ว่าด้วย 'ดอกประชาธิปไตย'


เพิ่มเพื่อน    

        ในเรื่องร้ายๆ มันก็มีเรื่องดีๆ รวมอยู่ด้วยเสมอ!

                อย่าง ๘ แกนนำ กปปส.เข้าคุก

            ใช่...เป็นเรื่องร้าย

            แต่ไม่เพราะร้ายนั้นดอกหรือ ทำให้เราได้เห็นเรื่องดี ที่คิดว่าเหือดแห้งหายไปหมดแล้ว

            แต่ปรากฏว่ายังอยู่ครบ

            แถม "ข้นคลั่ก" ไม่จางคลาย นั่นคือสายเลือด "มวลมหาประชาชน" กปปส.อย่างที่เห็น ๒-๓ วันมานี้

            เมื่อวาน (๒๖ ก.พ.๖๔) ข่าวศาลอนุญาตให้ประกันแพร่ออกไปตอนเช้าเท่านั้นแหละ

            แป๊บเดียว ชาว กปปส.เหลืองสะพรั่งหน้าเรือนจำ ไม่รู้จากไหนต่อไหน ไหลมารอรับขวัญ ๘ แกนนำเป็นระเบียบเรียบร้อย

            เข้าคุก ลุงกำนันกับคณะ น้ำตาไม่ไหล

            แต่ออกคุก น้ำตาพลันไหล

            ไหลเพราะใจพี่น้องมวลมหาประชาชน กปปส.ที่กรูเข้ารับขวัญนั่นแหละ ภาพกินด้วยกัน นอนด้วยกัน เดินด้วยกัน พร้อมเป็น-ตายด้วยกัน เพื่อชาติ-แผ่นดิน ในครั้งนั้น

            มันผุดขึ้นกระแทกใจ แบบนี้ ใครล่ะ..น้ำตาจะไม่ไหล แม้ใจหิน

            ผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง ไลน์ข้อความของคนชื่อ Kornthanat  Kosareekul มาให้อ่าน

            อ่านกันก่อน แล้วค่อยคุย เขาไลน์ว่า

            เกียรติยศแห่ง กปปส.

                1.ไม่มีใครหนีคดี

                2.ไม่เคยอ้างป่วยเพื่อประวิงคดี

                3.มาศาลทุกนัดการพิจารณา

                4.น้อมรับคำพิพากษา

                5.ไม่ละเมิด โต้แย้งคำพิพากษา

                6.ไม่ปลุกระดมมวลชนมากดดันการทำงานของศาล

                7.ยอมรับกระบวนการยุติธรรมในทุกขั้นตอน

                8.ไม่เคยอ้างว่าถูกบังคับใช้กฎหมายโดยไม่เป็นธรรม

                9.ไม่เคยพามวลชนมาตะโกน ให้ปล่อยเพื่อนกู

                10.ไม่ออกมาตำหนิศาลที่พิจารณาคดี

                11.ไม่ร้องงอแงไปต่างประเทศให้เข้ามาก้าวล่วงกิจการในประเทศ

                12.ไม่ทอดทิ้งให้พรรคพวกต้องมีคดีติดคุก โดยตัวเองหนีไปเสวยสุขต่างแดน

                13.ยืดอกยอมรับผลแห่งการกระทำ เพราะล้วนทำเพื่อปกป้อง ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ จากรัฐบาลกังฉินฉ้อราษฎร์ในยุคนั้น

                ถ้าย้อนเวลาได้........

                ผมก็ยังจะออกไปร่วมชุมนุมเช่นที่ผ่านมา และเชื่อว่าแกนนำและ กปปส.ชาวไทยผู้รักชาติทุกคน ก็คิดเช่นเดียวกัน

                ขอคารวะและให้กำลังใจ กปปส.ทุกท่านครับ

                ครับ....๓๙ ผู้ต้องหา

            รวมทั้ง ๘ แกนนำที่ได้ประกันตัวออกจากคุกเช้าวาน      "กำนันสุเทพ เทือกสุบรรณ, ชุมพล จุลใส, พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์, อิสสระ สมชัย, ถาวร เสนเนียม

            ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ, สุวิทย์ ทองประเสริฐ หรือ อดีตพุทธะอิสระ และ เรือตรีแซมดิน เลิศบุศย์"

            โปรดรับมาลัยเกียรติยศพวงนี้ด้วย!

