ก่อน ค่อยพูด-ค่อยจาก็ได้

        อย่าเพิ่งโวยวายมากความกันไปเรื่องพระ ประหนึ่ง "ตบยุงบนหน้าผากตัวเอง" ตอนนี้เลย

        คุยเล่นๆ เรื่องนี้ดีกว่า...........

        คือเมื่อวาน (๑๗ พ.ค.๖๑) พรรคเพื่อไทยเขาแถลงการณ์ด้วยหัวข้อ

        “๔ ปี ที่ล้มเหลวของรัฐบาล และ คสช.นำประเทศไปสู่ความมืดมนและอันตราย"

        ความจริง เข้าใจธรรมชาติการเมือง การที่จะให้การเมืองฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล ออกมายอวาทีรัฐบาล

        นั่นจะฟ้าผ่า!

        แต่ที่เพื่อไทยใช้ถึงขนาดคำว่า ".......นำประเทศไปสู่ความมืดมนและอันตราย" นั้น

        แทนที่จะเป็น "ธรรมชาติการเมืองฝ่ายค้าน" สำนึกใส

        แต่การใช้คำเช่นนั้น.........

        กลับสะท้อนความเป็นพรรคการเมืองอันตรายด้วยทัศนคติมืดมนในเหตุและผล อันบุคคลทางการเมืองพึงมี!

        แค่ ๔ ปี คสช.เป็นรัฐบาลที่ล้มเหลว

        นั่นรับฟังได้!

        แต่เมื่อไปถึงขั้นว่า "รัฐบาล คสช.นำประเทศไปสู่ความมืดมนและอันตราย" นั้น

        อันคนทั่วไป ที่ใจกลางๆ และไม่มืดบอดในสันดาน

        ฟังแล้ว.....จะรู้สึกว่าคำที่ใช้นั้น ขัดแย้งความเป็นจริงประจักษ์อยู่บ้าง

        สะท้อนเป็นคำถามย้อนกลับไปถึงเพื่อไทยว่า นั่นด้วยดุลยพินิจพรรค "วิเคราะห์ค้าน"

        หรือตัณหาโมหะพรรค "อาฆาตแค้นค้าน"?

        เห็นยกมา ๗ หัวข้อ ว่าด้วยความล้มเหลวรัฐบาล

        .ล้มเหลวในการทำตามข้ออ้างในการยึดอำนาจ

        ๒.ล้มเหลวในการสร้างความปรองดอง

        ๓.ล้มเหลวในการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน

        ๔.ล้มเหลวในการทำให้บ้านเมืองมีประชาธิปไตย

        ๕.ล้มเหลวในการปกป้องสิทธิมนุษยชน

        ๖.ล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ

        ๗.ล้มเหลวในภาวะความเป็นผู้นำของนายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.

        อันที่จริง จะยกอีกซัก ๗ หัวข้อ ก็ยังไม่หมดด้านความล้มเหลวรัฐบาล

        แต่เมื่อคิดเชิงมุมกลับ........

        นำงานที่ทำมีผลไปแล้วของรัฐบาล คสช.เทียบกับงานที่มีผลไปแล้วของรัฐบาลเลือกตั้งผ่านๆ มา

        ๔ ปี เผด็จการ กับ ๑๐-๒๐ ปี เลือกตั้ง

        ขอโทษ....

        เหมือน "หน้ามือ" กับ "หลังเท้า"!

        เห็นนับถือพระ-วัดกันทั้งนั้น หลายคนก็บวชเรียนกันมาแล้ว รู้จัก "มงคลชีวิต ๓๒ ประการ" กันใช่มั้ย?

        ที่พระพุทธองค์ทรงยกเป็น "มงคลชีวิต" ข้อแรกเลย "อะเสวะนา จะ พาลานัง......."

        นั่นคือการ "ไม่คบคนพาล"!

        เมื่อมองโดยธรรมข้อนี้ ถ้าเพื่อไทยยังใช้โมหะนำสำนึกในถูก-ในผิดเช่นนี้

        ถ้าเลือกตั้งมีผลออกมาไม่เป็นดังที่ปักใจมั่น นั่นมาจากประชาชนเบื่อหน่ายนักเลือกตั้งพาล

        เหมือนอดีตนายกฯ นาจิบ มั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ผลคือ ประชาชนเบื่อ ไม่เอาพรรคนักการเมืองขี้โกง!

        ใน ๗ ข้อ ที่ยกมานั้น รัฐบาลมีทั้งเหลวและไม่เหลว แต่ยังไงก็ไม่ถึงขั้น "นำประเทศสู่ความมืดมนและอันตราย"

        ข้อ ๑ ที่ว่า ล้มเหลวในการทำตามข้ออ้างในการยึดอำนาจ

        ใช่....

        ทำให้มีคนออกมาเผาบ้าน-เผาเมืองไม่สะดวก

        ข้อ ๒ ที่ว่าล้มเหลวในการสร้างความปรองดอง

        ใช่....

        ทำให้ประชาธิปัตย์-เพื่อไทยที่ประกาศ "ไม่เผาผี" กัน หันมาจูบปากกันได้ บนฐานผลประโยชน์ร่วม

        ข้อ ๓ ที่ว่าล้มเหลวในการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน

        ใช่.....

        ปล่อยยิ่งลักษณ์หนี ทิ้งให้บุญทรงกับพวกโกงติดคุกโด่เด่

        ข้อ ๔ ที่ว่า ล้มเหลวในการทำให้บ้านเมืองมีประชาธิปไตย

        ใช่....

