3นิ้วเหิมเผาหน้าศาล ตะโกนเลิกม.112/ถ่อยทุบรถซ้อมตร.ชิงตัว‘โตโต้-การ์ดวีโว่’


เพิ่มเพื่อน    

  ม็อบ 3 นิ้วกลายพันธุ์ อ้างสันติวิธี ขนขยะไปทิ้งหน้าศาลอาญา ก่อนจุดไฟเอา เหิมเกริม บางส่วนเผาพระบรมฉายาลักษณ์ซ้ำ พร้อมตะโกนยกเลิก ม.112 ปล่อยแกนนำในคุก ขณะที่ "โตโต้" พร้อมพวกนับสิบถูก ตร.รวบคาห้างเมเจอร์รัชโยธิน ก่อนการ์ด 3 นิ้วพามวลชนไล่ตามรถขนผู้ต้องขัง ถ่อยสถุล! ทุบทำลายซ้อมตำรวจแล้วชิงตัวผู้ต้องหา

    เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2564 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีมีการจับกุมชายที่พกพาระเบิดไปป์บอมบ์ได้ที่สี่แยกปทุมวัน ก่อนการชุมนุมหลายจุดในพื้นที่กรุงเทพฯ ของกลุ่มผู้ชุมนุม “กลุ่มประชาชนสร้างตัว” หรือม็อบ REDEM  กลุ่มเดินทะลุฟ้าคืนอํานาจประชาชน ซึ่งนำโดยนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน และเครือข่าย ว่าเป็นการจับกุมที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมตามปกติ ไม่ได้ไปตรวจเกี่ยวกับการชุมนุม โดยชายคนดังกล่าวแสดงอาการพิรุธว่าพกพาอุปกรณ์ที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เมื่อตรวจเจอเข้าก็ไม่รู้ว่าคนนี้สติดีหรือไม่ดี ยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับการชุมนุม
    ผู้สื่อข่าวถามถึงการชุมนุมดาวกระจาย รองนายกฯ ตอบว่า ถ้าเขาจะเคลื่อนแล้วตนจะทำอย่างไร เราก็มีหน้าที่ป้องกันประชาชนให้ปลอดภัย
    ถามว่ากังวลว่าจะเกิดความรุนแรงหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่รุนแรง ตำรวจเขาจะทำอะไรได้ มีแต่ถูกกระทำอย่างเดียว ส่วนมาตรการดูแลความปลอดภัยก็ทำทุกวันอยู่แล้ว ซึ่งการดูแลความปลอดภัยก็ต้องดูแลทุกคนในประเทศไทย
    "ผมเองไม่อยากให้มีการชุมนุมเกิดขึ้น มีอะไรขอให้มาพูดจากันอยากได้อะไรก็มาว่ากัน รัฐทำอะไรไม่ถูกก็มาว่ากัน เราทำทุกอย่างตามกฎหมาย ไม่มีละเมิดข้อกฎหมาย และสาวๆ ทุกคนก็ต้องอยู่ใต้กฎหมายทั้งนั้น" พล.อ.ประวิตรกล่าว
    ด้ายนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า เปิดห้องสนทนาในแอปพลิเคชันคลับเฮาส์ (Clubhouse) และกล่าวตอนหนึ่งให้มีเมตตาและให้อภัยต่อกันกับนายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ หรือ “แอมมี่ เดอะ บอตทอมบลูส์” และการใช้กฎหมายปิดปาก เอาไปขังคุก ไม่ได้ทำให้ผู้ชุมนุมกลับมาเปลี่ยนความคิดที่มีต่อสถาบันกษัตริย์ได้ โดยระบุว่าการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการกับนายไชยอมรนั้น เป็นการทำตามกระบวนการทางกฎหมาย ไม่มีใครใช้กฎหมายปิดปากใคร แต่เป็นเพราะว่าผู้ชุมนุมนั้นได้ทำผิดกฎหมาย ก็ต้องยอมรับผิด ถ้าคิดเช่นนั้นบ้านเมืองก็ไม่ต้องมีกฎหมายมาบังคับใช้ ใครอยากทำผิดอะไรก็ทำได้ตามอำเภอใจ ถ้าไม่บังคับยึดหลักกฎหมายบ้านเมือง ก็ต้องไล่นายปิยบุตรและพวกไปอยู่ในป่าในถ้ำดีกว่าไหม
