ภาพรวมเยียวยา ปชช.ให้ผ่านหวิว ยกนิ้วลด'ค่าไฟ'


เพิ่มเพื่อน    


    “บิ๊กตู่” สั่งดูแลเยียวยาประชาชนให้ครอบคลุมทุกกลุ่ม “ไตรศุลี” แนะโครงการเราชนะผู้ไม่มีสมาร์ทโฟน-คนแก่ควรไปที่ศูนย์วันสต็อปเซอร์วิสให้ดูแล โพลชี้ประชาชนพึงพอใจสารพัดมาตรการผ่านครึ่งเฉียดฉิว
    เมื่อวันอาทิตย์ น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับมาตรการช่วยเหลือเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ต้องครอบคลุมประชาชนทุกกลุ่มให้มากที่สุด ว่าหลายหน่วยงานได้ปรับรูปแบบการดำเนินมาตรการต่างๆ ให้รับกับข้อสั่งการของนายกฯ โดยในส่วนของโครงการเราชนะ นอกจากขยายเวลาลงทะเบียนตามโครงการสำหรับกลุ่มประชาชนผู้ไม่มีสมาร์ทโฟนไปจนถึงวันที่ 5 มี.ค. จากเดิม 25 ก.พ.2564 แล้ว กระทรวงการคลังได้ร่วมกับกระทรวงมหาดไทยในการเปิดศูนย์อำนวยความสะดวก One Stop Service โครงการเราชนะแก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ ในพื้นหน่วยงานภายใต้กระทรวงการคลัง
    น.ส.ไตรศุลีกล่าวอีกว่า ล่าสุด นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.การคลัง ได้ลงพื้นที่ 2 อำเภอของจังหวัดศรีสะเกษ เพื่อติดตามความคืบหน้าของจุดบริการ One Stop Service โครงการเราชนะ ซึ่งได้พบปัญหาสำคัญเกี่ยวกับการลงทะเบียนของกลุ่มผู้ไม่มีสมาร์ทโฟนว่า ก่อนหน้านี้ประชาชนจำนวนมากไม่ทราบข้อมูลว่าสามารถลงทะเบียนด้วยบัตรประชาชน ณ สาขาธนาคารของรัฐได้ จึงได้ใช้สมาร์ทโฟนของลูกหลานลงทะเบียนเพื่อรักษาสิทธิ์ก่อน แต่วิธีนี้ทำให้มีปัญหาการยืนยันตัวตน และไม่สะดวกในการใช้จ่ายเนื่องจากโทรศัพท์ไม่ได้อยู่กับเจ้าของสิทธิ์ ดังนั้นเพื่อแก้ไขปัญหาให้เกิดความสะดวก หากประชาชนที่ได้ลงทะเบียนด้วยโทรศัพท์ลูกหลานและได้รับสิทธิ์แล้วยังไม่ได้ยืนยันสิทธิ์ ให้ยกเลิกสิทธิ์ในแอปพลิเคชันเป๋าตัง หรือหากไม่สะดวกก็ให้นำบัตรประชาชนไปให้เจ้าหน้าที่ ณ  One Stop Service โครงการเราชนะดำเนินการให้ เมื่อแก้ไขแล้วก็สามารถใช้สิทธิผ่านบัตรประชาชนต่อไป ส่วนประชาชนที่ยังไม่ลงทะเบียน ก็สามารถใช้บริการ One stop Service โครงการเราชนะ ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำทุกขั้นตอน
    ส่วน น.ส.ดวงพร สุขุมพันธุ์พงศ์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.พรรคก้าวไกลกล่าวว่า การช่วยเหลือเยียวยาผลกระทบจากโควิด-19 ของรัฐบาลควรรู้ตัวได้แล้วว่ามาตรการที่ออกมานั้นตกหล่น ไม่ทั่วถึง และไม่รอบคอบ โดยได้ไปพูดคุยกับคนเฒ่าคนแก่ในพื้นที่ หลายคนสะท้อนว่าทำไม่เป็น ไม่มีเงินซื้อสมาร์ทโฟน ส่วนการจะให้ไปลงทะเบียนที่ธนาคารก็ไม่สะดวกแล้ว โดยเฉพาะต้องไปต่อคิวรอกันจำนวนมาก ซึ่งยิ่งสะท้อนว่ารัฐบาลออกมาตรการโดยไม่ได้คิดถึงพวกเขาเลย ที่ร้ายไปกว่านั้นคืออาจทำให้สถานการณ์อาจบานปลายจนไปกระทบสถานการณ์ด้านสาธารณสุขด้วย เพราะมีรายงานว่าได้พบผู้ติดเชื้อที่ธนาคารกรุงไทยใน จ.อ่างทอง 
