เส้นทางสู้คดี กปปส.


เพิ่มเพื่อน    

ม็อบ 3 นิ้วไม่ได้ต้องการปฏิรูป  แต่ตั้งใจจะล้มสถาบันฯ

            ผลแห่งคำพิพากษาของศาลอาญาในคดี กปปส. เมื่อวันที่ 24 ก.พ.ที่ผ่านมา ส่งผลทางการเมืองตามมาหลายอย่าง เช่น การปรับคณะรัฐมนตรี หรือสถานภาพ ส.ส.ของ 5 อดีตแกนนำ กปปส. ที่สุดท้ายคณะกรรมการการเลือกตั้งมีมติส่งคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชี้ขาด เป็นต้น ขณะที่ในทางคดี หลังจากนี้จำเลยคดี กปปส.ก็เตรียมยื่นอุทธรณ์คดีต่อไป

            สุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการ กปปส. กล่าวถึงผลคำพิพากษา กปปส.และเส้นทางการสู้คดีต่อจากนี้ โดยบอกว่าสิ่งที่ตกใจและเสียใจก็คือ อนาคตของพี่ๆ น้องๆ แนวร่วมแกนนำ กปปส.ที่ออกมาร่วมต่อสู้ด้วยกันในช่วงปี 2556-2557 ที่บางคนโดนศาลตัดสินว่ามีความผิดต้องโทษจำคุก ถูกตัดสิทธิ์การเลือกตั้ง บางคนต้องเสียอนาคตทางการเมือง แต่ยืนยันได้ว่าหากย้อนเวลากลับไปได้ แล้วสถานการณ์บ้านเมืองเป็นอย่างช่วงเวลาที่ออกมาเคลื่อนไหวในช่วงปี 2556-2557 โดยเฉพาะที่มีความพยายามจะออกกฎหมายนิรโทษกรรมล้างผิด ก็จะออกมาเคลื่อนไหวแบบเดิมแน่นอน โดยผลคำตัดสินของศาลที่ออกมาไม่ได้ทำให้เสียใจในเรื่องที่ทำและสิ่งที่ต่อสู้มา

        ในเรื่องของการสู้คดี กปปส.ต่อจากนี้ สุเทพ-อดีตเลขาธิการ กปปส. ลำดับความว่า หลังจากการเดินขบวนของ กปปส.ยุติลงเมื่อปี 2557 พวกผมที่เป็นอดีตแกนนำ กปปส.ก็ถูกตั้งข้อหาว่าเป็นกบฏ เป็นอั้งยี่-ทำผิดกฎหมายการบริหารราชการแผ่นดินในสถานการณ์ฉุกเฉิน-บุกรุกสถานที่ราชการ ขัดขวางการเลือกตั้งและข้อหาอื่นๆ พวกผมก็ก้มหน้าก้มตารวบรวมพยานหลักฐานเตรียมตัวสู้คดี โดยเรามีพยานหลักฐานที่จะนำไปสู้คดีได้มาก ตอนแรกก็มีผู้ใหญ่ที่อาสามาเป็นทนายความว่าความให้ แต่ต่อมาเมื่อไปสู้คดีจริงๆ ผู้ใหญ่ท่านนั้นก็เกิดป่วยเป็นมะเร็ง ทำให้ผู้ใหญ่คนดังกล่าวจึงมาว่าความให้ไม่ได้ ผมเลยต้องว่าความเอง โดยที่ก่อนหน้านั้นผู้ใหญ่ท่านดังกล่าวก็มีการเตรียมซักซ้อมการสู้คดีไว้อย่างดี มีการเตรียมการไว้เป็นปีๆ เมื่อท่านว่าความให้ไม่ได้ จึงไม่มีใครจำเหตุการณ์ได้หมด ผมเลยว่าความเอง เพราะผมจำเรื่องทั้งหมดได้