    เขากล่าวว่า ไม่ใช่ว่าผู้ชุมนุมทำผิดกฎหมายแล้วนายปิยบุตร จะมาขอความเห็นใจ หรือขอให้อภัยกันได้ เพราะบ้านเมืองมีกฎหมายบังคับใช้ ที่ทุกคนในประเทศต้องปฏิบัติตาม ซึ่งคนส่วนใหญ่ทำได้ แต่เหตุใดกลุ่มผู้ชุมนุมถึงปฏิบัติตามกฎหมายไม่ได้ หรือเป็นเพราะมีความคิดต่ำทราม คิดแต่เรื่องเลวๆ ชั่วๆ ตลอดเวลา กฎหมายจึงมีไว้บังคับใช้กับคนเลวคนชั่วประเภทนี้
    ส่วนกรณีนายไชยอมรเผาพระบรมฉายาลักษณ์ ตนเองยืนยันว่าเป็นเรื่องที่กระทบจิตใจกับคนไทยเป็นอย่างมาก และไม่ควรให้อภัย คนไทยที่จงรักภักดีต่างสาปแช่งให้ถูกลงโทษอย่างหนัก ทั้งนี้ตนเองยังไม่เข้าใจว่าเหตุใดกลุ่มผู้ชุมนุมถึงจ้องแต่จะทำลาย ดูหมิ่น จาบจ้วง ก้าวล่วงสถาบันไม่หยุด ทั้งที่สถาบันถือเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทยมาช้านาน เพราะเหตุนี้จึงไม่มีใครที่จะรับได้กับพฤติกรรมของนายไชยอมร หรือแม้แต่ผู้ชุมนุมอย่างแน่นอน
ตอนทำไม่คิดให้ดีก่อน
    "ตอนลงมือทำไม่คิดไตร่ตรองให้ดีเสียก่อนว่าเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมายหรือไม่ แต่พอถูกดำเนินคดีกลับมาขอความเห็นใจ ทางที่ดีหากไม่ต้องการให้มีการดำเนินคดีกับผู้ชุมนุม คุณปิยบุตรก็ควรที่จะบอกกับผู้ชุมนุมให้กลับตัวกลับใจ เลิกเคลื่อนไหวดูหมิ่น จาบจ้วง ก้าวล่วงสถาบันจะดีกว่า แต่คงเป็นไปไม่ได้ เพราะคนไทยที่รักสถาบันรู้ดีว่านายปิยบุตรคือแกนนำคนสำคัญของกลุ่มคนพวกนี้"
    นายสุภรณ์มั่นใจว่า หากผู้ชุมนุมยังมีพฤติกรรมแบบนี้ จะทำให้เกิดความไม่พอใจจากประชาชนส่วนใหญ่ทั้งประเทศ ที่กำลังต้องการให้คนกลุ่มนี้ถูกดำเนินคดีไปอยู่ในห้องคุกห้องขังให้หมด หรือขับไล่ออกนอกประเทศไปอยู่ที่อื่น ไม่ต้องอาศัยอยู่บนผืนแผ่นดินไทยอีกต่อไป ประชาชนที่ปกป้องสถาบันจะไม่มีวันยอมให้คนประเภทนายปิยบุตรและพวกมาก้าวล่วงจาบจ้วงสถาบัน และจะไม่มีวันให้ใครมาทำลายสถาบันกษัตริย์อย่างเด็ดขาด ทุกคนพร้อมพลีชีพเพื่อปกป้องสถาบัน
    ส่วนนายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการชุมนุมของกลุ่มรีเดม (redem) ที่จะเดินทางมาชุมนุมที่หน้าศาลอาญาว่า อยากเตือนน้องๆ ด้วยความหวังดี ขอให้ระวังการละเมิดอำนาจศาล ขอให้ชุมนุมอย่างสงบสันติ ไม่ใช้ความรุนแรงเหมือนครั้งก่อน และการเคลื่อนไหวชุมนุมกดดันให้ศาลปล่อยตัว 4 แกนนำคณะราษฎรนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เพราะ 4 แกนนำกระทำผิดกฎหมายอย่างชัดเจน ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย ทุกคนเสมอภาค เท่าเทียม นอกจากนั้นต้องระวังการปราศรัยต่างๆ อาจเข้าข่ายละเมิดอำนาจศาลได้
         อย่างไรก็ตาม การชุมนุมควรมีแกนนำ ไม่เช่นนั้นจะควบคุมไม่อยู่ สถานการณ์อาจจะบานปลายได้ รวมไปถึงการชุมนุมอีกหลายจุดก็ควรจะชุมนุมอย่างสงบ เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ทำงานด้วยความระวัง ใช้ความอดทนอดกลั้นเพื่อควบคุมสถานการณ์ต่างๆ
    นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการรัฐบาลเล่าเรื่อง โดยนารีสโมสร ทางเพจไทยคู่ฟ้า ถึงการชุมนุมทางการเมืองว่า รัฐบาลไม่ได้ปิดกั้นเสรีภาพในการแสดงออก ตราบใดที่การชุมนุมดำเนินการด้วยความสงบ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในระบอบประชาธิปไตย แต่ทั้งนี้การใช้สิทธิและเสรีภาพต้องดำเนินการภายใต้กฎหมาย และต้องเคารพสิทธิเสรีภาพของผู้อื่นด้วย เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของประเทศ
    นายอนุชากล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้สั่งการให้ตำรวจใช้ความอดทนในการดูแลผู้ชุมนุมให้เป็นไปอย่างสงบเรียบร้อย ให้ใช้ความระมัดระวังอย่างที่สุดในการหลีกเลี่ยงที่จะใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ เพื่อรักษาความปลอดภัยของผู้ชุมนุม ตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจเอง และประชาชนที่สัญจรโดยรอบบริเวณที่มีการชุมนุม ส่วนการดำเนินคดีกับผู้ชุมนุมบางรายเป็นไปตามกฎหมาย และเป็นไปตามพฤติกรรมของผู้ถูกกล่าวหาที่ละเมิดกฎหมาย โดยไม่ได้เลือกปฏิบัติแต่อย่างใด และขอให้ประชาชนระมัดระวังเรื่องการชุมนุม และหลีกเลี่ยงหากไม่จำเป็น เนื่องจากอยู่ในช่วง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน
    ขณะที่้ พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่า จากการข่าวเบื้องต้นมีการนัดหมายชุมนุมจากผู้ชุมนุมเครือข่ายม็อบราษฎร 5 กลุ่ม กลุ่มแรกเป็นกลุ่มแนวร่วมแดงก้าวหน้า นัดรวมตัวที่เทสโก้โลตัส รังสิต และเคลื่อนขบวนมาที่กรมทหารราบ 11, กลุ่มอาชีวะพิทักษ์ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นัดรวมตัวที่กรมทหารราบที่ 11, กลุ่ม REDEM (รีเดม) นัดรวมตัวที่ห้าแยกลาดพร้าว เดินทางไปยังศาลอาญา ถนนรัชดาฯ, กลุ่มอาชีวะป้องกันสถาบัน นัดรวมตัวที่แยกปทุมวัน, กลุ่มอาชีวะไม่เอาเผด็จการ นัดรวมตัวที่หน้ากรมทหารราบที่ 1
ม็อบ28ก.พ.โดนไป158คดี
    ตำรวจฝากแจ้งเตือนผู้ชุมนุมว่า ขณะนี้กรุงเทพฯ ยังประกาศเป็นพื้นที่ห้ามชุมนุม ซึ่งหากมีการชุมนุมจะมีความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และ พ.ร.บ.โรคติดต่อ ไม่ว่าจะเป็นผู้โพสต์ ตัวแกนนำ ผู้มีส่วนจัดการชุมนุม และผู้เข้าร่วมการชุมนุม ต่างมีความผิดตามกฎหมายทุกคน โดยไม่สามารถเลี่ยงได้
    ส่วนผู้ชุมนุมบอกว่าจะมีการค้างแรมในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พล.ต.ต.ปิยะระบุว่า พื้นที่มหาวิทยาลัยเป็นพื้นที่ราชการ มีผู้ดูแลชัดเจน หากมหาวิทยาลัยอนุญาตหรือไม่อนุญาตก็ขึ้นอยู่กับมาตรการของมหาวิทยาลัย ส่วนวันนี้จะมีความรุนแรงหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับกลุ่มผู้ชุมนุม เพราะที่ผ่านมาผู้ชุมนุมเป็นผู้เริ่มก่อน ตลอดทั้งบุกรุกสถานที่ราชการ ทำลายรื้อถอนสิ่งกีดขวางป้องกันเหตุร้ายต่างๆ ยืนยันตำรวจทำเพื่อป้องกันส่วนรวม หากพบมีการละเมิดกฎหมายก็ดำเนินการควบคุมจับกุมได้ทันที
