จับ‘แอมมี่’มือเผา! ตั้ง3ข้อหาหนักวางเพลิงพระบรมฉายาลักษณ์หน้าเรือนจำ


เพิ่มเพื่อน    

  เลขานุการรัฐมนตรียุติธรรมยืนยันจับ "แอมมี่ 3 นิ้ว" มือเผาพระบรมฉายาลักษณ์ได้แล้ว เจอ 3 ข้อหาหนัก  ม.112 วางเพลิง พ.ร.บ.คอมพ์ คุก 20 ปี แฉเผาเองถ่ายเอง เปิดไทม์ไลน์ใช้รถแม่ก่อเหตุกับพวกอีก 2 คน "สมศักดิ์" ปลื้มผลงานคณะทำงานเฉพาะกิจพาลีปราบยา

    เมื่อเวลา 08.40 น. วันที่ 2 มีนาคม 2564 นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมคณะรัฐมนตรี ถึงความคืบหน้าการติดตามกรณีคนร้ายวางเพลิงป้ายและทำลายทรัพย์สินบริเวณหน้าเรือนจำกลางคลองเปรม ว่า หลังจากที่กรมราชทัณฑ์ไปแจ้งความเอาผิดกับผู้กระทำผิดและตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงแล้ว ทางตำรวจได้เก็บหลักฐาน ภาพกล้องวงจรปิดของเรือนจำ ที่สามารถจับภาพคนร้ายได้ มีผู้ต้องสงสัย 3 คน เป็นชาย 2 หญิง 1 โดยการตามภาพจากกล้องวงจรปิดไปจนถึงที่พัก และพบว่ามีความเชื่อมโยงทางการเมือง
    "ผมได้สั่งการให้คณะทำงานเฉพาะกิจชื่อว่า คณะทำงานพาลีปราบยา ของกระทรวงยุติธรรม ช่วยทำการสืบสวนเชิงลึกในกรณีดังกล่าว ทำให้ในขณะนี้เราได้ข้อมูลสำคัญที่ทำให้ทราบถึงตัวการสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการก่อเหตุดังกล่าว รวมถึงได้ข้อมูลสำคัญที่ทำให้ทราบถึงบุคคลและกลุ่มบุคคลที่อยู่เบื้องหลังการเผยแพร่ภาพดังกล่าวเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ หรือเผยแพร่ในโซเชียลมีเดียด้วย ซึ่งคาดว่าจะสามารถออกหมายจับดำเนินคดีได้ทั้งกลุ่มผู้ลงมือ กลุ่มผู้ร่วมขบวนการ และตัวการสำคัญในเร็วๆ นี้อย่างแน่นอน"
    นายสมศักดิ์กล่าวว่า จากข้อมูลของตำรวจเกี่ยวกับผู้กระทำผิดมีหลักฐานที่ชัดเจนทำให้เราสืบต่อไปได้ เรื่องนี้ผมยอมไม่ได้ เพราะเป็นความผิดที่ร้ายแรง ทั้งการบุกทำลายทรัพย์สินของราชการในยามวิกาล และเรือนจำกลางคลองเปรมเป็นสถานที่ความมั่นคงสูง รวมถึงการนำข้อมูลความมั่นคงเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ข้อหาเหล่านี้เป็นข้อหาหนัก เราต้องนำผู้กระทำความผิดมาลงโทษให้เป็นเยี่ยงอย่างโดยเร็ว
    ผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่าขณะนี้ได้ตัวผู้บงการแล้วใช่หรือไม่ นายสมศักดิ์กล่าวว่า ก็ต้องบอกว่ารู้ โดยจะส่งข้อมูลไปให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในการออกหมาย
    ด้านว่าที่ ร.ต.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า คดีนี้เกี่ยวกับกลุ่มการเมือง ตอนนี้หากเราสาวถึงใครเราดำเนินคดีหมด เพราะเป็นการกระทำที่ถือว่าเป็นสิ่งที่ทำลายความรู้สึกของคนไทย สิ่งที่ทำเป็นโทษที่ร้ายแรงมากเพราะเป็นการวางเพลิงเผาทรัพย์ มีโทษจำคุกตั้งแต่ 5-20 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และมีโทษหนักถึงประหารชีวิต เพราะเป็นโรงเรือนและสมบัติของทางราชการ และตรงนี้เป็นเรื่องที่มีความเป็นไปได้เกี่ยวกับการชุมนุม
