'อดีตผู้บริหารมธ.'ชำแหละม็อบ28ก.พ.ไม่ใช่ชุมนุมสันติอหิงสา!


เพิ่มเพื่อน    

1 มี.ค. 64 - รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า "ม็อบ 28 กพ โดยกลุ่ม REDEM หรือ Restart Democracy (ชื่อใหม่ของกลุ่ม เยาวชนปลดแอก) ไม่เพียงแต่เป็นม็อบที่ไร้แกนนำหรือไร้ผู้นำเท่านั้น แต่ยังเป็นม็อบที่ไร้สาเหตุ ไร้วัตถุประสงค์ที่ชัดเจนอีกด้วย 

อยากจะเรียกว่า “ม็อบหาเรื่อง” มากกว่า เพราะอยู่ดีๆ ก็นัดชุมนุมไปบ้านพักนายกรัฐมนตรีที่อยู่ในค่ายทหาร ถามกันว่า ไปทำไม ไปทำอะไร ไม่เห็นมีใครตอบให้ชัดเจนได้

จะไล่นายกฯ ให้ลาออก ก็ล้าสมัยแล้ว จะให้แก้รัฐธรรมนูญ เขาก็กำลังแก้กันอยู่ในสภา เหลืออยู่เรื่องเดียวคือเรื่องปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ ก็มีคนไม่เห็นด้วยมากเหลือเกิน ที่อ้างว่าเป็นความต้องการของประชาชนน่ะไม่ใช่แล้ว

ม็อบนี้จึงเหมือนม็อบที่จำเป็นต้องจัด  เพื่อสร้างผลงาน  เพื่อเลี้ยงกระแส เพื่อทำให้บ้านเมืองวุ่นวาย หรือเพื่ออะไรและเพื่อใครก็ไม่ทราบได้ 
แน่นอนว่า เมื่อมีม็อบประกาศจะบุกบ้านนายกรัฐมนตรี ตำรวจคงปล่อยให้บุกเข้าไปโดยไม่ขัดขวางไม่ได้ นี่ไม่ใช่การจำกัดเสรีภาพ เพราะไม่มีใคร ในประเทศไหนที่จะมีเสรีภาพในการคุกคามผู้อื่น เสรีภาพในการทำลายของส่วนรวม หรือเสรีภาพในการดูหมิ่น หรือหมิ่นประมาท หรือด่าผู้อื่นได้ การกระทำทั้งหมดของม็อบจึงเป็นการทำผิดกฎหมายหลายฉบับอย่างชัดแจ้ง

เมื่อตำรวจตั้งแนวขัดขวาง บรรดาการ์ดและผู้ชุมนุมบางคนก็ทำลายสิ่งกีดขวางโดยไม่ลังเล มีการขว้างปา สิ่งของ รวมทั้งระเบิดควันใส่ตำรวจ มีผู้ชุมนุมคนหนึ่งถึงกับยืนปัสสาวะอยู่บนที่สูง พยายามให้รดหัวตำรวจ มีการทุบรถที่จอดอยู่ และเห็นว่ามีการเผารถตำรวจด้วย
เมื่อเป็นอย่างนี้ การปะทะกัน ไม่มากก็น้อย จึงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงได้ยาก

ตำรวจแม้จะถอย แต่ก็ไม่สามารถ จะปล่อยให้ม็อบผ่านไปได้ จึงมีการตอบโต้ โดยใช้รถฉีดน้ำ ใช้แก๊สน้ำตา และอาจมีการใช้กระสุนยาง 

น่าเศร้าใจที่มีนายตำรวจเสียชีวิต ในเหตุการณ์นี้เนื่องจากหัวใจวาย 1 คน 

นี่ไม่ใช่การชุมนุมที่มีอารยะ ไม่ใช่การชุมนุมที่สันติ อหิงสา 

น่าแปลกใจที่บรรดาผู้เชียร์ม็อบ 3 นิ้วทั้งหลายต่างออกมาโจมตีตำรวจอย่างสาดเสียเทเสีย จนเกินจริง โดยมองด้านเดียว หรือรับได้แต่ข้อมูลด้านเดียวไม่มองสักนิดว่าผู้ชุมนุมทำอะไรตำรวจบ้าง และไม่คิดสักนิดว่าตำรวจต้องทำตามหน้าที่ และได้พยายามไม่ใช่ความรุนแรงแล้ว หรือนี่จะเป็นปรากฏการณ์ที่เรียกว่า echo chamber ซึ่งหมายถึงการที่เรามองเห็น หรือได้ยินเฉพาะสิ่งที่สอดคล้องกับความเชื่อ หรือสอดคล้องความมีอคติ (bias) ของตัวเอง เท่านั้น 

คำถามที่ต้องถามคือ ในขณะที่ผู้ร่วมชุมนุมแต่ละครั้งในระยะหลังมากันค่อนข้างน้อย แทบจะเรียกว่า มากันแต่ขาประจำ อีกทั้งยังเป็นช่วงการระบาดของโควิด เพราะอะไรม็อบจึงยังไม่ยอมหยุดรอเพื่อให้มีเงื่อนไขที่สุกงอมก่อน ทำไมจึงยังดันทุรังนัดชุมนุม และทำในสิ่งที่สมควรถูกประณาม อยู่เรื่อยๆ เช่น แอบเผาพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีอะไรหรือที่ทำให้ไม่สามารถรอโอกาส และสถานการณ์ที่เหมาะสมกว่านี้ได้

ยากที่จะเชื่อได้ว่า เป็นเพราะยึดมั่นในอุดมการณ์ประชาธิปไตยล้วนๆ 

ต้องมีอะไรบางอย่างที่แอบแฝงอยู่เบื้องหลัง เพียงแต่ยังไม่สามารถทราบได้ และไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่า สิ่งนั้นคืออะไร

หวังว่า เราจะได้ทราบความจริงในเวลาที่ไม่นานเกินรอ".


วันนี้ "ไม่คุยโควิด" ถ้าจะคุยในประเด็นว่า มันจะจบกันเมื่อไหร่ ก็คงต้องคุยยาวต่อเนื่องไปถึงชาติหน้า ก็ยังไม่จบ เพราะมันจะไม่หายไปไหน มันจะอยู่กับมนุษย์โลกตลอดไป อยู่แบบเชื้อเอดส์ เชื้อไข้หวัดนก เชื้อซาร์ส เชื้อเมอร์ส เชื้ออหิวาต์ ประมาณนั้น

กลเกม 'ในศาล-ในถนน'
"โชคดี-โชคร้าย"ในโควิด
โควิด 'พาคิดไม่รู้จบ'
'มหาสงกรานต์' คืออะไร?
หมอ 'สงกรานต์' หมอ
"สัตว์เศรษฐกิจ" ตัวใหม่