“น้องขอโทษนะคะ” ‘พิ้งกี้’โผกอด‘ธัญญ่า’ ปิดฉากเกาเหลา 8 ปี!


   

 

          เรียกได้ว่าปิดฉากเกาเหลาวาระแห่งชาติเลยทีเดียว สำหรับ ธัญญ่า-ธัญญาเรศ เองตระกูล กับ พิงกี้-สาวิกา ไชยเดช ที่ตอนนี้ทั้งคู่ก็ได้มีโอกาสโคจรกลับมาร่วมงานกันอีกครั้งในโครงการของ ททท. ซึ่งงานนี้ทำเอาทุกคนฮือฮาหนักมาก และคิดว่าทั้งคู่อาจกำลังเล่นละครนอกจออยู่ ล่าสุดในรายการ คุยแซ่บShow ทั้งคู่ได้มาพูดถึงความรู้สึกต่างๆให้ฟังพร้อมกัน รวมถึงคุณแม่ของสาวพิ้งกี้ด้วย และคาดว่าจะเป็นการตอบถึงประเด็นดังกล่าวทั้งหมดเป็นครั้งแรก

ความรู้สึกจากกระแสการออกงานคู่กัน?

พิงกี้     “มันเป็นเหมือนประวัติศาสตร์ ตั้งแต่วันถ่ายโปสเตอร์แล้วทุกคนที่นั่นบอกว่าขอเก็บภาพก่อนเพราะมันคือภาพประวัติศาสตร์ และงานในวันนั้นมันอบอวลไปด้วยพี่ๆนักข่าว และหลายๆสิ่งอย่างความรู้สึก เอาเป็นว่าวันนี้มันจบลงด้วยดีมาก แล้วก็มีพลังงานที่เกิดขึ้นดีๆ ตอนนี้ที่กี้รู้สึกแฮปปี้มากและดีมากจริงๆค่ะ”

ธัญญ่า “ต้องบอกก่อนว่าตื่นเต้นเราก็มีอดีตมาด้วยกันนะ แล้วก็ไม่ได้เจอกันเลยและไม่ได้เคลียร์กันมาแบบดีๆ เลย ก่อนหน้างานนั้นเราได้เจอกันมา 3 วันเนอะ วันแรกคือวันประชุม ต้องบอกว่าความตื่นเต้นตั้งแต่วันแรกมันตื่นเต้นมาก เราไม่ได้คุยกันเลย นั่งตรงข้าม มีเหลือบมองนิดหน่อย ยอมรับว่าเขินมาก วันที่สองก็ถ่ายโปสเตอร์ ก็จัดห้องแต่งตัวคนละห้องกัน แต่ตอนที่มาเจอกันคือทำงานเลย ตอนนั้นคือวินาทีที่ตื่นเต้นที่สุด แล้วตอนที่ถ่ายเดียวยังไม่มีคนมายืนดูเลย แต่พอถ่ายคู่คนมามุงดูเยอะมาก เชื่อว่าทุกคนก็ตื่นเต้นแบบเรา อยากเห็นว่าภาพจะเป็นยังไง

จริงๆ พี่เป๊กเขาก็อยู่ด้วยตั้งแต่วันประชุมแล้วแหละ จริงๆเขาก็ตื่นเต้นเพราะว่าเขาก็เป็นคนที่ต้อตื่นเต้นที่สุดอยู่แล้ว ซึ่งวันประชุมก็แกล้งเขาก่อนที่กี้จะมา ก็แกล้งพูดใส่ว่า แหมดูมีความสุขจังเลยนะ แล้วถ้าธัญญ่าอาละวาดขึ้นมาพี่จะทำยังไง

 

 

คนวิจารณ์กันเยอะมาก

พิงกี้      “เขาก็คิดว่าเราเล่นละครกัน คือมันไม่ได้อ่ะ เพราะมันเป็นชีวิตจริง และความรู้สึกจริงๆ วันแรกที่เจอหน้าพี่ญ่า ก็เดินมาสวัสดีพี่ญ่า แล้วก็โอ้โหตื่นเต้นอ่ะ ณ ตอนนี้เราไม่เคยเห็นเขาแบบนี้ เราก็แอบมองเขา พอครั้งที่สองก็ไปกินข้าวก็เริ่มเขิน เราก็เข้าไปกอดพี่ธัญญ่าก่อนเลยค่ะ แรกๆมันก็เขินๆพอถ่ายไปเรื่อยๆมันก็โอเคแล้ว”

 

วันที่พี่เป๊กบอกว่าร่วมงานกับน้อง พี่ญ่าว่าอย่างไร?