    เขากล่าวว่า เจตนาเผาพระบรมฉายาลักษณ์เป็นเรื่องที่ผิดกฎหมายอย่างชัดเจน ตามมาตรา 112 มีโทษจำคุก 3-15 ปี รวมถึงการบุกรุกสถานที่ราชการ มีโทษจำคุก 5 ปี และยังมีเรื่องของความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เรื่องการแชร์ภาพอันมิบังควร มีโทษจำคุก 5 ปี รวมแล้วตอนนี้มี 4 ข้อหาหนัก ซึ่งโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต ซึ่งทางนายสมศักดิ์ได้เร่งรัดให้นำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษให้ได้ภายใน 7 วัน
    ว่าที่ ร.ต.ธนกฤตกล่าวอีกว่า จากไทม์ไลน์ที่ทางตำรวจ สน.ทุ่งสองห้องได้สืบสวนและตรวจหลักฐานจากกล้องวงจรปิดในพื้นที่เกิดเหตุ พบว่าจากการตรวจสอบของกล้องวงจรปิด กทม. เวลา 02.46 น. พบรถคนร้ายวิ่งผ่านร้านแกรนด์โฮม ใต้สะพานข้ามแยกพงษ์เพชร งามวงศ์วาน 35 จากนั้นเวลา 02.49 น. จากกล้องของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สำนักงานใหญ่ พบรถคนร้ายวิ่งผ่านหน้าสำนักงาน ฝั่งถนนงามวงศ์วานขาออก วิ่งผ่านประตูเรือนจำกลางคลองเปรม และเวลา 02.50 น. จากกล้องมุมสูงของการไฟฟ้าฯ พบรถคนร้ายจอดริมถนนเลยจุดเกิดเหตุประมาณ 50 เมตร เวลา 02.55 น. พบรถคนร้ายถอยกลับมาห่างจากจุดเกิดเหตุ 20 เมตร จนกระทั่งเวลา 03.08 น. พบว่าไฟเริ่มติดตรงจุดเกิดเหตุ และอีก 1 นาทีต่อมา คนร้ายได้ขับออกไปเพื่อหลบหนี
    เขากล่าวว่า เรื่องนี้เป็นการเตรียมการมาอย่างแน่นอน เพราะในที่เกิดเหตุพบไฟแช็ก น้ำมัน เตรียมมาจุดไฟเผา และใช้เวลาในช่วงเช้ามืดของวันที่ 28 ก.พ.2564 ใช้เวลาก่อเหตุประมาณ 10 นาที และหนีทันที และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทางกรมราชทัณฑ์ได้ทำรายงานถึงสำนักพระราชวัง เพราะเวลาที่เรานำพระบรมฉายาลักษณ์มาใช้เราต้องขออนุญาตจากทางราชวัง ซึ่งหากถูกเผาทำลายเราก็ต้องรายงานให้ทราบ ทั้งนี้ ปกติภายในเรือนจำมีมาตรการรักษาความปลอดภัยอยู่แล้ว ซึ่งที่เกิดเหตุติดถนนที่ประชาชนใช้สัญจรไปมาตามปกติ ตอนนี้อธิบดีได้ใช้มาตรการเข้มข้นสูงสุด มีเวรยามตลอดเวลา และจุดใดที่มีความละเอียดอ่อนก็ได้สั่งให้ดูแลเข้มข้นขึ้นในทุกเรือนจำ
    ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างการนำพยานหลักฐานเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดและวัตถุพยานต่างๆ ไปที่ศาลอาญาเพื่อขออำนาจศาลออกหมายจับผู้ก่อเหตุทั้งสามคนแล้ว โดยหนึ่งในนั้นเป็นนักเคลื่อนไหวทางการเมือง หากได้หมายจับ ชุดสืบสวนจะไปนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คนมาดำเนินคดีตามขั้นตอนทันที โดยหากอยู่ในโรงพยาบาลก็จะไปอายัดตัวเช่นกัน ทั้งนี้ยืนยันว่าคดีดังกล่าวตำรวจมีพยานหลักฐานที่ชัดเจน ทั้งภาพจากกล้องวงจรปิดในช่วงก่อนเกิดเหตุ ขณะก่อเหตุ และหลังจากเกิดเหตุแล้ว รวมถึงเส้นทางที่หลบหนี
    ส่วนความคืบหน้าในการดำเนินคดีกับผู้ที่ก่อเหตุความรุนแรงที่บริเวณถนนวิภาวดีรังสิต และที่ สน.ดินแดง เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด วัตถุพยานในที่เกิดเหตุ และสอบปากคำพยานแวดล้อมในที่เกิดเหตุทั้งหมด เพื่อพิสูจน์ทราบตัวบุคคลที่ก่อเหตุความรุนแรงทั้ง 2 จุด โดยขณะนี้พบว่ามีกลุ่มบุคคลที่อยู่ในข่ายที่ต้องตรวจพิสูจน์ตัวบุคคลจำนวนหนึ่ง เชื่อว่าเป็นกลุ่มคนเดิมที่เคยชุมนุมมาแล้ว เพียงแต่เปลี่ยนชื่อกลุ่มเท่านั้น
    ผบช.น.เผยต่อว่า หากบุคคลใดที่สามารถระบุตัวตนได้อย่างชัดเจนแล้ว พนักงานสอบสวนจะนำพยานหลักฐานทั้งหมดไปขอศาลออกหมายจับทันที และจะแจ้งข้อกล่าวหาในฐานความผิดที่เข้าข่าย ทั้ง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน, พ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อ และความผิดตามกฎหมายอาญาเรื่องการก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง และการใช้อาวุธทำร้ายเจ้าพนักงาน คาดว่าต้องใช้เวลาในการตรวจสอบระบุตัวบุคคลอีกสักระยะหนึ่ง
    พล.ต.ต.ปิยะกล่าวว่า กรณีที่มีชายยืนปัสสาวะบนตู้คอนเทนเนอร์ โดยด้านล่างเป็นเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชน หากเปรียบเทียบกับประเทศอื่น เจ้าหน้าที่คงไม่อดทนอดกลั้นขนาดนี้ ต่อไปจะต้องมีการพิสูจน์ทราบว่าเป็นใคร ซึ่งเจ้าหน้าที่มีภาพชัดเจนแล้ว ชายคนดังกล่าวจะมีความผิดในข้อหาการดูถูกเหยียดหยามเจ้าหน้าที่
    มีรายงานข่าวยืนยันว่า เจ้าของรถที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ เป็นแม่ของนักร้องชื่อดังที่ร่วมชุมนุมกับม็อบคณะราษฎร 62 ด้วย
    ต่อมาในช่วงเย็น มีรายงานว่าพนักงานสอบสวน สน.ประชาชื่น ได้นำพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติหมายจับกลุ่มคนที่ร่วมกันก่อเหตุเผาพระบรมฉายาลักษณ์หน้าเรือนจำคลองเปรม เหตุเกิดเมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา หลังได้พยานหลักฐานซึ่งเป็นรถยนต์ และพบกลุ่มคนในที่เกิดเหตุเป็นชาย 2 คน และหญิงอีก 1 คน พร้อมเส้นทางการก่อเหตุ ศาลได้อนุมัติหมายจับนายไชยอมร หรือแอมมี่ แก้ววิบูลย์พันธุ์ ที่ 429/2564 ลงวันที่ 2 มีนาคม 2564 พร้อมพวก 2 คน ในข้อหาประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112, วางเพลิงเผาทรัพย์ผู้อื่น และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