สุเทพ กล่าวต่อว่า จำเลยในคดีดังกล่าว สู้คดี กปปส.มาร่วม 1 ปีครึ่ง ค่อนข้างมั่นใจว่าเราคงสู้ได้ แต่เมื่อมีคำพิพากษาของศาลอาญาออกมาแบบนี้ เราก็รู้สึกตกใจเหมือนกัน แปลกใจแต่ก็เคารพในกระบวนการยุติธรรม ไม่ได้โวยวายอะไร ก้มหน้าก้มตารับคำพิพากษา และคิดว่าเราควรจะได้รับการประกันตัวมาสู้คดีในชั้นอุทธรณ์ต่อไป  แต่พอไม่ได้รับอนุญาตให้ประกันตัว ตอนแรกตกใจเหมือนกัน เพราะว่าคดีอื่นๆ เช่น คดีของนายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.การพัฒนาสังคมฯ ถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตัดสินจำคุก 50 ปี ยังได้รับอนุญาตให้ประกันตัว เราถูกพิพากษาคดีต่างๆ รวมกระทงกันแล้ว ก็ถูกตัดสินจำคุกกัน เช่น 5 ปี 7 ปี นายชุมพล จุลใส อดีต ส.ส.ชุมพร ก็หนักหน่อย 9 ปี 24 เดือน เราก็ตกใจ  แต่ยังไงก็ตามคิดว่าจะแก้คดีในชั้นอุทธรณ์ ซึ่งตอนแรกที่ไม่ได้รับการประกันตัว ก็กังวลใจเหมือนกันว่าใครจะมาเป็นตัวหลักที่จะทำเรื่องสู้คดีในชั้นอุทธรณ์ได้ แต่เมื่อได้รับการประกันตัวตอนนี้แล้วก็ต้องก้มหน้าก้มตาแก้ประเด็นสู้คดีต่อไป ก็คงใช้เวลาหลายเดือน เพราะจำเลยมี 38 คน มีข้อเท็จจริงมากต้องใช้เวลามาก แต่ก็จะพยายามทำให้ดีที่สุด ต้องช่วยน้องๆ

“ตอนที่ศาลมีคำตัดสินเมื่อ 24 ก.พ. ผมก็สงสารน้องๆ ผมนำเขาออกมาต่อสู้เพื่อชาติเพื่อแผ่นดิน พอผลออกมาต้องถูกจำคุกกันตั้ง 27 คน แม้บางคนศาลจะให้รอลงอาญา แต่ส่วนใหญ่ก็ลงโทษโดยไม่รอลงอาญา ก็ตกใจและเสียใจกับน้องๆ เพราะเขาก็เสียอนาคตทางการเมืองไปเลย”

...เพราะอดีตแกนนำ 3 คนก็ต้องหลุดจากตำแหน่งรัฐมนตรี และมีอีก 2-3 คน ก็หลุดจากการเป็น ส.ส. เช่น นายชุมพล จุลใส อดีต ส.ส.ชุมพร นายอิสสระ สมชัย อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมในฐานะเป็นผู้นำพาพี่ๆ น้องๆ มาต่อสู้ ก็เสียใจเป็นธรรมดา แต่ก็เจียมเนื้อเจียมตัว เราสงบเสงี่ยมมาตลอด จะเห็นได้หลังจากเลิกชุมนุม ผมเก็บตัวเงียบ เตรียมตัวสู้คดีไม่ได้ไปวุ่นวายอะไร หลังจากนี้ก็ต้องทำงานต่อไปเพื่อแก้คดี ตอนนี้ยังไม่รู้อนาคตต่อไปจะเป็นอย่างไร

"ต้องยอมรับจริงๆ ว่า เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ไม่สามารถคาดเดาอนาคตตัวเองได้ ซึ่งตัวผมเองไม่ค่อยกังวลเท่าไหร่ เพราะตอนนี้ก็อายุ 72 ปีแล้ว และไม่คิดทำงานการเมืองต่อ แต่เสียดายน้องๆ หลายคนที่ยังมีพลัง มีความรู้ความสามารถที่จะทำงานการเมืองต่อไปได้ ก็ทำไม่ได้แล้ว เพราะหลายคนโดนตัดสิทธิ์การเมืองไปด้วย"