    พล.ต.ต.ปิยะเผยว่า ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ตำรวจได้ดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ชุมนุมที่กรมทหารราบ 1 รักษาพระองค์ เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 จำนวน 22 ราย และยังมีคดีอื่นๆ อีกมาก ซึ่งการชุมนุมทุกครั้งที่ผ่านมา ตำรวจได้ดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องไปแล้วจำนวน 158 คดี ส่งสำนวนให้อัยการแล้ว 116 คดี และอยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวน 40 คดี
    พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ระบุถึงการจัดการจราจร โดยคาดว่ามีจะการชุมนุมใน 4 จุด โดยตำรวจเตรียมแผนรองรับเพื่อให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุดแล้ว ซึ่งตำรวจจะไม่ทำการปิดการจราจร ยกเว้นผู้ชุมนุมจะปิดการจราจรเอง ตำรวจจึงจะเข้าไปปรับเปลี่ยนเส้นทางการจราจรตามแผนที่เตรียมไว้ ทั้งนี้ การปรับเส้นทางขึ้นอยู่กับผู้ชุมนุมว่าจะลงไปปิดถนนเมื่อใด
    เวลา 13.00 น. ที่หน้าห้างเซ็นทรัลเวิลด์ กลุ่มอาชีวะปกป้องสถาบัน และแนวร่วมสหพันธ์คนไทยปกป้องสถาบัน จัดการชุมนุมเพื่อแสดงพลังปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยเชิญชวนให้ประชาชนที่ไม่เห็นด้วยเข้าร่วมชุมนุม ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน. ปทุมวัน มาขอความร่วมมือไม่ให้มวลชนลงบนพื้นผิวถนน และจัดกิจกรรมบริเวณทางเท้าหน้าห้างเซ็นทรัลเวิลด์ ด้านผู้จัดยืนยันกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าจะจัดกิจกรรมถึง 19.00 น. และจะพยายามไม่ให้มวลชนเข้าไปในพื้นที่ของห้างสรรพสินค้า จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อกฎหมายและวางกำลังในพื้นที่โดยรอบ
    จนกระทั่ง 14.30 น. นายฐากูร นวลแก้ว โฆษกกลุ่มอาชีวะปกป้องสถาบัน เป็นตัวแทนอ่านแถลงการณ์ว่า พวกเรากลุ่มภาคีเครือข่ายปกป้องสถาบัน ประกอบไปด้วย กลุ่มอาชีวะปกป้องสถาบัน,กลุ่มนักรบองค์ดำสองคาบสมุทร, กลุ่มนักรบศรีวิชัยสองคาบสมุทร, กลุ่มนักรบอิสระ, กลุ่มกุหลาบพิทักษ์ราชัน, กลุ่ม ศอปส.,กลุ่ม ศปปส., กลุ่มอนุชนคนรักสถาบัน มีมติเห็นพ้องต้องกันที่จะต้องแสดงออกเพื่อเป็นการปกป้อง และแสดงจุดยืนร่วมกับพลังเงียบของคนไทยทั่วประเทศ เราจึงขอเชิญชวนพี่น้องคนไทย ที่อยู่อย่างจงรัก ตายอย่างภักดี ออกมาร่วมแสดงพลังให้ผู้ที่คิดร้ายต่อองค์พระมหากษัตริย์และราชวงศ์ โดยเฉพาะผู้ที่อยู่เบื้องหลัง ขอจงหยุดการกระทำทั้งหมดทันที เราจะไม่ยอมให้ผู้ที่ไม่หวังดีกระทำการล้มล้างดั่งที่ผ่านมาได้อีกต่อไป
    “เราจึงขอประกาศว่า มันผู้ใดที่บังอาจจาบจ้วง ดูหมิ่นและคิดร้ายต่อสถาบันและราชวงศ์ แบ่งแยกประเทศ คิดที่จะเปลี่ยนธงไตรรงค์ เราขอเป็นตัวแทนร่วมกับพลังเงียบทั่วประเทศ ร่วมกันต่อต้านและขัดขวางทุกการกระทำ” ตัวแทนของกลุ่มผู้ชุมนุมระบุ
