ตร.แจงอดทนระงับเหตุรุนแรง


เพิ่มเพื่อน    

 “ประยุทธ์” ลั่นประชาธิปไตยแบบใดก็ต้องมีกฎหมาย วอนสื่อเสนอข่าวทั้ง 2 ด้าน ชี้หากชุมนุมอย่างสงบจริงก็ไม่บานปลาย “บิ๊กปั๊ด” ยันไม่ใช่สลายการชุมนุม แค่ป้องกันไม่ให้เหตุรุนแรงขึ้น ผบช.น.ระบุอดทนถึงที่สุดแล้วจึงใช้กระสุนยางแบบมาตรฐานสากล หากลุแก่อำนาจจริงคงไม่ปล่อยให้มายืนฉี่ใส่ “เพื่อไทย” รีบแถลงการณ์ประณาม เด็กก้าวไกลบอกใช้สิทธิ์ตามปกติ!    

    เมื่อวันจันทร์ที่ 1 มีนาคม ยังคงมีความต่อเนื่องจากการชุมนุมของกลุ่มเยาวชนปลดแอกและแนวร่วม REDEM   บริเวณกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ เมื่อวันที่ 28 ก.พ. โดยศูนย์เอราวัณสรุปข้อมูลผู้บาดเจ็บในเหตุการณ์ว่า มีการนำส่งโรงพยาบาลจำนวน 33 ราย เป็นเจ้าหน้าที่ 23 ราย และประชาชน 10 ราย โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เสียชีวิต คือ ร.ต.อ.วิวัฒน์ สินเสริฐ สังกัด สน.ธรรมศาลา
ขณะที่ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พร้อมคณะได้เดินทางเข้าเยี่ยมเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์กล่าวภายหลังว่า มีตำรวจบาดเจ็บ 90 ราย โดยที่ยังนอนรักษาตัวอยู่ที่ รพ.ตำรวจ 25 คน ออกจาก รพ.แล้ว 2  และเสียชีวิตอีก 1 รวม 28 ราย ส่วนเรื่องการดูแลกลุ่มผู้ชุมนุมยังยืนยันหลักการเดิมอยู่ที่กฎหมาย ซึ่งสถานการณ์ในแต่ละช่วงเวลาไม่เหมือนกัน เจ้าหน้าที่พยายามหาความสมดุลระหว่างการบังคับใช้กฎหมาย และไม่มีใครต้องการให้เกิดความรุนแรง
“เราไม่ได้ไปสลายการชุมนุม แต่เราจับคนที่กำลังใช้ความรุนแรงที่กระทำผิดซึ่งหน้า ส่วนการยิงกระสุนยางเราก็ยิงส่วนไหนว่าให้เขาหยุด และเราใช้เมื่อจำเป็น ไม่ใช่ว่าอยู่ๆ จะไปยิงใคร รู้ว่าสถานการณ์อย่างไรถึงจะต้องใช้ ส่วนปืนชอร์ตไฟฟ้าไม่มีใครใช้ ส่วนภาพที่ปรากฏความรุนแรง ก็บอกแล้วว่าความรุนแรงเมื่อเริ่มแล้วยากที่จะควบคุม เราไม่มีนโยบายสนับสนุนความรุนแรงใดๆ ทั้งสิ้น แต่ถ้าจะดูก็ต้องดูให้ครบบริบทว่าเหตุการณ์พัฒนาจากอะไรมา ไม่ใช่อยู่ดีๆ ก็ไปใช้ความรุนแรง ไม่ใช่อย่างนั้น มีขั้นมีตอน ต้องดูตั้งแต่ต้นว่าทำไมไปถึงจุดนั้น” พล.ต.อ.สุวัฒน์กล่าว
    พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) กล่าวว่า การชุมนุมเริ่มตั้งแต่ 15.00 น. ต่อเนื่องจนถึงเวลา 02.00 น. ตลอดการชุมนุมตำรวจได้แจ้งเตือนผู้ชุมนุมอยู่เป็นระยะ แต่กลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนได้รื้อลวดหนาม รั้วเหล็ก และขว้างปาสิ่งของใส่ตำรวจ ขณะนั้นเกรงว่าเหตุการณ์จะรุนแรงขึ้นจึงระงับเหตุ ถือเป็นครั้งแรกที่ตำรวจใช้ปืนยิงกระสุนยาง ยืนยันว่าวัสดุอุปกรณ์ทุกอย่างที่นำมาใช้ในการควบคุมฝูงชน เป็นอุปกรณ์ที่ได้รับอนุญาตทั้งหมด ไม่มีความรุนแรงอันตรายถึงชีวิต อีกทั้งยังใช้ตามความจำเป็น  โดยหวังให้สถานการณ์ยุติให้เร็วที่สุด