ถามต่อไปว่า มีความหนักใจในผลแห่งคดีที่ต้องสู้ต่อในชั้นอุทธรณ์ในเรื่องฐานความผิดที่ศาลตัดสินในเรื่องขัดขวางการเลือกตั้งหรือไม่ สุเทพ บอกว่า การต่อสู้ของพวกเรา ผมย้ำทุกวันตอนปราศรัยว่า กปปส.เราต่อสู้โดยสงบ สันติ ไม่มีอาวุธและไม่ทำอะไรที่ผิดกฎหมาย เราพยายามระมัดระวังกันมาก แต่การต่อสู้ของพวกผมในปี 2556-2557 ไม่ได้มีพวกผมกลุ่มเดียว มีกลุ่มอื่นๆ ทั้งที่เขาประกาศตัวชัดเจน เช่น กองทัพธรรม กองทัพประชาชน หรือเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย ที่เรียกว่า คปท. และกลุ่มอื่นๆ อีกมาก เช่น กลุ่มอดีตข้าราชการหลายหน่วยงานและประชาชนทั่วไป การที่เราใช้ธงชาติและนกหวีดเป็นสัญลักษณ์การต่อสู้ แล้วใครก็ตามที่ออกมาต่อสู้ ใช้สัญลักษณ์แบบนี้เช่นกันเพื่อเป็นสัญลักษณ์การต่อสู้ของคนไม่เห็นด้วยกับกฎหมายนิรโทษกรรม และประชาชนที่ต่อต้านระบอบทักษิณ หลายฝ่ายก็ใช้สัญลักษณ์แบบนั้น เราไม่สามารถที่จะไปกำกับควบคุมได้ทั้งหมด

เรากำกับควบคุมได้เฉพาะคนที่อยู่หน้าเวที-คนที่อยู่ในกลุ่มเรา ซึ่งคนที่ออกมาก็มีหลายจังหวัดทั่วประเทศ บางคนก็อาจเกินเลยไปบ้าง แต่ว่าทุกคนก็สู้คดี เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ไม่มีใครหนีคดีไปไหนเหมือนกัน มีพี่น้องเราหลายคนก็ถูกพิพากษาจำคุกกันหลายปี บางคนตอนนี้ก็พ้นโทษมาแล้ว แต่บางคนก็ยังอยู่ในคุกก็มี เช่นกรณีที่จังหวัดพัทลุง ซึ่งจริงๆ ท่านเหล่านั้นกับพวกผมที่อยู่กรุงเทพฯ เรียกว่าไม่ได้สัมพันธ์กัน คือเขาไม่ได้ทำตามที่เราชักชวน เขาก็ทำของเขาเอง ก็เป็นข้อเท็จจริง แต่เราถือว่าพี่น้องเหล่านั้นก็ร่วมอุดมการณ์เดียวกัน ไม่ทอดทิ้งกัน

พวกผมต้องรักษาหลักการของกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม พวกเราสู้คดีกันมา 1 ปีครึ่ง ไม่มีใครประวิงเวลา ศาลนัดเมื่อไหร่ก็ไปทุกครั้ง วันที่จะไปฟังคำพิพากษาเมื่อ 24 ก.พ.ที่ผ่านมา จำเลยทั้งหมดไปศาลโดยพร้อมเพรียงกัน ซึ่งที่จริงหากขาดคนใดคนหนึ่งก็อ่านคำพิพากษาไม่ได้ แต่ทุกคนให้ความร่วมมือ ผมชื่นชมในหัวใจของพวกเราที่เคารพในกระบวนการยุติธรรม แล้วพอคำพิพากษาออกมาไม่มีใครออกมาตำหนิศาล ไม่มีใครโวยวายอะไร พวกเราไม่ได้มีการซักซ้อมอะไรกัน เพราะคนมีจำนวนมาก เพราะต่างคนก็คิดเหมือนกันว่าต้องว่าไปตามระบบ