ธัญญ่า “คือก่อนหน้านี้มีนักข่าวมาสัมภาษณ์ว่าร่วมงานกับน้องได้ไหมเราก็บอกว่าได้ ซึ่งเราก็ไม่คิดว่ารวดเร็วขนาดนั้น พี่เป๊กก็มาถามว่าถ้าให้ร่วมงานกับพิงกี้ได้ไหมตามที่สัมภาษณ์ เราก็คิดไป 3 วินาที ว่าเราจะร่วมงานได้จริงตามที่พูดไหม เราก็ตอบว่าก็ได้นะ เพราะว่าระยะเวลาที่เราทะเลาะกันมาก็ 8 ปีแล้ว แล้วช่วงนั้นกี้เขาก็ผ่านการแต่งงานมา เจอเรื่องนั้นนี้มา เราก็รับรู้ตลอด เราก็มานั่งคิดว่ายังโกรธเขาไหม ไม่นะ ก็ไม่โกรธอ่ะ แต่กับพี่เป๊กที่จะเข้ามาถาม คงคิดมาแล้วหลายอาทิตย์”

 

พิงกี้      “สำหรับหนูถ้าเป็นพี่เป๊กติดต่อมาเองหนูไม่รับแน่นอนค่ะ คนที่ติดต่อมาคือพี่ทีมงานค่ะ แรกๆเราก็คิดว่าฟังผิดรึเปล่า เราก็ถามกลับว่าใครคิดอ่ะโครงการนี้ เขาก็บอกว่าผู้ใหญ่คิด พอเราฟังประมาณ 4-5 รอบ เราก็เข้าใจแล้วว่าทำไมถึงเลือกเรา

แม่บอกว่าต้องสะสมเงินเพื่ออนาคตนะลูก คือเราไม่สนใจอะไรค่ะ นอกจากเราได้ทำงานและได้เลี้ยงครอบครัวตัวเอง ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ดี ถ้าเราได้ทำงานแล้วได้เจอสิ่งที่ดี มันก็เป็นสิ่งพิเศษนะคะ

 

 

แม่รู้สึกยังไงบ้างกับเหตุการณ์ครั้งนี้?

แม่อ้อย “โดยปกติแม่เป็นคนใจดี มีธรรมะในใจที่ธัญญ่ากับกี้มีความรู้สึกที่ดีต่อกัน คนเราถ้าเอาชนะใจตัวเอง ไม่โกรธไม่เกลียดแล้วก็มีความเมตตาจิตต่อกัน มันเป็นสิ่งที่ประเสริฐที่สุด แม่สบายใจร้องไห้เลยนะ แต่ว่ากี้ไม่รู้ อย่างน้อยก็ได้เคลียร์ตัวเอง และเป็นเยี่ยงอย่างให้คนเห็นว่าไม่มีอะไรที่แก้ไขไม่ได้ รักกันดีกว่าเกลียดกัน”

 

 

ถ้าไม่ใช่โปรเจ็คของพี่เป๊กจะทำงานด้วยกันไหม?

ธัญญ่า “เอาเป็นว่าจะมีใครมากล้าขอให้เราทำงานบ้างดีกว่า 8 ปีผ่านมาไม่เคยมีใครติดต่อเราให้ทำงานด้วยกันเลย แต่ตัวธัญญ่าถ้าไม่โอเค เราก็จะไม่รับทำแม้ว่าจะจ้างด้วยเงินเท่าไหร่ก็ตามที มันคือความารู้สึกไง ในเมื่อความรู้สึกเรามันผ่านไปแล้วไง”

 

คนมองว่าเราเฟค ทำเพื่อเงิน?