ป้อมกันเข้ม"ราบ 11"
    สำหรับพื้นที่บริเวณโดยรอบ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้วางมาตรการรักษาความปลอดภัยบริเวณพื้นที่สถานีรถไฟฟ้า และได้มีการนำสุนัขมาดมกลิ่นพิสูจน์บุคคลหรือวัตถุต้องสงสัย เนื่องจากก่อนหน้านี้ได้มีการจับกุมบุคคลขนไปป์บอมบ์และอยู่ระหว่างสอบสวน
    ส่วนบรรยากาศที่บริเวณหน้ากรมทหารราบที่ 11 หลังถูกขู่ว่าจะมีม็อบมาชุมนุมนั้น เจ้าหน้าที่ช่วยกันนำลวดหนามหีบเพลงขึ้นวางบนแนวกำแพงรั้ว เพื่อเป็นการเสริมแนวป้องกันและดูแลความปลอดภัย รวมถึงแนวกำแพงจากด้านนอกของพื้นที่กรมทหารราบที่ 11 ก็พบว่ามีการเสริมลวดหนามตามแนวกำแพง ตั้งแต่กำแพงช่วงแยกบางบัว มาจนถึงสุดกำแพงช่วงรถไฟฟ้าบีทีเอสสถานีกรมทหารราบที่ 11 ระยะทางยาวกว่า 1 กิโลเมตรด้วย รวมทั้งยังพบเห็นตู้คอนเทนเนอร์จำนวนกว่า 10 ตู้ ถูกวางอยู่บริเวณโดยรอบของกรมทหารราบที่ 11 รวมไปถึงยังมีตู้คอนเทนเนอร์บางส่วนอยู่ด้านในกรมด้วย
         ส่วนบนถนนพหลโยธิน พบว่ามีตู้คอนเทนเนอร์วางเรียงรายอยู่เป็นระยะๆ เพื่อเตรียมความพร้อมที่อาจจะปิดถนนพหลโยธินขาเข้า ตั้งแต่วงเวียนบางเขน หน้าสำนักงานเขตบางเขน และพื้นที่ใกล้เคียงกรมทหารราบที่ 11 ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญ เพื่อสกัดกลุ่มผู้ชุมนุมที่จะเดินขบวนมาชุมนุมในวันนี้ แต่ยังไม่มีการนำมาวางไว้บนถนนแต่อย่างใด ทั้งนี้ เบื้องต้นพบรถฉีดน้ำจำนวน 2 คัน และรถควบคุมฝูงจำนวนหนึ่งบริเวณหน้าสถานีดับเพลิงบางเขน และ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจสแตนด์บายอยู่ภายในวัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน ขณะเดียวกันยังพบเห็นกล้องวงจรปิดที่ติดเพิ่มเติมเข้ามาอีก 8 จุดด้วย เพื่อให้ครอบคลุมในการเฝ้าระวังความปลอดภัย
         ขณะเดียวกัน กลุ่มชาวบ้านชุมชนบางบัวรวมตัวเดินเท้ามาตามฟุตปาธผ่านหน้ากรมทหารราบที่ 11 พร้อมถือป้ายผ้าคัดค้านการชุมนุม
    ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 1 ลงพื้นที่ห้างสรรพสินค้าเทสโก้ โลตัส รังสิต ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ภายหลังกลุ่มแดงก้าวหน้า 63 และคณะ DM คนแดง 20 จังหวัดภาคอีสานภาคี 4 ภาค นัดรวมตัวกว่า 50 คน ทำจัดกิจกรรมเดินขบวนแรลลี่ขับไล่เผด็จการ จากห้างสรรพสินค้าเทสโก้โลตัส รังสิต ไปกรมทหารราบที่ 11 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ โดยเริ่มตั้งแต่เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป
       ส่วนบรรยากาศที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ฝ่ายรักษาความปลอดภัยบริเวณศาลอาญาได้มีการกางลวดหนามหีบเพลงบริเวณริมรั้วทางเข้า-ออก พร้อมกับมีการกางตาข่ายสแลนสีฟ้าเพื่อป้องกันการขว้างปาสิ่งของของกลุ่มผู้ชุมนุม “กลุ่มประชาชนสร้างตัว” หรือม็อบ REDEM ซึ่งมีการนัดรวมตัวกันบริเวณห้าแยกลาดพร้าวในเวลา 14.00 น.ของวันนี้ เพื่อเดินทางมายังศาลอาญา    นอกจากนี้ยังได้ประเมินสถานการณ์หากมีการขว้างปาสิ่งของ เช่น ขยะ ไข่ โดยการซักซ้อมของพนักงานทำความสะอาดไว้ด้วย
         ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจะมีการเคลียร์พื้นที่ ขอให้นำรถที่จอดบริเวณลานจอดรถหน้าศาลอาญาไปจอดบริเวณอื่น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหาย
    ไมค์ ภาณุพงศ์ จาดนอก เผยว่า กิจกรรมของเราคือการเดินโดยสันติวิธี จัดขึ้นเพื่อเรียกร้อง 4 ข้อ ปล่อยเพื่อนเราที่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ และให้นายกฯ ลาออกจากการบริหารประเทศ โดยทางเราจะไม่มีการเดินไปรวมกับกลุ่มใดทั้งสิ้น เพราะมีจุดมุ่งหมายอย่างชัดเจน
สันติวิธีคือชัยชนะ??
        ในส่วนกิจกรรมที่แยกเกษตรฯ จะเป็นการพูดคุยกับพี่น้องประชาชนเรื่องการบริหารประเทศของรัฐบาลชุดนี้ ซึ่งการชุมนุมมีการขออนุญาตแล้ว เจ้าหน้าที่มีหน้าที่ในการดูแลการชุมนุม และไม่ขัดต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชน
    ขณะที่เพจเฟซบุ๊กแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม - United Front of Thammasat and Demonstration โพสต์ข้อความระบุว่า... สันติวิธีคือชัยชนะ?? หลายคนเชื่อว่าความรุนแรงนั้นเป็นสิ่งที่กระชับและนำไปสู่เป้าหมายที่รวดเร็ว แต่ในทางคู่ขนาน การใช้ความรุนแรงจะลดความชอบธรรมของขบวนการ และเปิดช่องให้ภาครัฐ ‘อ้าง’ ความชอบธรรมในการใช้ความรุนแรง นอกจากนี้ การใช้ความรุนแรงยังส่งผลบั่นทอนแนวร่วม และยากแก่การโน้มน้าวชักจูงผู้คนให้หันมาเห็นด้วยกับข้อเรียกร้องของขบวนการเคลื่อนไหว สันติวิธีเป็นบ่อเกิดของความชอบธรรมของขบวนการเคลื่อนไหว และสามารถลดเหตุในการสร้างของภาครัฐเพื่อยกระดับความรุนแรง
         หากฝ่ายตรงข้ามใช้ความรุนแรงกับเรา เราควรทำอย่างไร สันติวิธี “มิใช่เพียงแค่การนิ่งเฉยและให้รัฐมากระทำความรุนแรงต่อเราฝ่ายเดียว” ผู้คนที่เป็นส่วนหนึ่งในการเคลื่อนไหวสามารถลดประสิทธิภาพของการปราบปรามให้น้อยลงได้ และสามารถทำให้การปราบปรามนั้นย้อนกลับไปทำลายผู้กดขี่ได้
     นายปิยรัฐ จงเทพ หรือโตโต้ หัวหน้าการ์ดวีโว่ โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กว่า วันที่ 6 มีนาคม มีงานใหญ่ ที่ผมทราบข่าวพร้อมๆ กับพี่น้องคือ การนัดหมายที่ห้าแยกลาดพร้าวในเวลา 17.00 น. ก่อนจะเดินขบวนไปหน้าศาลอาญา รัชดาฯ ซึ่งเป็นระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร
    ผมคงต้องแจ้งพี่น้องประชาชนว่าผมจะไม่ได้ไปร่วมกับพี่น้องประชาชนเดินขบวนเหมือนครั้งก่อน เนื่องจากผมมีงานที่ต้องทำติดค้างอยู่ให้สำเร็จ ดังนั้นผมขอเป็นกำลังใจให้ทุกๆ คนที่ได้ร่วมกันแสดงพลังในครั้งนี้ เราต้องเป็นกำลังให้กันและกัน ไม่ว่าจะในสถานะใด จนกว่าจะถึงชัยชนะ