            ผมไม่ได้ไปทางไหนกับเขาหรอก แต่การเป็นยามเฝ้าโซเชียล มีเดีย ดักจับความสั่นไหวทางสังคมได้ว่า

            พลันทราบศาลลงโทษจำ

            กปปส.ซึ่งจับทิศไม่ได้ว่า คงอยู่ สลายไป มาก-น้อยขนาดไหน และอยู่ที่ไหนกันบ้าง

            พลันผุดพราย-พรั่งพรู จากตรงนั้น-ตรงนี้ เป็นคลื่นกระแทกชีพจรสังคมประชาธิปไตยธรรม ระรัว

            เข้าใจ เห็นใจ เป็นกำลังใจ ทุก กปปส.ยังคงมั่น พร้อมจับมือไปด้วยกันกับลุงกำนันและคณะ

            รู้ว่าผิด และเข้าใจ "ศาลดำรงยุติธรรมสถิต" แต่มวลมหาประชาชน กปปส.ก็ยังคงประสานเสียง

            ถ้าให้ย้อนกลับไปครั้งนั้น

            ถึงรู้ว่าผิด.......

            ก็พร้อมจะทำผิด เมื่อผิดนั้น เป็นผิดเพื่อชาติ-แผ่นดิน พ้นภัย จากการเมืองโจร!

            การเมืองประชาธิปไตย ไม่มีดอก

            แต่เมื่อมันออกดอก เพราะคนดอก กปปส.จึงต้องเด็ด เพราะดอกนั้น มันดอกอุตพิด!

            พ้นจากการเมืองในสภาออกดอก มาวันนี้ เจอการเมืองนอกสภาออกดอกอีก

            ไม่ใช่ดอกอุตพิด แต่เป็น "ดอกตะแบง"!

            ไร้ตรรกะ ไร้เหตุผล ตะแบงลูกเดียว อย่างศาลให้ประกัน ๘ แกนนำ พวกการเมืองมุ่งล่มชาติ-ล้มสถาบัน

            ก็ใช้ "ตรรกะตะแบง" ทันที

            โพสต์ถ้อยคำหยาบช้าต่อศาล ยกความเท่าเทียมกันตะแบงอ้าง ประมาณว่า ๘ แกนนำ กปปส.ให้ประกันได้ แต่  ๔ แกนนำสามนิ้ว ทำไมไม่ให้ประกัน

            บาง ส.ส.แดงส้มใช้ตรรกะตะแบงกับเขาด้วย กับงั่งพวกนี้ ป่วยการจาระไนเหตุผล

            เพราะใช่ว่าจะไม่รู้ ที่ศาลให้และไม่ให้ประกันนั้น ด้วยสาเหตุใด และมีหลักเกณฑ์ในการพิจารณาอย่างใด

            แต่มันต้องการตะแบง....

            เพื่อปลุกระดม ด่าทอศาล ก็เท่านั้น

            กับพวกนี้ ถ้าจะให้ตอบเชิงโต้ ก็ต้องตอบด้วยตรรกะฐานเดียวกับมัน

            คือ ต้องย้อนถามกลับไปว่า คุณก็คน ได้เป็น ส.ส.แล้ว  ผมก็คน ทำไมไม่ได้เป็น ส.ส.?

            ถ้าแบบนี้กวนตีน ที่อ้างเรื่องประกัน ก็กวนตีนแบบเดียวกัน!

            ไปอ่านในคำสั่งศาลก็จะรู้ ทำไมให้ประกัน ๘ กปปส. และเพราะอะไร จึงยังไม่ให้ประกัน ๔ ตัวตะกายตึก

            เพราะ ๔ ตะกายตึก ทั้งปล่อยตัว-ทั้งให้ประกัน ครั้งแล้ว-ครั้งเล่า เมื่อกลับออกไป ก็ทำอย่างเดิมอีกซ้ำซาก

             ไม่หลาบจำ ขืนให้ประกัน ก็จะไปทำอย่างนั้นอีก ศาลจึงยังไม่ให้ประกัน

            "ยังไม่ให้ประกัน".....

            ไม่ได้หมายความว่า "ไม่ให้ประกัน" ไปถามพวกจานไป๊ โง่แล้วยังอวดอ้างเป็นนักกฎหมาย เป็นนักศึกษา น่าเบื่อ

            มีประเด็นเพื่อความเข้าใจอยู่นิด....

            ในจำนวนที่ศาลลงโทษ มี ๗ คน ถูกตัดสิทธิทางการเมือง ๕ ปี คือ

            "นายชุมพล จุลใส, นายอิสสระ สมชัย, นายณัฏฐพล  ทีปสุวรรณ, นายสุวิทย์ ทองประเสริฐ, เรือตรีแซมดิน เลิศบุศย์, นายสำราญ รอดเพชร และ นางทยา ทีปสุวรรณ"

            ก็อีกแหละ พวกสามสัส-สามกีบ ก็เอาไปตะแบงว่า....

