วิษณุสั่งลุยวาระ3แก้รธน. เตือนล้มกระดานเสี่ยงสูง


เพิ่มเพื่อน    

  “วิษณุ” ชี้มัวรอฟังคำวินิจฉัยศาล รธน.ไม่ได้ ต้องเปิดประชุมสมัยวิสามัญเข็นกฎหมายประชามติก่อน “คำนูณ" จับตาคำชี้ขาดศาล รธน.มีผลกระเทือนสูง "วันชัย" เตือนหากคว่ำในรัฐสภาพรรคร่วมถอนตัว "สมชาย" โวยอย่าบิดเบือน ส.ว.วางแผนล้มวาระ 3 เพื่อโหมโรงสร้างกระแสปลุกม็อบ "จาตุรนต์" หวั่นล้มแก้รธน.เกิดวิกฤติการเมืองหนักขึ้น วอน "บิ๊กตู่" อย่ายึดติดอำนาจ สื่อสาร พปชร.ร่วมมือผ่านวาระ 3 "จตุพร" ฟันธงคว่ำแน่

เมื่อวันศุกร์ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีรัฐสภามีหนังสือถึงรัฐบาล เพื่อขอให้ออกพระราชกฤษฎีกาเปิดและปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญว่า ภายใน 1-2 วันนี้รัฐสภาและรัฐบาลจะต้องมีการหารือกันเพื่อให้ได้ข้อสรุปก่อนวันที่ 11 มี.ค. ที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยออกมา เพื่อประสานกับทางสภาว่าจะยืนยันที่จะขอเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญระหว่างวันที่ 17-18 มี.ค.อยู่หรือไม่ แต่ถึงอย่างไรเชื่อว่าวันเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญจะเป็นวันที่ 17-18 มี.ค. แต่วันปิดประชุมจะต้องชัดเจนว่าเป็นวันที่ 18 หรือ 19 มี.ค. เพราะหากรอวันที่ 11 มี.ค. เพื่อให้ศาลมีคำวินิจฉัยออกมาก่อนคงไม่ทัน จึงต้องประสานให้ชัดเจนก่อนว่าสภาจะเอาอย่างไร
    เมื่อถามถึงกรณีมีสมาชิกวุฒิสภา ( ส.ว.) แสดงท่าทีว่าจะคว่ำการแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระ 3 อย่างนี้ถือว่าผิดหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า เห็นมีพูดเป็นบางคน แต่คนก็มีตั้ง 250 คน ยังต้องดูกันต่อไป การแสดงท่าทีเช่นนี้ไม่ได้ถือว่าเป็นความผิดแต่อย่างใด สื่อไปถามท่านก็ต้องพูด ส่วนหากร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญถูกคว่ำจะมีผลต่อรัฐบาลอย่างไร ไม่ทราบ เพราะยังไม่เห็นว่าจะกระทบอะไรโดยตรง
    เมื่อถามว่า หากจะต้องกลับมาแก้ไขกันเป็นรายมาตราจะต้องเริ่มอย่างไร นายวิษณุกล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ยาก แค่ไปตกลงกันให้ได้ว่าจะแก้มาตราไหนเท่านั้น แล้วให้ฝ่ายกฎหมายคือสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาช่วยยกร่างให้ แต่จะเป็นรายมาตรา ก็ไม่ควรที่เป็นมาตราที่จะนำไปสู่การลงประชามติ เพื่อที่จะได้เร็ว ทั้งนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับอายุรัฐบาล แต่ข้อสำคัญถ้าจะต้องทำประชามติ เราก็ต้องเข็นกฎหมายประชามติออกมาให้ได้
    นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว. ให้สัมภาษณ์กรณีศาลรัฐธรรมนูญขอความเห็นไปยัง 4 นักกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับทำรัฐธรรมนูญ ได้แก่ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.), นายอุดม รัฐอมฤต อดีต กรธ., นายสมคิด เลิศไพฑูรย์ อดีตที่ปรึกษา กรธ. และนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตประธานกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ (กมธ.) นั้น เชื่อว่านายมีชัยจะมีความเห็นคล้อยตามไปกับความเห็นของนายอุดม ที่เคยให้ความเห็นต่อสาธารณะว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับทำไม่ได้ ส่วนนายสมคิด เคยให้ความเห็นว่าทำได้ ขณะที่นายบวรศักดิ์นั้นไม่ขอก้าวล่วง ทั้งนี้ส่วนตัวมองว่าความเห็นของ 4 คนนั้นไม่มีผลต่อคำวินิจฉัย เพราะศาลรัฐธรรมนูญมีความเห็นและทิศทางของตนเอง ส่วนการขอความเห็นเพื่อประกอบความเห็นเท่านั้น
         “วันที่ 11 มีนาคม ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสินเรื่องอำนาจการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญจะทำได้หรือไม่ หากทำไม่ได้จะมีผลใหญ่ แต่ไม่หนักมาก เพราะทุกฝ่ายที่เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ต้องอยู่ภายใต้บังคับของศาลรัฐธรรมนูญ พรรคร่วมรัฐบาลตอบคำถามได้ เพราะอยู่นอกเหนือจากการกำหนด หากศาลวินิจฉัยว่าทำไม่ได้ ต้องเดินหน้าทางอื่น คือแก้รายมาตรา อย่างไรก็ตามหากเดินหน้าไปถึงการลงมติวาระสาม ผลกระเทือนจะสูงกว่า” นายคำนูณกล่าว
นายวันชัย สอนศิริ ส.ว. ให้สัมภาษณ์กรณีที่ ส.ว. อาทิ นายสมชาย แสวงการ, นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์, นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ จะลงมติไม่เห็นชอบร่าง รธน.วาระ3 ว่าเป็นของปลอม เพราะตนกล้าพูดได้ว่าการตัดสินใจของจริงจะเกิดขึ้นไม่เกิน 1 วัน ก่อนโหวต หรือ 1 ชั่วโมง อย่าตัดสินว่า ส.ว.จะลงมติคว่ำร่างรัฐธรรมนูญในขณะนี้ เพราะเป็นเพียงบทบาทต่อสาธารณะเท่านั้น หากจำได้ เมื่อการลงมติวาระแรกที่มีข่าวว่า ส.ว.จะไม่รับหลักการ แต่สุดท้ายพบว่าได้รับหลักการวาระแรก ส่วนตนนั้นมีจุดยืนชัดเจนต่อการเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญวาระ 3
ล้มในรัฐสภาพรรคร่วมถอนตัว
     “การล้มในรัฐสภาเชื่อว่าจะมีผลกระทบต่อรัฐบาล เพราะพรรคร่วมรัฐบาล ทั้งพรรคประชาธิปัตย์ ที่ไม่พอใจ และอาจถอนตัวหากสมาชิกร่วมรัฐบาลถอนตัว 50 คน เชื่อว่ารัฐบาลจะมีปัญหา เพราะหากจะดึงพรรคอื่นมาร่วม เช่น พรรคเพื่อไทยอาจเป็นไปได้ยาก ยังเชื่อว่าหากเดินมาถึงจุดดังกล่าวรัฐบาลจะประกาศยุบสภา อย่างไรก็ดี เชื่อว่าหากรัฐสภาผ่านร่างรัฐธรรมนูญจะปลดล็อกเงื่อนไขขัดแย้งในสภา และลดกระแสกดดันจากสังคม” นายวันชัยกล่าว
     นายสมชาย แสวงการ ส.ว. โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า การเมืองอย่าบิดเบือน โหมโรงสร้างกระแสปลุกม็อบยื่นส่งศาลประเด็นเดียวเพื่อชัดเจนว่าสภาไม่มีอำนาจร่าง รธน.ฉบับใหม่ไม่เคยขัดขวางแก้ไขรายมาตรา แก้ได้ทุกมาตรา แต่ต้องเปิดตรงว่าจะแก้มาตราใด อะไรอย่างไร อย่าบิดเบือนเฉไฉว่า ส.ว.วางแผนล้มวาระ 3 ควรน้อมรอรับคำวิจนิจฉัยศาล รธน. 11 มีนา.ดีกว่าไหม ญัตติมีแค่นี้อ่านพิจารณาดูครับ อย่าเอาแต่มโน