          เมื่อถามว่าจากภาพที่มีปรากฏตามสื่อโซเชียล ทั้งการเตะและลากผู้ที่บาดเจ็บ เป็นการกระทำเกินกว่าเหตุหรือไม่  พล.ต.ท.ภัคพงศ์กล่าวว่า ขอให้มองในภาพรวมทั้งหมด บางทีเราเห็นเหตุการณ์แค่ช่วงๆ เจตนาคงจะพยายามระงับเหตุให้เร็วที่สุด และนำตัวผู้กระทำผิดแยกออกจากกลุ่มผู้ชุมนุม ถ้าผู้ชุมนุมชุมนุมโดยสงบตำรวจไม่เคยใช้กำลัง อย่างกรณีผู้ชุมนุมปัสสาวะอยู่บนตู้คอนเทนเนอร์ แสดงให้เห็นว่าถ้าตำรวจไม่อดทนอดกลั้นก็ต้องลากตัวลงมาแล้ว ก่อนตำรวจเริ่มปฏิบัติตามยุทธวิธีหรือตามขั้นตอน เรามีการประกาศแจ้งเตือนและลูกน้องเราก็ถูกกระทำ จนกระทั่งเกรงว่าสถานการณ์จะลุกลามจนควบคุมไม่ได้ อยากจะขอเราเป็นคนไทยด้วยกัน การเห็นต่างมีการแสดงออกได้หลายทาง ก็ทำในช่องทางที่ถูกต้อง
จัดข้อหาหนัก 22 ผู้ชุมนุม
          ขณะที่ พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น.กล่าวว่า ได้จับกุมผู้กระทำความผิดในที่เกิดเหตุปะทะกันได้ 22 คน นำส่งพนักงานสอบสวน การจับกุมก็เป็นไปตามขั้นตอนและข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น เบื้องต้นแจ้งข้อหาในความผิดร่วมกันชุมนุมหรือจัดกิจกรรมในพื้นที่ในสถานการณ์ที่กำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด ความผิด พ.ร.บ.ควบคุมโรค, พ.ร.ก.ฉุกเฉิน บางส่วนมีความผิด พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาหรือใช้เครื่องขยายเสียง  ในข้อหาร่วมกันใช้เครื่องขยายเสียงด้วยกำลังไฟฟ้าโดยไม่ได้รับอนุญาต และข้อหาต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานซึ่งปฏิบัติงานตามหน้าที่ และใช้กำลังประทุษร้ายขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายร่างกายเจ้าพนักงาน และมีผู้ร่วมกระทำผิดบางส่วนทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงาน เหตุเกิดที่กรมทหารราบที่ 1  มหาดเล็กรักษาพระองค์ ส่วนที่ สน.ดินแดง และ สน.สุทธิสาร  มีความผิดเกี่ยวกับวางเพลิงเผาทรัพย์ และทุบทำลายทรัพย์สินของทางราชการเสียหาย
          พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีความห่วงใยและกำชับให้ดูแลและเยียวยาครอบครัว ร.ต.อ.วิวัฒน์ สินเสริฐ รอง สวป.สน.ธรรมศาลา เสียชีวิตในขณะปฏิบัติหน้าที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะเป็นเจ้าภาพในพิธีสวดพระอภิธรรม เบื้องต้นจะเลื่อน 3 ขั้น 3 ชั้นยศ เป็นยศ  พ.ต.อ. และนำเงินสวัสดิการช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิต  2,740,000 บาท