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังนายปิยรัฐโพสต์ข้อความ ได้ถูกโจมตีอย่างหนักว่าหนีเพราะกลัว หลังแกนนำหลายคนถูกจับติดคุก จนเขาต้องโพสต์ชี้แจงอีกครั้งว่า "ที่ผมบอกผมติดธุระ เพราะผมกำลังตามหาขยะชิ้นใหญ่ๆ ไปร่วมกิจกรรมอยู่ ก็เขาบอกว่าต้องเตรียมขยะไปด้วย ผมก็เลยไม่ได้ไปเดินด้วย เพราะแบกขยะไปเดินด้วยไม่ไหว ขยะผมชิ้นใหญ่ ขอเวลาไปหาขยะแถวเขตพระราชฐานสักครู่"
    อย่างไรก็ตาม เวลาประมาณ 18.00 น.  “โตโต้ ปิยรัฐ”  ไลฟ์เหตุการณ์ที่ตนเองและเพื่อนรวม 4 คน ถูกเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบค้นตัวและควบคุมตัวที่ลานจอดรถเมเจอร์รัชโยธิน โดยยังไม่ทราบว่าจะถูกพาตัวไปที่ใด พร้อมระบุว่าไม่มีการแสดงหมาย และยังไม่ได้ทำอะไรผิด เพียงมารับประทานอาหารกลางวันเท่านั้น
    จากนั้นเวลาประมาณ 19.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การ์ดวีโว่หลายสิบคนได้ถูกจับกุมขึ้นรถควบคุมรวม 3 คัน ออกมาจากห้างดังกล่าว โดยมวลชนพยายามสกัดรถคุมตัวผู้ต้องหา จนรถต้องฝ่าแนวกั้นออกไป ขณะที่สมาชิกวีโว่ที่ถูกจับกุมยังมีการไลฟ์สดตลอดทาง และมีกลุ่มมวลชนขี่รถมอเตอร์ไซค์ตาม พร้อมมีการเขวี้ยงวัตถุไปที่บริเวณห้องโดยสารส่วนของคนขับ อย่างไรก็ตาม เพจศูนย์ทนายความฯ ได้แจ้งความเคลื่อนไหวว่า โตโต้ถูกควบคุมตัวแยกเดี่ยวไปไว้ที่ บก.ตชด.ภาค 1 แล้ว
    อย่างไรก็ตาม กลายเป็นว่าเกิดการชิงตัวผู้ต้องหาเกิดขึ้น โดยมวลชนและการ์ดวีโว่ขับรถไล่รถคุมตัวผู้ต้องหาไปจนถึงไฟแดงย่านรัชโยธิน อาศัยช่วงรถติดไฟแดงเข้าทุบทำลายรถคุมตัวผู้ต้องหา พร้อมเปิดประตูให้กลุ่มการ์ดวีโว่ทั้งหมดหนีออกมา ขณะที่พนักงานขับรถคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คันถูกมวลชนซ้อมจนต้องวิ่งหนีเอาชีวิตรอด
    ร.ต.ต.ประยูร โคลนกระโทก รอง สว.จร.สน.ท่าเรือ ผู้ขับรถควบคุมผู้ต้องหา สน.ทางเรือ เผยว่า กลุ่มการ์ดทุบกระจกแล้วดึงกุญแจไป ทำให้ไม่สามารถเคลื่อนย้ายรถได้
    ทั้งนี้ ร.ต.ต.ประยูรได้รับบาดเจ็บบริเวณศีรษะ และทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นใน สน.พหลโยธิน
    เวลา 16.55 น. กลุ่ม ‘เดินทะลุฟ้า’ ซึ่งเดินเท้าจากนครราชสีมา นำโดยนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน เดินทางถึงมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และแวะเข้าพักภายใน ก่อนเดินทางต่อวันรุ่งขึ้นเพื่อเรียกร้องปฏิรูปสถาบัน โดยกลุ่มนี้ไม่ได้เดินทางไปศาลอาญา
    อีกด้านหนึ่งคือห้าแยกลาดพร้าว เวลา 17.00 น. มวลชนกลุ่ม REDEM เริ่มทยอยเดินทางมาร่วมชุมนุม ก่อนเคลื่อนขบวนในเวลา 18.00 น. เพื่อมุ่งหน้าสู่ศาลอาญา รัชดาฯ เชิญชวนให้ทุกคนขนขยะไปกองให้เป็นภูเขา เรียกร้องสังคมแห่งความยุติธรรมและประชาธิปไตยที่คนเท่ากัน โดยระบุว่าผู้ชุมนุมเลือกยุติการชุมนุมในเวลา 21.00 น.
