ตั้งกก.สอบครูฝึกลูกเสือ


เพิ่มเพื่อน    

  "คุณหญิงกัลยา" เสียใจเกิดเหตุ นร.ม.3 จมน้ำดับคาค่ายลูกเสือ กำชับโรงเรียน-ผู้สอนจัดกิจกรรมต้องดูแลเด็กให้มากกว่านี้ พลาดไม่ได้ ผอ.สพป.กาฬสินธุ์ เขต 2 ตั้ง กก.สอบครูฝึก คาด 7 วันรู้ผล พ่อเด็กชี้ตอนลูกหาย ครูไม่สนใจช่วยตามหา  

    จากกรณี "น้องปอน" เด็กชายอายุ 15 ปี นักเรียนชั้น ม.3 โรงเรียนบ้านนาค้อ ต.กุดโดน อ.ห้วยเม็ก จ.กาฬสินธุ์ จมน้ำเสียชีวิตระหว่างร่วมกิจกรรมเข้าค่ายลูกเสือขณะเข้าฐาน “หนีสงคราม หลบระเบิด” ซึ่งเป็นการฝึกให้เด็กมุดน้ำที่ทางโรงเรียนจัดกิจกรรมขึ้นเมื่อวันที่ 16 มีนาคม ที่ผ่านมา
    ความคืบหน้า วันที่ 18 มี.ค. คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รักษาราชการ รมว.ศธ.) กล่าวว่า ตนขอแสดงความเสียใจต่อผู้ปกครองของนักเรียนชั้น ม.3 ที่เสียชีวิตระหว่างร่วมกิจกรรมเข้าค่ายลูกเสือบริเวณหนองน้ำ จ.กาฬสินธุ์ ที่ผ่านมา ศธ.กำชับเรื่องการจัดกิจกรรมต่างๆ ของโรงเรียนมาตลอดว่าควรระมัดระวัง กิจกรรมใดที่สุ่มเสี่ยงก็ไม่ควรจะจัด เพราะจะเกิดอันตรายต่อเด็กได้ เนื่องจากเด็กบางคนมีสุขภาพไม่ดี และไม่มีทักษะว่ายน้ำหรือการเอาตัวรอด ดังนั้น การจัดกิจกรรมลูกเสือขอให้ครูผู้สอนให้ความสำคัญกับการดูแลเด็กทุกคนให้มากกว่านี้ เพราะเรื่องธรรมชาติ หากพลาดนิดเดียวเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ถ้าขาดทักษะการเอาตัวรอด อีกทั้งการจัดกิจกรรมต่างๆ ควรจะประเมินให้สอดคล้องกับจำนวนนักเรียนด้วย เพื่อจะทำให้การดูแลเด็กทุกคนสามารถทำได้อย่างทั่วถึง
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุรเชษฐ์ พละเอ็น ผู้อำนวยการ สพป.กาฬสินธุ์ เขต 2 สั่งตั้งกรรมการสอบครูจัดกิจกรรมค่ายลูกเสือฝึกโหด ให้นักเรียนมุดน้ำเข้าฐานหลบระเบิดก่อนจมน้ำเสียชีวิต คาดว่าจะใช้ระยะเวลา 7 วันจึงทราบผลสอบ
    ขณะที่บรรยากาศสถานที่ตั้งบำเพ็ญกุศลศพ “น้องปอน” ซึ่งมีเพื่อนบ้านและเพื่อนนักเรียนเดินทางมาร่วมงานศพและให้กำลังใจนายสมภาร อายุ 54 ปี นางบัวรื่น อายุ 48 ปี พ่อและแม่ของ “น้องปอน” ท่ามกลางความโศกเศร้าของญาติ ซึ่งญาติทุกคนต่างติดใจการเสียชีวิตครั้งนี้ และทำใจไม่ได้กับการจากไปอย่างกะทันหัน หลายคนมองว่าการเข้าค่ายลูกเสือไม่ควรจะฝึกเด็กหนัก โดยเฉพาะให้ดำน้ำโดยไม่มีอุปกรณ์ป้องกันและช่วยเหลือจนจมน้ำเสียชีวิต รวมถึงยังติดใจการช่วยค้นหาเด็ก ญาติหลายคนแสดงท่าทีไม่พอใจครูในโรงเรียน แต่ไม่ได้ห้ามเข้ามาช่วยงานศพ
    นายสมภาร อายุ 54 ปี พ่อเลี้ยงน้องปอนผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ขณะนี้ตนและภรรยายังอยู่ในอาการช็อกและรู้สึกโศกเศร้าเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นอกจากนี้ยังรู้สึกน้อยใจกับปฏิกิริยาของคณะครู ในตอนที่ไปติดตามและสอบถามหาลูกชาย เมื่อช่วงค่ำวานนี้ คือวันที่ 16 มีนาคม 2564 ด้วยความร้อนใจ หลังจากเห็นว่ามืดค่ำแล้วและไม่เห็นลูกชายกลับเข้าบ้าน เพราะทุกวันที่ผ่านมาไม่เคยกลับผิดเวลา แต่กลุ่มครูในโรงเรียนที่ตนเข้าสอบถามกลับไม่มีความกระตือรือร้นที่จะช่วยติดตามหา
    นายสมภารกล่าวอีกว่า น้องปอนด์เป็นบุตรชายคนที่ 2 ของภรรยา แม้จะเป็นลูกเลี้ยง แต่ก็รักเหมือนลูก เลี้ยงดูแลตั้งแต่ยังเล็ก ตอนนี้เรียนอยู่ชั้น ม.3 โรงเรียนกับบ้านห่างกันประมาณ 100 เมตร ปกติหลังเลิกเรียนน้องปอนจะรีบกลับเข้าบ้าน ช่วยพ่อแม่ทำงานบ้านและทำการบ้าน จะไม่ไปหาเที่ยวเล่นหรือสุงสิงกับเพื่อน การหายตัวของน้องปอนวันนั้นนำความร้อนใจมาให้พ่อกับแม่อย่างมาก แต่จากท่าทีของคณะครูที่ตนกับภรรยาและญาติไปสอบถามตามหาถึง 4-5 ครั้ง ไม่มีความคืบหน้า จึงไปแจ้งความคนหายกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ห้วยเม็ก และไปขอความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่บ้านช่วยประกาศหาลูกชาย ก่อนจะได้รับความช่วยเหลือจากกู้ภัยงมหาในบ่อน้ำและพบศพ.


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"