        ด้วยไม่มีประชาธิปไตยเลือกตั้ง เป็นผลให้พรรคหนึ่งหมดโอกาสเข้าไปฝังเขี้ยวโกงแบ่งกัน

        ข้อ ๕ ที่ว่า ล้มเหลวในการปกป้องสิทธิมนุษยชน

        ใช่.........

        ทำให้แก๊งในผสมองค์กรนอก รับจ้างปลุก "ไทยสปริง" สร้างสถานการณ์ "ชังชาติ-ล้มสถาบัน" ลำบาก

        ข้อ ๖ ที่ว่า ล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ

        ใช่.....

        -เสียเวลาแก้ปัญหาข้าวจำนำข้าวยิ่งลักษณ์ที่เน่าคาประเทศหลายล้านตัน ฉิบหายกว่า ๕ แสนล้าน เป็นปี

        -เสียเวลาแก้ปัญหาธุรกิจการบินที่หมกทิ้งกันไว้ กว่าจะเข้ามาตรฐาน ICAO ปลดธงแดงให้ ก็หลายเดือน

        -เสียเวลาแก้ปัญหาค้ามนุษย์ในธุรกิจประมงที่หมกกันไว้ กว่าจะหลุดเทียร์ ๓ ไปอยู่เทียร์ ๒ ส่งออกได้ปกติ ก็เหงื่อย้อยง่ามขา

        -กว่าจะแก้ปัญหาสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ จนสหรัฐปลดจาก Priority Watch List ไประดับปกติ คือ Watch List ได้ ก็กินเวลาไปอีก

        -กว่าจะทำให้นักท่องเที่ยวทั่วโลก กว่า ๓๕ ล้านคน มาเที่ยวไทยปีที่แล้ว มากเป็นอันดับ ๓ ของโลก

        กว่าจะทำให้ไทยเป็นประเทศน่าเที่ยวอันดับ ๑ อาเซียน และติด ๑ ใน ๑๐ ประเทศ น่าเที่ยวของโลก

        เฉพาะปีที่แล้ว กว่า ๑,๘๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท จากท่องเที่ยว กระจายไปทุกภูมิภาค ก็ต้องใช้เวลาไปอีก

        -กว่าจะแก้ปัญหาข้าวที่รัฐบาลก่อนทำฉิบหายไว้ จนเวลานี้ ราคากระฉูดไม่ต้องรับจำนำ เบียดอินเดียขึ้นอันดับ ๑ ส่งออก กว่า ๑๑ ล้านตัน ปีกลาย

        นี่แค่ ๓-๔ เดือน ปาเข้าไปร่วม ๔ ล้านตันแล้ว รัฐบาลก็หมดเวลาไปกับเรื่องนี้ จนมองข้ามกันไปอีก

        ข้อ ๗ ที่ว่า ล้มเหลวในภาวะความเป็นผู้นำของนายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.

        ใช่....

        จากที่ "สหรัฐ-ยุโรป" ไม่ยอมรับรัฐบาลเผด็จการ

        กว่าจะยอมรับ......

        และประธานาธิบดีสหรัฐเชิญผู้นำเผด็จการไทยไปเป็น "แขกรัฐบาล" เยือนทำเนียบขาว

        กว่า "สหภาพยุโรป" จะมีมติ.......

        ฟื้นสัมพันธ์ทางการเมือง-การค้ากับไทยทุกระดับ และทั้งสหรัฐ-ยุโรปบินมาตอมเพื่อลงทุนในไทย

        ผู้นำเผด็จการ ก็ล้มเหลวอยู่หลายเดือน!

        และจำนวน ๑๙๓ ประเทศในโลก..........

        กว่าผู้นำเผด็จการ จะทำให้ประเทศไทย อยู่อันดับ ๑๒ ของโลก

        ด้วยเงินทุนสำรองระหว่างประเทศ มากกว่า ๒ แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีทองคำมูลค่ากว่า ๒ แสนล้านบาท

        จะว่าล้มเหลวในภาวะผู้นำ นั่นก็ "แล้วแต่จะคิด"!

        สำหรับผม........

        ดูข้อสอบ ๗ ข้อของเพื่อไทยแล้ว จากที่จำได้มั่วๆ

        พอจะเพิ่มเติมความล้มเหลวนายกฯ ประยุทธ์ ในฐานะรัฐบาล คสช.ได้เท่านี้

        แต่ที่ไม่ล้มเหลว แถม "ดีกว่า" ทุกรัฐบาลในรอบ ๑๐ ปี มี ๒ อย่าง

        ๑.ทำ EEC เป็นอนาคตใหม่ทางเศรษฐกิจอุตสาหกรรมประเทศ และ

        ๒.ชั่วๆ ดีๆ ๔ ปี ตัวผู้นำ "นายกฯ ประยุทธ์" ไม่มีตรงไหนให้กล่าวหาได้ว่า

        ......มึงมันโกง.!.


เรียกว่า "พลวัต" ได้หรือเปล่า? หลัง "บิ๊กแดง" ไม่รับประกันเรื่องรัฐประหาร เพราะสาเหตุหลักอยู่ที่การเมืองว่าจะเป็นต้นเหตุจลาจลหรือไม่ ผ่านมาสาม-สี่วัน ตลาดหุ้นไม่ตกใจ! คือ...ปกติ รัฐประหาร กับตลาดหุ้น นี่เขาไม่ถูกชะตากันอยู่

การเมืองสู่ยุค "ตู่ ดิจิทัล"
'ไม่คือไม่ แต่เมื่อพูด...ก็นี่ไง'
ตามรอย '๑๓ หมูป่าท่องโลก'
คำว่า 'สืบทอดอำนาจ' มาอีกแล้ว
'ยุทธศาสตร์ชาติ' ฉบับชาวบ้าน
เงาสะท้อน 'ประเทศ' วันนี้