     มีรายงานว่านายไชยอมร หรือแอมมี่ นอนรักษาตัวอยู่ที่ รพ.พระราม 9 รักษากระจกตาโป่ง ก่อนพนักงานสอบสวนจะเดินทางไปแจ้งข้อหาที่ รพ.พระราม 9
    เมื่อเวลา 18.00 น. มีรายงานว่าพนักงานสอบสวน สน.ประชาชื่นได้ประสานแพทย์เจ้าของไข้หารือขอย้ายผู้ต้องหาไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลพระราม 9 ได้แจ้งกับสื่อมวลชนว่า ทางโรงพยาบาลไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนอยู่ในบริเวณดังกล่าว ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวแจ้งว่านายไชยอมรและญาติไม่ได้อยู่ภายในโรงพยาบาล
    อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าตำรวจไปจับกุมแอมมี่ได้ใกล้โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ขณะที่ผู้ต้องหากำลังจะหลบหนีออกจากโรงพยาบาล จากนั้นได้นำตัวไปสอบปากคำที่หน่วยหนึ่งของตำรวจนครบาล แต่ไม่สามารถเปิดเผยสถานที่ได้ ทั้งนี้ ยืนยันว่าคดีดังกล่าวตำรวจมีพยานหลักฐานที่ชัดเจน ทั้งภาพจากกล้องวงจรปิดในช่วงก่อนเกิดเหตุ ขณะก่อเหตุ และหลังจากเกิดเหตุแล้ว รวมถึงเส้นทางที่หลบหนีอีกด้วย
    ขณะที่ว่า ที่ ร.ต.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ในรายการเล่าข่าวข้น ทางช่อง TOP NEWS ยืนยันเช่นกันว่า จับนายไชยอมรได้แล้ว และเป็นเรื่องของฝ่ายสอบสวน โดยระหว่างก่อเหตุทั้ง 3 คนลงมาจากรถทั้งหมด โดยผู้หญิงเป็นคนถ่ายรูปหลังจากเผาแล้ว ก่อนนำไปโพสต์ในโซเชียลฯ
    เป็นที่น่าสังเกตว่า เพซบุ๊ก The Bottom Blues ของนายไชยอมร ได้โพสต์ข้อความวันที่ 28 ก.พ. เวลา 11.46 น. ว่า สื่อคงไม่กล้าออก มิตรสหายท่านหนึ่งแจ้งว่า เมื่อคืนเกิดเหตุไฟไหม้พระบรมฯ ที่หน้าเรือนจำคลองเปรม คนละ 1 แชร์แด่อิสรภาพ #ปล่อยเพื่อนเรา|||
    และเมื่อวันที่ 17 ก.พ.ที่ผ่านมา แอมมี่นอนบนเตียงพยาบาลมารับฟังคำสั่งฟ้องจากคดีชุมนุม 19 กันยา ทวงอำนาจคืนราษฎร ในมาตรา 112, มาตรา 116 และมาตรา 215 แต่อัยการเลื่อนนัดฟังคำสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้องไปเป็นวันที่ 8 มี.ค.2564 โดยอัยการให้เหตุผลว่าเพิ่งได้รับสำนวนคดีจากตำรวจเมื่อเช้านี้ จึงไม่สามารถพิจารณาได้ทัน.

 

 


"น้องเทนนิส" เหมือนฝนหยดมาเม็ดกลางใจแล้งพี่น้องไทยในภาวะระงมโควิด! เธอกับคณะ ที่ขาดไม่ได้เด็ดขาดคือ "โค้ชเช-ชัยศักดิ์" บินมาลงที่สนามบินภูเก็ตเช้าวาน (๒๖ ก.ค.๖๔) ท่ามกลางคณะต้อนรับพองาม

"น้องเทนนิส"ของคนไทย
"กฎหมายกับกองโจร"
จุฬาฯ"เน่าที่หน่อหรือราก?"
'เจาะเวลาหาจุดจบโควิด'
"เชียงใหม่ แซนด์บ็อกซ์"
"สงครามข่าว"ที่มองข้าม