เราไม่ได้เสียใจในเรื่องที่เราทำ เรื่องที่เราต่อสู้ เพราะว่าเราทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ แล้วก็ไม่ได้ทำเพื่อประโยชน์ของตัวเองหรือพรรคการเมือง อย่างตอนเริ่มชุมนุมพวกผมก็ลาออกจาก ส.ส. ผมเองก็ไม่ได้ลงสมัครรับเลือกตั้งอีก เราไม่ได้ทำเพื่อว่าให้ได้ประโยชน์กับตัวเรา แต่ที่เสียใจก็คือ เสียดายพี่น้องหลายคนที่มีขีดความสามารถรับใช้ประเทศชาติได้ ก็ต้องพลอยหมดอนาคตทางการเมืองไปด้วย

        ส่วนผมเองยังหลับตานึกไม่ออกเลยว่าผมโดนอย่างนี้แล้ว ไปสู้ในชั้นอุทธรณ์-ฎีกา คดีผมจะไปจบปีไหน อย่างไร ซึ่งหากใครโดนคดีเองจะรู้สึกว่ามันมีความทุกข์ทุกวัน เพราะแทบไม่ต้องทำอะไร ต้องมาเตรียมการสู้คดี อย่างตอนนี้ก็ต้องมานั่งอ่านคำให้การพยานทั้งหลายเพื่อมาช่วยกันร่างเอกสารต่างๆ ก็เสียเวลามาก ทุกข์ยากมาก ไม่มีใครช่วย ต้องช่วยกันเอง

ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ ยังไงก็ต้องทำแบบตอนนั้น เพราะตอนนั้นประเทศมันมืดมนเหลือเกิน มองไม่เห็นลู่ทางที่จะดีสำหรับประเทศเลย เพราะหากระบอบทักษิณยังมีอิทธิพลเหนือประเทศไทยอยู่ ยังมีคนอย่างยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกฯ บ้านเมืองก็คงแย่กว่านั้น เราไม่อยากเห็น หากย้อนเวลากลับไปได้แม้จะรู้ว่าถึงจะต้องมีผลถึงกับต้องติดคุกติดตะราง เราก็ต้องทำอยู่ดี ไม่มีอย่างอื่น ตอนนั้นไม่มีทางเลือกจริงๆ"

เมื่อถามถึงความมั่นใจในการสู้คดีในชั้นอุทธรณ์และฎีกา อดีตเลขาธิการ กปปส. กล่าวตอบว่า พวกผมเคารพในกระบวนการยุติธรรม ไม่เคยตีโพยตีพาย ไม่เคยตำหนิกระบวนการยุติธรรม แม้จะเห็นว่าคำพิพากษาจะค่อนข้างรุนแรงสำหรับเรา อย่างคดีของอดีตแกนนำ นปช.ตอนก่อเหตุช่วงปี 2552-2553 ก็ถูกดำเนินคดี แต่ว่าศาลก็พิพากษายกฟ้อง นปช.ไปหมด

...เราไม่ได้ฆ่าคนตาย เราไม่ได้เผาบ้านเผาเมือง เราไม่ได้ไปทำลายทรัพย์สินของเอกชน-ราชการ ก็ไม่คิดว่าเราจะต้องโดนโทษหนักขนาดนี้ แต่ว่าก็ไม่เป็นไร เป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม เรามีหน้าที่ในการหาหลักฐานมาพิสูจน์ตัวเอง เราไม่ได้เสียใจในเรื่องที่เราทำ เรื่องที่เราต่อสู้ เพราะว่าเราทำด้วยความบริสุทธิ์ใจแล้วก็ไม่ได้ทำเพื่อประโยชน์ของตัวเองหรือพรรคการเมือง

         -ได้ฟังสิ่งที่นายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรฯ ออกมาพูดถึงผลคำตัดสินในคดี กปปส.เมื่อไม่กี่วันมานี้หรือไม่?

      ผมก็ไม่ค่อยได้ดู แต่เมื่อไม่กี่วันมานี้ ก็มีคนมาเล่าให้ฟังว่า คุณสนธิพูดยังไง แต่ผมไม่ได้ฟังเอง

         -มีการพูดเรื่องนี้เป็นลักษณะเหมือนเสร็จนาฆ่าโคถึก เสร็จศึกฆ่าขุนพล?