    นายสมชายระบุว่า ตนและเพื่อน ส.ว. ร่วมกับ ส.ส.ไพบูลย์ และเพื่อน ส.ส. ยื่นญัตติต่อรัฐสภา และได้รับความเห็นชอบเสียงข้างมากให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยเพียงประเด็นเดียวคือรัฐสภาไม่มีอำนาจจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่มีอำนาจเพียงแก้ไขเพิ่มเติมเป็นรายมาตราเท่านั้น ตนและเพื่อน ส.ว.พร้อมยอมรับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่มีผลความผูกพันทุกองค์กร ความเห็นในข้อกังวลเกี่ยวกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ผ่านวาระ 2 ในเรื่อง 38 มาตราที่เกี่ยวพันกับพระราชอำนาจที่มีอยู่ใน รธน.เดิมอาจถูกแก้ไขหรือตัดทอนนั้น ยังไม่อาจเหมารวมได้ว่า ส.ว.ทั้งหมดจะเห็นว่าจะโหวตคว่ำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญตามที่พยายามโหมปลุกม็อบในเวลานี้
    นายนิยม ช่างพินิจ ส.ส.พิษณุโลก พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า กรณีการลงมติในญัตติการแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระที่ 3 ไม่ว่าผลการลงมติจะออกมาอย่างไร มีผลกับประชาชนโดยตรง ทั้งนี้ เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้ทำให้ประเทศล้มเหลว ทั้งระบบผู้ร่างรัฐธรรมนูญในขณะนั้น ต้องการเขียนเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับคณะเผด็จการที่ยึดอำนาจการปกครองในขณะนั้น เพื่อสืบทอดอำนาจในการยึดอำนาจต่อไป ในช่วงลงมติรับร่างรัฐธรรมนูญ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ประกาศชัดเจนในขณะนั้นว่าให้รับไปก่อนแล้วมาแก้ทีหลัง มาถึงวันนี้กลืนน้ำลายไม่คิดแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะตัวเองได้ประโยชน์จากรัฐธรรมนูญฉบับนี้
    “ถ้าอย่างนั้นรัฐบาลกล้าหรือไม่ทำประชามติถามประชาชนเลยว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้ประชาชนตัดสินใจ ให้ทุกฝ่ายสามารถรณรงค์ได้อย่างเสรี เพื่อยุติปัญหาที่เกิดขึ้น หากประชาชนลงมติอย่างไร ทุกฝ่ายต้องยึดมติของประชาชน จะมาตีรวนไม่ได้ รัฐบาลจะมาอ้างว่าไม่มีงบประมาณไม่ได้ เพราะซื้ออาวุธให้กองทัพยังซื้อได้ ดังนั้นการทำประชามติก็ไม่น่าจะมีปัญหา” นายนิยมกล่าว
ล้มแก้ รธน.เกิดวิกฤติมากขึ้น
ที่โรงแรมรอยัลปริ๊นเซส หลานหลวง ภาคีรัฐธรรมนูญเพื่อประชาธิปไตย จัดเสวนา “ก้าวต่อไปของการจัดทำรัฐธรรมนูญประชาธิปไตย” โดยนายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตประธานยุทธศาสตร์พรรคไทยรักษาชาติ กล่าวถึงกรณีกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่ ายังพอมีความเป็นไปได้ แต่ต้องยอมรับว่ายากมาก ซึ่งต้องใช้ความพยายามในการสื่อสารกับสังคมและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรง โดยเฉพาะผู้มีอำนาจ รวมถึง ส.ว.และ ส.ส.ของพรรคพลังประชารัฐ ทั้งนี้ กุญแจสำคัญคือ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ต้องเข้าใจว่าการแก้รัฐธรรมนูญหลายฝ่ายในสังคมเห็นตรงกัน เพราะรัฐธรรมนูญ 2560 มีปัญหา จำเป็นต้องแก้ไข ซึ่งจะช่วยแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในสังคมได้ด้วย แต่หากมีการล้มการแก้ไข รธน. จะทำให้ปัญหาไม่ได้รับการแก้ไข และจะเป็นวิกฤติทางการเมืองมากขึ้น
