อนุสรณ์ชี้เมียนมาเข้าสู่ภาวะรัฐล้มเหลวส่อคลื่นอพยพลี้ภัยซ้ำรอยซีเรีย


เพิ่มเพื่อน    

7 มี.ค.64- นายอนุสรณ์ ธรรมใจ อดีตกรรมการสภาวิจัยแห่งชาติ สาขาเศรษฐศาสตร์ และ อดีตรองอธิการบดีฝ่ายวิจัยฯ ม. รังสิต กล่าวถึง สถานการณ์ในพม่าหรือเมียนมาว่าได้เข้าสู่ภาวะรัฐล้มเหลวแล้วอันมีสาเหตุมาจากการเข้ายึดอำนาจรัฐประหาร ไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง และใช้ความรุนแรงและสังหารประชาชนด้วยกระสุนจริงและหน่วยลอบสังหารสไนเปอร์ การกระทำอย่างโหดร้ายไร้มนุษยธรรมอย่างสิ้นเชิงต่อประชาชนผู้เรียกร้องประชาธิปไตยทำให้ผู้นำกองทัพพม่า คือ ฆาตกรในเครื่องแบบ ทำลายเกียรติภูมิของกองทัพอย่างสิ้นเชิงด้วยการละเมิดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ ละเมิดหลักมนุษยธรรมและหลักมนุษยธรรมพื้นฐาน กองทัพได้กลายเป็นกลไกและเครื่องจักรสังหารประชาชนผู้รักประชาธิปไตยและคนหนุ่มสาวชาวพม่าที่ต่อสู้เพื่ออนาคตของตัวเองและประเทศ จะมีตำรวจทหารจำนวนไม่น้อยที่จะเป็นกบฎต่อคำสั่งอันชั่วร้ายและไม่ชอบธรรมเพื่อรักษาอำนาจและผลประโยชน์ของระบอบรัฐประหารเผด็จการ 

นายอนุสรณ์ ระบุว่า ประเทศเมียนมาหลังการรัฐประหารเมื่อ 1 ก.พ. 64 สถานการณ์ค่อยๆพัฒนาสู่การเป็นรัฐล้มเหลวหรือ Failed states มากขึ้นตามลำดับ หากวัดโดย Failed States Index หรือ ตัวชี้วัดความมีเสถียรภาพของรัฐ จะให้ได้ว่า ได้เข้าสู่ภาวะรัฐล้มเหลวและเตรียมล่มสลายและล้มละลายทางเศรษฐกิจแล้ว ไม่ว่าจะเป็น ดัชนีการละเมิดสิทธิมนุษยชนและมนุษยชนธรรมอย่างแพร่หลาย ดัชนีความไม่แน่นอนและความล้มละลายทางเศรษฐกิจ อาจเข้าอัตราเงินเฟ้อสูงรุนแรงและขาดแคลนปัจจัยสี่ในอนาคต ดัชนีความถดถอยทางเศรษฐกิจ ดัชนีการไหลออกของทุนมนุษย์และการย้ายถิ่นฐานของประชากร ดัชนีปกครองของรัฐที่ไร้ความเป็นธรรมและความไม่มีนิติรัฐนิติธรรม การใช้ความรุนแรงและสังหารประชาชนฝ่ายตรงข้ามผู้มีอำนาจรัฐ อารยะขัดขืนที่เกิดขึ้นในขอบเขตทั่วประเทศจนทำให้กลไกของรัฐไม่สามารถทำงานได้ เป็นต้น

นายอนุสรณ์ ระบุว่า หากอาเซียน และ องค์กรสหประชาชาติ ไม่แสดงบทบาทในเชิงรุกเพื่อยุติปัญหาวิกฤตการณ์และการสังหารประชาชนโดยกองทัพ เชื่อว่า สถานการณ์ในพม่าจะพัฒนาสู่ สถานการณ์ในระดับเดียวกับ ซีเรีย โซมาเลีย ซูดานและเวเนซูเอลา กรณีของพม่านั้น เป็น สภาวะ Deep State รัฐซ้อนรัฐ ที่นำมาสู่ รัฐล้มเหลว การปล่อยให้พม่าอยู่ในภาวะรัฐล้มเหลวนานๆโดยไม่มีการแก้ไขโดยการแทรกแซงจากองค์กรระหว่างประเทศเพื่อรักษาสันติภาพ ยุติความรุนแรงและการสังหารประชาชน จะก่อให้เกิดคลื่นอพยพของผู้ลี้ภัยจำนวนมากและประเทศที่ต้องรับภาระหนักที่สุด ก็คือ ประเทศไทย การปกป้อง ประชาชนผู้บริสุทธิ์ ของรัฐล้มเหลวอันเป็นผลจากผู้นำกองทัพที่มีลักษณะอันธพาลและก่อการร้ายต่อประชาชนของตัวเองนั้น อาจต้องอาศัย กองกำลังรักษาสันติภาพของสหประชาชาติ เข้าไปหยุดยั้งการยัดข้อหาและจับกุมคุมขังประชาชนและสังหารประชาชนไม่ให้ลุมลามไปมากกว่านี้ 

นายอนุสรณ์  กล่าวถึง เศรษฐกิจเมียนมาว่า จะเกิดวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรงอย่างแน่นอน จะเผชิญภาวะอัตราเงินเฟ้อสูงรุนแรงพร้อมกับการขาดแคลนสินค้าจำเป็นบางประเภท เศรษฐกิจหดตัวติดลบรุนแรงต่อเนื่องจากปีที่แล้วอันเป็นผลจากระบบและกลไกทางเศรษฐกิจไม่สามารถดำเนินการได้ตามปรกติ ประสบการขาดแคลนเงินตรา เศรษฐกิจโดยภาพรวมอาจถอยหลังไปไม่ต่ำกว่า 20-30 ปีเป็นอย่างน้อยหากไม่รีบแก้ไขและเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ให้ดีขึ้นโดยการคืนอำนาจให้กับพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตยในฐานะผู้ชนะการเลือกตั้ง จะมีการถอนการลงทุนออกจากพม่าครั้งใหญ่โดยเฉพาะกลุ่มทุนตะวันตก สิงคโปร์ ญี่ปุ่น เป็นต้น สิ่งที่เกิดขึ้นย่อมส่งผลกระทบต่อการค้าและสินค้าส่งออกของไทยไปพม่า ส่วนโครงการลงทุนของกลุ่มทุนไทยที่ลงทุนในเมียนมาคงชะลอตัวไปจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย ขอให้ประเทศไทยเตรียมรับมือกับสถานการณ์คลื่นผู้อพยพชาวพม่าตามแนวชายแดนและต้องช่วยเหลือผู้อพยพเหล่านี้ตามหลักมนุษยธรรมโดยสามารถรับความช่วยเหลือจากสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติได้. 
  
 
 


ท่านนายกฯ บริหารปัญหาโควิดได้ดีที่สุดแล้วครับ กับเสียงด่าทอจากบางคน-บางพวก ฟังได้.....

ฤๅ "ฟ้าใส" จะล่มรัฐบาล?
'ศิษย์-อาจารย์' ในวันจักรี
ประยุทธ์-ปรีดีใน 'ดี-เลว'
'จูราสสิก ปาร์ก' ภาค OctDem
เมื่อ"สัส"วิวัฒนาไขว่ห้าง
'ธรรมเจดีย์หลวงตามหาบัว'