      ผมคิดว่ามันคนละส่วนกัน พวกผมอดีต กปปส.ไม่ได้รับใช้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา  เราทำเพื่อประเทศชาติ เราทำเพื่อส่วนรวม ไม่ได้ทำเพื่อพลเอกประยุทธ์ แล้วผมก็ไม่คิดว่าพลเอกประยุทธ์จะสามารถไปก้าวล่วงถึงกระบวนการยุติธรรมได้

ผมคิดว่าที่มีคำพิพากษาของศาล ไม่ใช่ว่าพลเอกประยุทธ์สั่งให้ฆ่าเรา เอาเราเข้าคุกเสีย ผมไม่เชื่อจะเป็นแบบนั้น และศาลท่านก็มีความเป็นอิสระ เพราะเป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม เอาไปรวมกันไม่ได้ และว่ากันไปตามจริง พลเอกประยุทธ์ก็ไม่ได้มีเหตุผลอะไรที่จะมาฆ่าพวกผม หรือจับพวกผมไปขังคุกเสีย เพราะก็ไม่ได้โกรธแค้นอะไรกัน ผมไม่คิดว่าจะเป็นอย่างนั้น

                -แต่ดูเหมือนว่าพอ 3 ป.เข้ามาเล่นการเมือง ก็ถูกมองว่าผลักแกนนำกลุ่มต่างๆ ทั้งเสื้อเหลือง เสื้อแดง  กปปส.ให้ไปติดคุกให้หมด?

มันไม่ใช่อย่างนั้น คนที่ไปชุมนุมไปเดินขบวน ไม่ว่าจะเป็นเสื้อเหลือง เสื้อแดง หรือนกหวีดอย่างพวกผม เขาก็รู้อยู่แล้วว่าสิ่งที่ทำไป ยังไงก็ต้องถูกดำเนินคดี แล้วก็ไปสู้คดีกันในชั้นศาล พวกเสื้อแดงว่าไปแล้วติดคุกกันไม่กี่คน ถ้าเทียบกับพวกผม พวกผมติดมากกว่า คดีใหญ่ๆ ของพวกเขา ศาลก็พิพากษายกฟ้องหมด

-แต่พอผลคำตัดสินออกมา คนก็ยังรู้สึกไปว่าม็อบ กปปส.มีเส้น พอแกนนำ กปปส. 8 คนได้รับการปล่อยชั่วคราว คนก็ไปวิจารณ์ว่าเห็นไหมได้ประกันตัว?

ถ้ามีเส้นแล้วผมจะไปติดคุกได้ยังไง ไม่สนุกนะไปนอนในเรือนจำ มันไม่ใช่อย่างนั้น ผมก็คิดว่าศาลก็มีดุลยพินิจของศาล คือพูดจริงๆ อันนี้ไม่ได้แก้ตัว แต่ว่าพวกผมก่อนศาลจะอ่านคำตัดสินคดี พวก กปปส.ก็สงบเสงี่ยม ตั้งแต่เลิกชุมนุมปี 2557 ก็ไม่เคยไปแสดงพลังหรือไปกดดันอะไร  ก็ก้มหน้าก้มตาสู้คดี พอศาลตัดสินออกมาแล้วก็ไม่ออกมาโวยวาย ทำนองว่าศาลสองมาตรฐาน พวกผมไม่เคยไปพูดอะไร

-แต่อีกฝั่งก็ยังจะวิจารณ์อยู่ตลอดว่าสองมาตรฐาน?