    "หากมาคว่ำในวาระ 3 ก็จะทำให้ประชาชนหมดหวัง และไม่คาดหวังอะไรกับรัฐสภาอีก จะเป็นผลเสียต่อการแก้ปัญหาความขัดแย้งในสังคมอย่างร้ายแรง อาจจะมีการเคลื่อนไหวมากขึ้นจากหลายกลุ่ม ความไม่พอใจจากประชาชนก็จะมากขึ้น และอาจไปหาทางออกรูปแบบอื่นๆ จะเป็นการปิดโอกาสการแก้ปัญหาความขัดแย้งในสังคม ขอฝากถึง พล.อ.ประยุทธ์ ว่าอย่ายึดติดอำนาจ ขอให้ พล.อ.ประยุทธ์สื่อสารไปถึง ส.ส.พรรคพลังประชารัฐให้ร่วมมือผ่านวาระ 3 ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อบ้านเมืองมากที่สุด" นายจาตุรนต์กล่าว
คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานสถาบันและกลุ่มสร้างไทย กล่าวว่า ขอวิงวอนไปยังรัฐบาล สมาชิกรัฐสภา เห็นแก่ประเทศ ให้อำนาจกับประชาชนเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งนั้นจะไม่ถูกยอมรับ เพราะถูกมองว่าเขียนเพื่อสืบทอดอำนาจ และสิ่งสำคัญคือขอวิงวอนไปยังศาลรัฐธรรมนูญด้วยว่าควรให้สิทธิและอำนาจการแก้ไขรัฐธรรมนูญกับประชาชน
    “ศาลรัฐธรรมนูญควรวินิจฉัยให้แล้วเสร็จก่อนที่รัฐสภาจะลงมติวาระสาม เพื่อให้เกิดการตัดสินอย่างเด็ดขาด และหากการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยประชาชนทำไม่ได้ จะได้ร่วมกันคว่ำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในประเด็นที่แก้ไขเงื่อนไขของการแก้ไข เพื่อไม่ให้เกิดการตีเช็คเปล่าให้อำนาจแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นของสมาชิกรัฐสภา ซึ่งส่วนใหญ่เป็น ส.ว.และ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล” คุณหญิงสุดารัตน์กล่าว
     นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เชื่อว่า ศาล รธน.คงไม่ยอมให้ตั้ง ส.ส.ร.มาแก้ รธน. เพื่อปล่อยให้ รธน.ได้สืบทอดอำนาจไปบรรลุคำตอบยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ในวันที่ 11 มี.ค. จึงเชื่อว่าแก้ รธน.โดยตั้ง ส.ส.ร.คงไม่ได้ เพราะคาดว่าจะถูกตีความไปตามคำร้องเป็นการแก้ รธน.ทั้งฉบับ การคว่ำแก้ รธน.มาตรา 256 นั้น คว่ำได้อยู่แล้ว แต่จะทำให้รัฐบาลพัง เพราะท้ายที่สุดบรรดาพรรคร่วมรัฐบาลที่ยังมีอนาคตทางการเมืองอีกยาวไกล ถามว่าเขาจะมาตายกับพฤติกรรมของ ส.ว.และอดีต คสช. พร้อมทั้ง พปชร.ด้วยหรือ ดังนั้นเรือจะล้มจากคนในเรือ ซึ่งไม่มีทางเป็นอย่างอื่นเลย
     "ถ้าแก้ รธน.ถูกคว่ำแล้ว ถามว่าประชาธิปัตย์จะหน้าด้านอยู่ต่อไปหรือไม่ เพราะการเล่นละครแก้ รธน.เพื่อร่วมรัฐบาล คือการหลอกลวง คือการโกหกระดับโลก" นายจตุพรกล่าว.  

 


วันนี้ "ไม่คุยโควิด" ถ้าจะคุยในประเด็นว่า มันจะจบกันเมื่อไหร่ ก็คงต้องคุยยาวต่อเนื่องไปถึงชาติหน้า ก็ยังไม่จบ เพราะมันจะไม่หายไปไหน มันจะอยู่กับมนุษย์โลกตลอดไป อยู่แบบเชื้อเอดส์ เชื้อไข้หวัดนก เชื้อซาร์ส เชื้อเมอร์ส เชื้ออหิวาต์ ประมาณนั้น

กลเกม 'ในศาล-ในถนน'
"โชคดี-โชคร้าย"ในโควิด
โควิด 'พาคิดไม่รู้จบ'
'มหาสงกรานต์' คืออะไร?
หมอ 'สงกรานต์' หมอ
"สัตว์เศรษฐกิจ" ตัวใหม่