    ด้าน พล.อ.ประยุทธ์กล่าวเรื่องนี้ว่า "ท่านก็เห็นแล้วว่าเป็นความรุนแรง เพราะฉะนั้นก็ต้องเสนอข่าวทั้ง 2 ทาง ไม่ใช่บางสื่อเสนอข่าวว่าตำรวจใช้ความรุนแรงเพียงข้างเดียว ภาพอีกฝ่ายไม่ออกเลย บ้านเมืองมันอยู่ไม่ได้ ขอร้องสื่อทุกสื่อ ซึ่งก็ติดตามอยู่ว่าทำไมออกข่าวแต่เพียงข้างเดียวว่าตำรวจใช้ความรุนแรง ท่านไม่ดูก่อนหน้าที่จะเกิดการชุมนุม ที่มีความรุนแรงเกิดขึ้น แรกๆ ก็โอเคเป็นไปตามปกติของเขา ท่านก็รู้อยู่แล้วเขาพูดจาอะไร ก็เป็นเรื่องเขาทำถูกทำผิดก็ว่ากันไปตามกฎหมาย แต่หลังจากนั้นมีการใช้ความรุนแรงเกิดขึ้น มีการรุกเข้ามาในพื้นที่ของตำรวจ รุกเข้ามาในพื้นที่ที่เป็นพื้นที่หวงห้าม และมีการใช้กำลังทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ เขาก็จำเป็นต้องใช้มาตรการตามมาตรฐานสากลออกไป"
“ถ้าเราไม่ทำแบบนี้จะอยู่กันอย่างไร ประเทศชาติบ้านเมือง ก็ขอให้นึกถึงบ้านเมืองเป็นหลักไว้ด้วย ทำอย่างไรบ้านเมืองเราจะมีความสงบ เคารพกฎหมายบ้านเมือง ไม่ว่าจะเป็นประชาธิปไตยแบบใดก็ตามต้องมีกฎหมาย อยากชุมนุมก็ชุมนุมกันอย่างสงบก็ว่ากันไป ซึ่งการชุมนุมสงบหรือไม่สงบ กฎหมายเป็นตัวตัดสินอยู่แล้ว”
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ กล่าวถึงการใช้กระสุนยางว่า มันขึ้นอยู่กับสถานการณ์? เรื่องดังกล่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจมีการชี้แจงแล้ว ซึ่งเป็นการดำเนินการตามขั้นตอน และเมื่อถามว่า ?การชุมนุมที่เกิดขึ้นปัญหาอยู่ที่ว่าไม่ปรากฏว่าใครเป็นแกนนำ พล.อ.ประวิตร?กล่าวว่า “แล้วผมจะทำอย่างไรได้ ก็เขาว่าเขาไม่มีแกนนำ”
เตือนให้ยึดกฎหมาย
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า  "อยากแนะนำว่าทุกฝ่ายต้องพยายามรักษากฎหมายบ้านเมือง เพราะเป็นแนวทางที่ดีที่สุด ตามหลักรัฐธรรมนูญ คือสิทธิในการชุมนุมโดยสงบก็จะไม่มีปัญหาอะไร และต้องหลีกเลี่ยงใช้ความรุนแรงหรือนอกกฎหมาย เพราะวันข้างหน้าจะมีผลกลับมา ทุกฝ่ายต้องระมัดระวังเรื่องนี้"
         นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ กล่าวถึงกรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า โพสต์ทวิตเตอร์ว่า "ผู้มีอำนาจกดขี่ประชาชน  รัฐที่ก่อความรุนแรงเป็นรัฐบาลที่ล้มเหลว" ว่า ไม่เหนือความคาดหมายที่นายธนาธรออกมาแบบนี้ เพราะอยู่เบื้องหลังม็อบมาโดยตลอดใช่หรือไม่ แต่สิ่งที่นายธนาธรพูดไม่ใช่ข้อเท็จจริง ถือเป็นโมฆบุรุษ เป็นคนขี้ขลาด โหนกระแสเด็กทำลายประเทศ ตั้งใจใส่ร้ายรัฐบาล ทั้งๆ ที่รัฐบาลพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ประเทศสงบสันติ แต่ม็อบกลับไม่ได้ชุมนุมอย่างสันติ
          “ที่พรรคเพื่อไทยออกแถลงการณ์ประณามเจ้าหน้าที่ใช้ความรุนแรงสลายม็อบ พร้อมทั้งเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ใช้หลักมาตรฐานสากล ผมเข้าใจดีว่าพรรคเพื่อไทยสนับสนุนม็อบ แต่ก็ต้องเข้าใจด้วยว่ารัฐบาลใช้หลักสากลมาโดยตลอด  เมื่อวานนี้เป็นการชุมนุมอย่างสงบใช่หรือไม่ อย่าเห็นแก่ประโยชน์ทางการเมืองมากกว่าความเสียหายของประเทศ” นายธนกรกล่าว