ก็ให้เขาว่ากันไป ผมไม่ใช่คู่ต่อสู้ของฝั่งไหน แต่ผมต่อสู้เพื่อให้บ้านเมืองอยู่ในร่องในรอย อยู่ในกฎเกณฑ์ ในกติกา ผมก็คิดว่าศาลก็ใช้ดุลยพินิจตามพยานหลักฐานที่ปรากฏต่อศาล พวกผมแม้จะรู้สึกว่าที่ศาลพิพากษาลงโทษพวกเราหนักกว่าตอน นปช.เจอเยอะเลย ตอน นปช.ไปล้มการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่ชลบุรี ก็ติดคุกน้อยกว่าลูกหมี-ชุมพล จุลใส ที่เขาไม่ได้ไปทำอะไรที่รุนแรง แต่เราไม่ได้เอามาใส่ใจ เราก็ว่าในส่วนที่เราจะทำได้คือเอาพยานหลักฐานมาหักล้างกัน

-ฝ่ายผู้สนับสนุนการเคลื่อนไหวของม็อบปลดแอก บอกว่า การที่อดีตแกนนำ กปปส. 8 คนได้รับการประกันตัว แต่แกนนำกลุ่มม็อบปลดแอก 4 คนไม่ได้ประกัน และสัปดาห์หน้าที่อัยการนัดฟังคำสั่งคดี 18 แกนนำม็อบปลดแอกที่โดนคดี 112 ด้วย ก็มีการบอกกันว่าอาจไม่ได้รับการประกันตัว ไม่เหมือนฝ่าย กปปส.ที่ได้ประกัน?

ที่จริงการพูดลักษณะแบบนี้ไม่ค่อยยุติธรรม ก็มีความพยายามจงใจเจตนาจะสื่อออกมาให้คนเข้าใจผิด ซึ่งผมเองจำได้ว่าคนเหล่านี้ ก่อนหน้านี้เมื่อถูกดำเนินคดีแล้วส่งตัวไปฝากขัง ศาลก็ให้ประกันตัวตลอด โดยบางครั้งให้ประกันตัวโดยไม่เรียกหลักทรัพย์ด้วยซ้ำไป ส่วนพวกผมเรียกคนละ 8 แสนบาท แต่ว่าก็เกิดกรณีจับแล้วปล่อย จับแล้วปล่อย ตำรวจดำเนินคดีส่งไปขอฝากขัง ศาลก็ให้ประกันตัว  จนประชาชนบอกจับแล้วปล่อย ไม่ไหว แล้วคนพวกนี้พอได้รับการประกันตัวก็ไปขึ้นเวทีอีก ไปทำความผิดซ้ำเดิมๆ  อีก ผมคิดว่าศาลท่านก็ต้องใช้ดุลยพินิจเหมือนกันว่า หากปล่อยคนเหล่านี้ออกไป แล้วไปทำผิดซ้ำ ประชาชนส่วนใหญ่ที่เขาเคารพกฎหมาย เขาจะรู้สึกอย่างไร อันนี้ผมพูดไม่ได้มีอะไร เพราะศาลก็ตัดสินลงโทษผมเหมือนกัน แต่ผมพูดในฐานะคนไทย พูดแบบตรงไปตรงมา

การที่เอาไปอ้างว่าให้ประกันตัวพวกผม แต่ไม่ให้ประกันตัวพวกม็อบสามนิ้ว ตรงนี้มาเปรียบเทียบกันไม่ได้  พวกผมไม่เคยไปก้าวล่วงกระบวนการยุติธรรม ไม่เคยไปก่อเหตุอะไรที่เป็นความผิดซ้ำ พอหลังจากปี 2557 ผมไม่ได้เดินขบวนอะไรอีกเลย ไม่ได้ไปปลุกระดมอะไรอีกเลย  แต่ทางนั้นได้ประกันตัวไปหลายครั้ง แล้วก็ไปทำเหตุการณ์แบบเดิมอีก ศาลก็คงไม่อยากให้ทำอีก เขาก็ไม่มาพูดความจริง อย่าบิดเบือนกัน

-เรื่องการนิรโทษกรรมทางการเมือง จุดยืนของฝ่ายอดีต กปปส.เป็นอย่างไร?