“เรื่องนี้ต้องฝากท่านสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกฯ ท่านอาคม รวมถึง ศบค. และทีมเศรษฐกิจ ว่าอย่าทำงานกันแบบติดนิสัยราชการจนมองไม่เห็นความเป็นจริงของคนตัวเล็กตัวน้อย เวลานี้ประชาชนกำลังเดือดร้อนหนัก และไฟกำลังลามมาจ่ออยู่ที่เท้าท่าน ควรรู้ตัว รู้ปัญหาให้เร็ว แล้วรีบกำหนดมาตรการใหม่อย่างเร่งด่วน เพื่อแก้ปัญหาได้แล้ว” น.ส.ดวงพรกล่าว
    วันเดียวกัน สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้เผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,087 คนทางออนไลน์ เรื่อง "มาตรการเยียวยาโควิด-19 ระลอกใหม่ของรัฐบาล" พบว่า 41.58% พอใจมาตรการลดค่าไฟฟ้า 2 เดือน,  40.66% ลดค่าน้ำ 10% 2 เดือน, 40.20% คนละครึ่ง : ขยายสิทธิ์เพิ่มอีก 1 ล้านสิทธิ์, 38.09% เราชนะ : จ่ายเงินเยียวยารายละ 3,500 บาท 2 เดือน และ 32.47% สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ โดยธนาคารต่างๆ     
    เมื่อถามถึงเรื่องจุดเด่น-จุดด้อยของมาตรการเยียวยาโควิด-19 พบว่า ในเรื่องจุดเด่น 48.58% บรรเทาความเดือดร้อนของผู้มีรายได้น้อย, 21.53% มีความพยายามช่วยเหลือประชาชน มีหลายมาตรการ และ 16.19% กระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ กระจายรายได้ ส่วนจุดด้อยนั้น 52.34% ระบุว่าเงื่อนไขมากเกินไป เกิดความเหลื่อมล้ำ, 33.19% ขั้นตอนยุ่งยาก ซับซ้อน ล่าช้า ขาดประสิทธิภาพ และ 6.81% ไม่ได้แก้ปัญหาระยะยาว ต้องรับภาระในอนาคต    
    สำหรับสิ่งที่ประชาชนอยากให้รัฐบาลคำนึงถึงในการออกมาตรการช่วยเหลือประชาชน คือ 71.72% เยียวยาประชาชนทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียมกัน, 62.38% ขั้นตอนลงทะเบียนต้องไม่ยุ่งยาก ไม่ซับซ้อน, 61.37% ไม่ต้องมีการลงทะเบียน/ไม่ต้องแย่งกันลงทะเบียน, 60.44% ควรหลีกเลี่ยงการใช้เทคโนโลยี/โซเชียลมีเดียกับกลุ่มผู้สูงอายุ และ 59.52% การเยียวยาต้องไม่สร้างภาระเพิ่ม/ใช้เงินได้ง่าย และถามถึงภาพรวมความพึงพอใจของประชาชนที่มีต่อมาตรการต่างๆ ของรัฐบาล 50.60% ค่อนข้างพอใจ, 19.69% ไม่ค่อยพอใจ, 17.66% พอใจมาก และ 12.05% ไม่พอใจ.    


วันนี้ "๑๓ เมษายน" เป็นวัน "มหาสงกรานต์" เรารู้ แบบชินว่า..... ๑ มกราคม เป็นวันขึ้นปีใหม่สากล ส่วน ๑๓ เมษายน วันสงกรานต์ เป็นวันขึ้นปีใหม่ไทย

หมอ 'สงกรานต์' หมอ
"สัตว์เศรษฐกิจ" ตัวใหม่
ฤๅ "ฟ้าใส" จะล่มรัฐบาล?
'ศิษย์-อาจารย์' ในวันจักรี
ประยุทธ์-ปรีดีใน 'ดี-เลว'
'จูราสสิก ปาร์ก' ภาค OctDem