ด้าน น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.)  กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยขอประณามและไม่ยอมรับการใช้ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในคืนวันที่ 28 ก.พ.และเรียกร้องให้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ทบทวนท่าที และพิจารณาใช้มาตรการจัดการกับการเคลื่อนไหวของประชาชนตามมาตรฐานสากล  เคารพและคุ้มครองเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบ แทนการใช้มาตรการที่มุ่งเน้นจำกัดหรือสกัดกั้นการชุมนุมของประชาชน  เจ้าหน้าที่รัฐไม่มีสิทธิ์ทำร้ายประชาชนเกินกว่าเหตุราวกับอาชญากรร้ายแรง
    น.ส.เบญจา แสงจันทร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล  กล่าวว่า จากการเข้าร่วมสังเกตการณ์การชุมนุมทุกครั้ง ยืนยันว่าการชุมนุมเมื่อวันที่ 28 ก.พ.เป็นการใช้สิทธิเสรีภาพปกติตามระบอบประชาธิปไตยที่สามารถทำได้ เพราะเป็นเพียงการแสดงออกเพื่อตั้งคำถามถึงกรณีบ้านพักของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ใช้ค่าน้ำค่าไฟที่มาจากภาษีประชาชน และเหตุใดบ้านของนายกฯ จึงไปตั้งอยู่ในเขตพระราชฐานได้ สมควรย้ายออกมาหรือไม่
    “เป็นเรื่องที่น่าเสียใจที่การชุมนุมของประชาชน ซึ่งเป็นการแสดงออกตามปกติกลับจบลงด้วยการใช้กำลังสลายการชุมนุม ซึ่งตนเองและพรรคยืนยันว่าไม่เห็นด้วยกับการใช้ความรุนแรงไม่ว่ามาจากฝ่ายใด และเห็นว่าถึงเวลาแล้วที่สังคมไทยต้องยินยอมเปิดพื้นที่ให้ทุกคนทุกฝ่ายสามารถแสดงออกและพูดคุยในประเด็นต่างๆ รวมถึงประเด็นที่อ่อนไหวได้อย่างสันติ” น.ส.เบญจากล่าวและว่า ยืนยันอีกครั้งว่าทุกตารางนิ้วของกองทัพมาจากภาษีของประชาชน ประชาชนจึงควรมีสิทธิโดยชอบในการตรวจสอบได้
     นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เฟซบุ๊กไลฟ์ว่า "ไม่เห็นด้วยกับวิธีการรับมือของรัฐ ถ้าใช้สมองมากขึ้นหรือไม่มีตู้คอนเทนเนอร์มาตั้งแล้ว ผู้ชุมนุมจะบุกเข้าถึงบ้านนายกฯ ในค่ายทหารได้ไม่ง่ายเลย เป็นสิ่งที่ผิดอย่างมากที่พยายามสกัดกั้น ทั้งที่ธรรมชาติการชุมนุมแล้วจะมีเจ้าหน้าที่รัฐปะปนอยู่กับผู้ชุมนุมอยู่แล้ว ดังนั้นการสร้างอารมณ์ให้เกิดการปะทะ  รัฐจึงมีส่วนหลักในการให้เกิดขึ้น และเป็นเจตนาที่ต้องการให้เกิดเรื่องขึ้น".

 


วันนี้ "ไม่คุยโควิด" ถ้าจะคุยในประเด็นว่า มันจะจบกันเมื่อไหร่ ก็คงต้องคุยยาวต่อเนื่องไปถึงชาติหน้า ก็ยังไม่จบ เพราะมันจะไม่หายไปไหน มันจะอยู่กับมนุษย์โลกตลอดไป อยู่แบบเชื้อเอดส์ เชื้อไข้หวัดนก เชื้อซาร์ส เชื้อเมอร์ส เชื้ออหิวาต์ ประมาณนั้น

กลเกม 'ในศาล-ในถนน'
"โชคดี-โชคร้าย"ในโควิด
โควิด 'พาคิดไม่รู้จบ'
'มหาสงกรานต์' คืออะไร?
หมอ 'สงกรานต์' หมอ
"สัตว์เศรษฐกิจ" ตัวใหม่