ยังเหมือนเดิม คือไม่ควรมีการออกกฎหมายนิรโทษกรรมโดยเด็ดขาด แม้ว่าจะได้ประโยชน์กับตัวผม อย่างผมที่ศาลตัดสินจำคุก 5 ปี ส่วนน้องๆ ที่มาร่วมบางคนก็โดนตัดสินจำคุก 9 ปี แต่ก็ยังยืนยันว่าไม่เห็นด้วยกับการนิรโทษกรรม ให้ว่ากันไปตามกระบวนการยุติธรรม ศาลตัดสินอย่างไรก็ยอมรับ ติดคุกติดตะรางก็ต้องติด

            ...เพราะไม่เช่นนั้นลองคิดดู หากคนทำผิดแล้วไม่ถูกดำเนินคดี ทำผิดแล้วได้รับการนิรโทษกรรม ล้างความผิดให้ทุกเรื่อง ฉ้อโกง ทุจริตคอร์รัปชันก็ล้างผิดให้ เผาบ้านเผาเมืองก็ล้างผิดให้ ต่อไปบ้านเมืองก็ไม่มีทางสงบสุขได้  เราปล่อยให้เป็นแบบนั้นไม่ได้ ก็ขอยืนยันไว้ว่าไม่ควรมีการออกกฎหมายนิรโทษกรรมโดยเด็ดขาด

ม็อบสามนิ้วไม่ได้จะปฏิรูปสถาบันฯ  แต่ตั้งใจจะล้มสถาบันฯ

-ที่ผ่านมาการเคลื่อนไหวชุมนุมทางการเมือง ไม่เคยมีม็อบที่ออกมาเรียกร้องเรื่องปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ และให้ยกเลิกมาตรา 112 คิดว่าเป็นข้อเรียกร้องที่ล่อแหลมหรือไม่

                ไม่ได้ล่อแหลม เพราะสำหรับพวกผม ผมเห็นว่าสถาบันพระมหากษัตริย์ในประเทศไทย เรามีเอกลักษณ์เฉพาะของเราที่ไม่เหมือนประเทศไหน พระมหากษัตริย์ของประเทศไทยไม่เคยขัดแย้งกับประชาชน ไม่เหมือนกับในบางประเทศเช่นฝรั่งเศส ประชาชนในประเทศไทยกับพระมหากษัตริย์เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันมาตลอด

            เราต้องตั้งหลักกันให้ดี ที่มีการเรียกร้องให้ปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ ผมก็มองไม่ชัดว่าเขาเสนอแนวทางอย่างไร จะดีกว่าที่เป็นอยู่อย่างไร-ไม่เห็น ส่วนที่เคลื่อนไหวเรียกร้องให้ยกเลิกหรือแก้ไขมาตรา 112 ผมยังไม่ค่อยเห็นด้วยกับความคิดนี้ เพราะว่ามาตรา 112 เป็นกฎหมายเพื่อจะปกป้องประมุขของประเทศ เพราะจารีตการปกครองของประเทศไทย เราถือว่าพระมหากษัตริย์ อยู่ในสถานะซึ่งเป็นที่สักการะสูงสุด ไม่ให้ใครมาแตะต้อง  และท่านก็ไม่สามารถจะมาเป็นคู่กรณีในคดีความใดๆ ได้ ก็ต้องมีกฎหมายแบบนี้ปกป้องไว้ คนที่เป็นประธานาธิบดีประเทศต่างๆ ก็ยังมีกฎหมายปกป้อง หากบ้านเราจะมาแก้มาตรา 112 เพื่อให้คนมาด่าพระเจ้าแผ่นดินเราได้ แบบนี้คงไม่ใช่ ผมมองว่าถ้าทำแบบนี้จะกระทบความมั่นคงของประเทศ ผมคิดว่าที่มีการเอาเรื่องการยกเลิกหรือแก้ไขมาตรา 112 มาพูดกัน พวกเราก็ต้องศึกษาประวัติศาสตร์ ค้นหาตัวตนที่แท้จริงของประเทศไทย ลักษณะการเมืองการปกครองที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของเรา

"ผมไม่คิดว่าการพยายามจะทำเรื่องเหล่านี้ ที่พวกเขาแสดงเจตนากันชัดว่าเป้าหมายจริงๆ ไม่ได้จะปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ แต่จริงๆ ตั้งใจจะล้มสถาบันพระมหากษัตริย์ แบบนี้เราคงรับไม่ได้"