ธัญญ่า “โครงการที่พี่เป๊กทำเป็นโครงการของ ททท. ซึ่งถ้าจะมาถามว่าเราได้เงินเยอะไหม เราได้ไม่เยอะค่ะ เพราะมันมาจาก ททท. ถ้าอยากได้เยอะต้องไปขอจากพี่เป๊กค่ะ ที่ต้องเอาเงินส่วนตัวมาให้”

 

8 ปีที่ผ่านมาเคยอยากจะนัดเจอกันเพื่อเคลียร์ไหม?

พิงกี้      “มันก็เคยเจอกันตามงาน ตอนนั้นพี่ญ่าก็มีรังสีอำมหิตอยู่นะคะ แต่ตอนนี้เขาน่ารักค่ะ คือด้วยวัยด้วยแล้วกี้ก็ผ่านเรื่องราวประสบการณ์ในชีวิตมาด้วยค่ะ ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ทำให้เรากลับมามองตัวเองและแก้ไขต่างๆ ให้ดีขึ้นค่ะ คงเข้าใจคือมองหน้าก็เหมือนผ่านอะไรมาเยอะ อยากให้ความรู้สึกนี้มีมาตลอดค่ะ”

 

 

ที่เราเข้าไปตอบคนที่มาคอมเม้นท์ “เมียกับกิ๊กมาเจอกัน”?

พิงกี้      “คือไม่รู้จะพูดยังไง ที่ผ่านมามันเกิดอะไรขึ้นเยอะ แล้วเราก็เข้าใจ รู้สึกว่าเราโตพอ เป็นคนที่แบบมองทุกอย่างแล้วเข้าใจ การที่เราวิจารณ์ใครก็จะกลับมามองตัวเอง ถ้าเราวิจารณ์ใครแล้วไม่มองตัวเอง เราก็จะไม่ได้รู้ตัวเรา”

 

คนมองว่าธัญญ่าใจกว้าง?

ธัญญ่า “มันไม่ใช่ความใจกว้างนะ ถ้าเป็นเมื่อก่อนคนจะรู้ว่า เมียหลวงลวงสังหาร เป็นคนที่ขี้หึง แต่มันผ่านมาแล้วอ่ะ เรามีประสบการณ์ชีวิตเยอะขึ้น เราจะมานั่งหึงหวงหรือทะเลาะทำไม มันผ่านมาแล้วอ่ะ 8 ปีนั้นมันนานนะ ต้องบอกว่าตัวเองเป็นคนที่โกรธและพร้อมจะพังทลาย แต่เอาจริงเราเป็นคนที่ลืมง่าย ถ้ามันไม่เกิดขึ้นซ้ำ”

 

คิดยังไงกับบทเรียนชีวิต?

พิงกี้      “กี้คิดว่าพอเราได้มาแต่งงาน มารู้ความรู้สึกเราจะรู้สึกแบบเขา พอเรามีครอบครัวแล้วเจอแบบพี่ญ่าเหมือนกัน เราก็เข้าใจอ่ะค่ะ คือก็ต้องถอยออกมา มาตั้งหลักกับชีวิต เราคิดว่าอะไรที่ไม่สามารถเราไปทำอะไรได้ เราก็ปล่อยไปแล้วกันค่ะ”

 

การที่กลับมาคืนดีกันได้เพราะพี่เป๊กเป็นกาวใจไหม?

ธัญญ่า “ไม่เรียกเป็นกาวใจแต่เรียกว่ามีโครงการดีๆที่มาทำให้เราสองคนมาเจอกัน ร่วมงานกัน”

พิงกี้      “ขอบคุณพี่เป๊กด้วยค่ะที่ทำให้เรากับพี่ญ่าได้มาเจอกัน กับพี่เป๊กคือไม่มีอะไรต้องเคลียร์ค่ะ เพราะว่าเวลามันผ่านมา ทำให้รู้เองว่าอะไรคืออะไร ถือว่าเป็นพี่ค่ะ”

 

 

เรื่องที่ผานมาทั้งหมด พี่ธัญญ่าอโหสิกรรมให้น้องได้จริงไหม?