            ทีพวกเขาถูกตัดสิทธิทางการเมือง ๑๐ ปี แต่พวก กปปส.ถูกตัดสิทธิ์แค่ ๕ ปี มันยุติธรรมหรือ?

            ควายก็คือควาย ไม่รู้จะพูดยังไง!

            มันกฎหมายคนละฉบับ ที่ตัดสิทธิ์ธนาธร ๑๐ ปี นี่กฎหมายลูกตามรัฐธรรมนูญ ฉบับปัจจุบัน ที่ให้ตัดสิทธิ์ ๑๐  ปี

            ส่วน กปปส.ทำความผิดในปี พ.ศ.๒๕๕๖-๕๗ ตอนนั้นเป็นรัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ กฎหมายลูกว่าด้วย ส.ส.กำหนดให้ตัดสิทธิ์ ๕ ปี

            เข้าใจมั้ย ไอ้กร๊วก!

            ถ้าไม่เข้าใจ อ่านคนที่พวกคุณไว้ใจเขียนไว้ก็ได้ คือ "คุณสมชัย ศรีสุทธิยากร" อดีต กกต.โพสต์ไว้ ดังนี้

            "กรณีศาลอาญาอ่านคำพิพากษาคดีกบฏ กับกลุ่มแกนนำและแนวร่วม กปปส. ว่า โทษตัดสิทธิทางการเมือง หลายคนสงสัยว่า

                ทำไมคำพิพากษาของศาลอาญา จึงมีบางคนถูกตัดสิทธิทางการเมือง และบางคนไม่ถูกตัดสิทธิ

                และทำไมถูกตัดสิทธิแค่ 5 ปี ทีธนาธรยัง 10 ปีเลย

                ขอเล่าให้ฟังว่า ข้อกล่าวหาที่กลุ่มคุณสุเทพโดน เป็นทั้งความผิดตาม กม.อาญา และความผิดตาม พรป.ส.ส./ส.ว. ปี 2550  ซึ่งเฉพาะความผิดใน พรป.ส.ส.เท่านั้น ที่มีโทษตัดสิทธิทางการเมือง

                มาตรา 76 ของ พรป.ส.ส. ปี 2550 (ไม่ใช้ฉบับปัจจุบันปี 2561 เนื่องจากเป็นความผิดในปี 2557) 

                ระบุว่า ใครขัดขวาง หน่วงเหนี่ยวคนไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ต้องระวางโทษตามมาตรา 152 คือ จำคุก 1-5 ปี หรือปรับ 20,000-100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 

                และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนด 5 ปี

                ดังนั้น คนที่ถูกฟ้องตาม พรป.ส.ส.เท่านั้น ที่จะถูกตัดสิทธิเลือกตั้ง ซึ่งหมายถึงสิทธิทางการเมืองอื่นๆ ด้วยเป็นเวลาห้าปี ซึ่งถือว่าเป็นโทษในขณะนั้น

                ปัจจุบันความผิดแบบนี้ คือ มาตรา 100 ของ พรป.ส.ส.ฉบับปัจจุบัน ซึ่งมีการปรับโทษใหม่ตามมาตรา 164  โดยเพิ่มเป็นเพิกถอนสิทธิ 10 ปี

                คดีการขัดขวางคนไปใช้สิทธิ กกต.ในยุคนั้น ยังได้ขอให้ กกต.จังหวัด ฟ้องในทุกจังหวัดที่มีการกระทำดังกล่าวด้วยซึ่งศาลน่าจะได้ตัดสินไปหมดก่อนหน้านี้แล้ว

                คดี กปปส.คงเป็นบทเรียนว่า.....

                ท่านชุมนุมได้เป็นเสรีภาพ แต่ท่านทำผิดกฎหมายไม่ได้ การได้รับโทษทัณฑ์ดังกล่าว ศาลได้ตัดสินตามข้อเท็จจริงที่อัยการนำเสนอ แม้จะล่าช้ากว่า 7 ปีก็ตาม ยังอุทธรณ์ได้

                แต่สำหรับผู้มีตำแหน่งทางการเมือง เมื่อถูกตัดสิทธิทางการเมืองแล้วต้องถือว่าจบครับ"

                ครับ....

            ผมก็ฉวยโอกาส "จบ" ด้วย!

 


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"