ข้อเรียกร้องปฏิรูปประเทศ ที่ กปปส.ต่อสู้มาไม่สูญเปล่า

เมื่อถามถึง 5 ข้อเรียกร้องหลักของ กปปส.ในเรื่องปฏิรูปประเทศก่อนการเลือกตั้ง ถึงตอนนี้ข้อเรียกร้องแต่ละเรื่องมองว่าคืบหน้าไปอย่างไรบ้างแล้ว สุเทพ-อดีตเลขาธิการ กปปส. ให้ความเห็นว่า ที่เกี่ยวกับเรื่องการปฏิรูปประเทศหลายอย่าง เห็นว่าได้มีการทำไปแล้ว เช่นการปฏิรูปการเมืองที่เป็นรูปธรรมชัดเจน เช่นป้องกันคนที่มีประวัติไม่ดี เป็นเจ้าของธุรกิจสีเทา ไม่ให้มาลงสมัครรับเลือกตั้งได้ มีบทบัญญัติที่ป้องกันการรวบอำนาจไว้กับกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเป็นการเฉพาะ แบบที่พรรคเพื่อไทยคุมทั้งบริหารและนิติบัญญัติ ซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เนื้อหาดีมาก เช่นมีการเปลี่ยนวิธีการในการคำนวณ ส.ส.แบบปาร์ตี้ลิสต์ใหม่ ไม่ทิ้งหลักที่ว่าทุกคะแนนเสียงที่ประชาชนลงคะแนนมีความหมาย ก็เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ดี ทางการเมืองเรียกว่าเป็นการปฏิรูปการเมืองก็ได้

ส่วนการปฏิรูปตำรวจ เขาก็พยายามทำกัน แม้จะเป็นงานที่ยาก โดยปัจจุบันรัฐสภาก็มีการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติฉบับใหม่ ที่เป็นการเปลี่ยนแปลงตามเสียงเรียกร้องของประชาชน ซึ่งแม้จะช้าแต่ก็เป็นไปตามที่ กปปส.เราเคยเรียกร้อง เป็นต้น แต่ก็ยังมีบางเรื่องที่ต้องใช้เวลา เช่น การปฏิรูปการศึกษา การปฏิรูปเพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคม ซึ่งมีข้อกฎหมายหลายอย่างต้องทำพร้อมกัน

-ข้อเรียกร้องปฏิรูปประเทศก่อนเลือกตั้ง 5 ข้อของ กปปส. มองว่าถึงตอนนี้ไม่เสียของ ไม่เสียแรงเปล่า?

ผมคิดว่าไม่เสียเปล่า เพราะว่าวันนี้ก็ไม่มีระบอบทักษิณมาครอบงำการเมืองในประเทศไทยแล้ว กฎหมายนิรโทษกรรมก็ไม่เกิดแล้ว วันนี้เราที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดจากผลคำตัดสินคดีที่ออกมา เราก็ไม่เรียกร้องการนิรโทษกรรม.

                                     

                   โดย วรพล กิตติรัตวรางกูร

                ปรัชญาชัย ดัชถุยาวัตร

-


วันนี้ "ไม่คุยโควิด" ถ้าจะคุยในประเด็นว่า มันจะจบกันเมื่อไหร่ ก็คงต้องคุยยาวต่อเนื่องไปถึงชาติหน้า ก็ยังไม่จบ เพราะมันจะไม่หายไปไหน มันจะอยู่กับมนุษย์โลกตลอดไป อยู่แบบเชื้อเอดส์ เชื้อไข้หวัดนก เชื้อซาร์ส เชื้อเมอร์ส เชื้ออหิวาต์ ประมาณนั้น

กลเกม 'ในศาล-ในถนน'
"โชคดี-โชคร้าย"ในโควิด
โควิด 'พาคิดไม่รู้จบ'
'มหาสงกรานต์' คืออะไร?
หมอ 'สงกรานต์' หมอ
"สัตว์เศรษฐกิจ" ตัวใหม่