ม็อบเผาขยะหน้าศาล
    กระทั่งเวลาประมาณ 18.30 น. กลุ่มผู้ชุมนุมเดินทางมาถึงท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยในบริเวณศาลขั้นสูง ซึ่งมีตำรวจควบคุมฝูงชนอยู่ภายใน พร้อมรถฉีดน้ำ มีสแลนป้องกันพร้อมแนวรั้วลวดหนามตลอดแนว โดยเมื่อมาถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงเกี่ยวกับการชุมนุมฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และความผิดหากมีการบุกเข้ามาในบริเวณศาล ท่ามกลางเสียงโห่ตอบโต้จากผู้ชุมนุม
    จากนั้นผู้ชุมนุมได้ทำกิจกรรมต่างๆ อาทิ การนำป้ายเขียนว่า "ในปรมาภิไธยประชาชน ศาลประชาชน" ซึ่งมีข้อเรียกร้องสรุปได้ว่า ขอให้ศาลหยุดเป็นเครื่องมือรับใช้ศักดินา พร้อมทั้งปล่อยตัวแกนนำและผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องในคดีที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวเรียกร้องทางการเมืองทั้งหมด ขอเรียกร้องให้หน่วยงานผู้เกี่ยวข้องกับความยุติธรรมคำนึงถึงเกียรติ ศักดิ์ศรี ซึ่งจะมีได้ก็ต่อเมื่อปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตต่อประชาชนเท่านั้น
    ขณะที่ส่วนหนึ่งได้นำขยะมาทิ้งหน้าป้ายและประตูศาลตามที่นัดกันไว้ โดยจุดหนึ่งได้มีการจุดไฟเผาขยะ ทำให้ควันกระทบไฟบริเวณป้าย ก่อนจะมีการประสานกันให้ดับไฟ หวั่นจะเกิดระเบิดขึ้น และผู้ชุมนุมจำนวนหนึ่งได้นำพระบรมฉายาลักษณ์มาเผา สำหรับผู้ชุมนุมส่วนใหญ่ได้นั่งบริเวณหน้าศาล ถือป้ายข้อเรียกร้องและตะโกนเรียกร้องให้ปล่อยเพื่อนเราอย่างต่อเนื่องโดยไม่มีการปราศรัย.

 


วันนี้ "ไม่คุยโควิด" ถ้าจะคุยในประเด็นว่า มันจะจบกันเมื่อไหร่ ก็คงต้องคุยยาวต่อเนื่องไปถึงชาติหน้า ก็ยังไม่จบ เพราะมันจะไม่หายไปไหน มันจะอยู่กับมนุษย์โลกตลอดไป อยู่แบบเชื้อเอดส์ เชื้อไข้หวัดนก เชื้อซาร์ส เชื้อเมอร์ส เชื้ออหิวาต์ ประมาณนั้น

กลเกม 'ในศาล-ในถนน'
"โชคดี-โชคร้าย"ในโควิด
โควิด 'พาคิดไม่รู้จบ'
'มหาสงกรานต์' คืออะไร?
หมอ 'สงกรานต์' หมอ
"สัตว์เศรษฐกิจ" ตัวใหม่