ธัญญ่า “ถ้าไม่อโหสิกรรมคงไม่มาเจอมาทำงานแบบนี้หรอก คนเราถ้าเกลียดใครมันเฟคไม่ได้หรอกนะ เพราะฉะนั้นลืมไปเลยเรื่องอดีตที่ผ่านมา มองไปข้างหน้าดีกว่า ถามว่าป็นคนสนิทกันไหมเราก็ไม่ได้สนิทกันมาก่อนนะ แต่แค่เราเคยผ่านเรื่องราวแย่ๆมาด้วยกัน ก็เลยทำให้เรามองตาแล้วคุยอะไรที่เข้าใจและไปเร็วกว่าคนอื่น”

 

อยากจะบอกพี่ญ่าว่าอะไร?

พิงกี้      “ก็เข้าใจทุกอย่าง ต้องบอกว่าคนเรามีเรื่องราวในชีวิต ไม่มีใครเพอร์เฟ็ค และตัวกี้มันเรียนรู้เรื่องราวในชีวิตจริงๆ แล้วบอกเลยว่าทุกเรื่องในชีวิตเรารู้สึกว่ามันเป็นสิ่งที่เราต้องแก้ไข บางครั้งเราอาจจะต้องมามองตัวเอง มันเป็นสิ่งที่วันเวลา ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น มันมีผลกระทบต่อคนเยอะมาก แต่จะบอกว่าต้องขอบคุณใจพี่ญ่าและตัวพี่ญ่าที่เปิดรับกี้เข้ามาค่ะ ไม่เคยคิดว่าจะมีวันนี้จริงๆ”

ธัญญ่า “เดี๋ยวเราก็ต้องทำงานด้วยกันเนอะ ก็ต้องเจอกันเยอะกว่านี้ ไม่ว่าเราผ่านอะไรมาก็ช่างมัน เดี๋ยวเริ่มต้นใหม่ ตั้งแต่วันนี้เราก้าวไปด้วยกันเนอะ”

 

คุณแม่อ้อย ณ วันนี้คุณแม่อโหสิกรรมให้พี่รึยัง?

แม่อ้อย “อย่าใช้คำว่าอโหสิกรรมเลยดีกว่า แม่ยังบอกกี้ว่าชีวิตคนเรามันผิดพลาด คำว่าขอโทษที่มันออกจากปากไม่ได้เป็นสิ่งที่น่าละอายเลย เป็นสิ่งที่คนจะต้องทำ ยิ่งพี่ญ่าไม่ได้ถือสาเราเลย เราก็ต้องยิ่งรักเขา ยิ่งต้องให้ใจเขาเพื่อพี่สาวคนนี้ คนอาจจะคิดว่างั้นนี้ให้เราไม่มีกำลังใจ แต่เราอย่าไปสนใจ ถ้าพูดความจริงพูดตรงไหนก็ได้ แม่ไม่เคยคิดร้ายหรือเป็นศัตรูกันเลย เรื่องที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป”

พิงกี้      “ไหนๆก็เกริ่นมาแล้ว พี่ญ่าคะ น้องอยากจะบอกว่า น้องขอโทษนะคะ(ทั้งคู่กอดกัน)”

ธัญญ่า “ไหนๆกี้ก็ขอโทษแล้ว แม่คะ หนูขอโทษแม่เหมือนกัน”

แม่อ้อย “ไม่เป็นไรๆ”

 

 


คสช.จะเป็นกบฏ?ในหมู่คนที่อ้างว่าเป็นฝ่ายประชาธิปไตย นักเคลื่อนไหว กำลังลุ้นว่า วันที่ ๒๒ มิถุนายนนี้ ศาลฎีกาจะชี้คดี คณะรักษาความสงบแห่งชาติ เป็นกบฏหรือไม่

ยุทธศาสตร์ชาติกับทิศทางโจร
วาทกรรม"ขายชาติ"สกัดสร้างชาติ
'ประยุทธ์วันนั้น-กับลุงตู่วันนี้'
เรื่องของโลก (ไม่) ใช่เรื่องของเรา
'พิสิฐชัย' คือใครในดงเหลือง?
เหตุจาก 'เกลือเป็นหนอน'