'ในหลวง' ทรงรับตำรวจ-ปชช.โดนลูกหลงบาดเจ็บม็อบ20มีนา เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์


เพิ่มเพื่อน    

22 มี.ค.64 - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. ในฐานะโฆษก บช.น. แถลงสรุปภาพรวมเหตุชุมนุมเมื่อ 20 มีนาคมที่ผ่านมา อีกครั้งว่า วันดังกล่าวได้มีกลุ่มผู้ชุมนุมรวมตัวกันเคลื่อนขบวนไปยังท้องสนามหลวง ในขณะนั้น พ.ต.อ.สนอง แสงมณี พ.ต.อ.ผกก.สน.ชนะสงคราม ได้ประกาศเตือนว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ให้ยุติการชุมนุม แต่ทางผู้ชุมนุมไม่เชื่อฟัง ได้ผลักดันเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเคลื่อนเข้าไปยังท้องสนามหลวง จากนั้นผู้ชุมนุมได้รื้อถอนแนวรั้วลวดหนาม ที่จัดทำไว้เพื่อแสดงให้เห็นว่าเป็นบริเวณพื้นที่ต้องห้าม เมื่อรื้อถอนรั้วลวดหนาม ได้พยายามทำร้ายตำรวจที่รักษาการณ์อยู่บริเวณดังกล่าว ทุบทำลายสิ่งของของทางราชการ ไม่ว่าจะเป็นกล้องวงจรปิด ขว้างปาสิ่งของ ใช้ไม้และเหล็กทำร้ายตำรวจ

นอกจากนี้กลุ่มผู้ชุมนุมยังได้รื้อถอนตู้คอนเนอร์ออกจากแนวเขตหวงห้ามที่ตำรวจตั้งไว้ ตำรวจจึงได้ประกาศเตือนให้หยุดการกระทำเป็นระยะๆ แต่ผู้ชุมนุมไม่ได้สนใจ กลับขว้างก้อนหิน ขว้างระเบิดเพลิง โยนไปป์บอมบ์ ใส่ตำรวจ ที่รักษาการอยู่บริเวณดังกล่าว กระทั่งเวลา 19.00 น. ผู้ชุมนุมได้รื้อตู้คอนเทนเนอร์อีก 1 ตู้ และระดมปาวัตถุระเบิดเพลิง ไปป์บอมบ์ใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ และพยายามฝ่าฝืนเข้าไปในพื้นที่สำคัญ และเป็นสถานที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของประชาชนชาวไทย ไม่ว่าจะเป็นศาลหลักเมือง วัดพระแก้ว กระทรวงกลาโหม และสถานที่อื่นๆ ในบริเวณดังกล่าว ทำให้ตำรวจฉีดน้ำเตือน แต่ผู้ชุมนุมยังไม่หยุดการกระทำ กลับละเมิดกฎหมายหลายมาตรา ตำรวจจึงมีความจำเป็นต้องควบคุมสถานการณ์ จากการปฏิบัติหน้าที่ครั้งนี้ ทำให้ตำรวจได้รับบาดเจ็บ 50 นาย ต้องพักรักษาตัวอยู่ที่ รพ. 11 ราย มีรายที่เจ็บหนักสุด คือกระโหลกแตก

พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวอีกว่า ผลของการเข้าบังคับใช้กฎหมาย สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 20 ราย ล่าสุดเช้าวันนี้ ได้แยกผู้ต้องหาที่เป็นผู้ใหญ่ ส่งฝากขังศาลอาญา รัชดา ส่วนผู้กระทำผิดที่เป็นเยาวชน ได้ทำตามสนธิสัญญาเจนีวา ว่าด้วยการคุ้มครองเด็ก ได้ใช้สหวิชาชีพทำการสอบสวน ภายใต้การดูแลของผู้ปกครองหรือคนที่เด็กไว้วางใจ และนำตัวส่งศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง และทางศาลได้ให้ประกันตัวเรียบร้อยแล้ว

กรณีมีการบังคับใช้กฎหมายจับกุมกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ บริเวณสะพานวันชาติ และแยกคอกวัว ตำรวจได้ติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุเข้าไปในซอยหนึ่ง ใกล้กับสะพานวันชาติ ทำให้ผู้สื่อข่าวช่อง 8 ได้วิ่งเข้าไปทำข่าวในซอยดังกล่าว ขณะที่ตำรวจกำลังวิ่งติดตามไป ได้ส่งสัญญาณว่าจะใช้กระสุนยาง ผู้สื่อข่าวได้ก้มลงหลบกระสุนยาง เป็นเหตุให้กระสุนพลาดไปถูกบริเวณศีรษะ ขณะนี้ได้พักรักษาตัวอยู่ที่ รพ.เกษมราษฎร์ ประชาชื่น กรณีดังกล่าวสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอแสดงความเสียใจกับผู้สื่อข่าว ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการมายัง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ให้ดูแลคนเจ็บทุกราย พร้อมกำชับการปฏิบัติของตำรวจให้เป็นไปตามยุทธวิธีสากล

พล.ต.ต.ปิยะ ยังกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังเป็นที่น่าปลาบปลื้มใจอย่างยิ่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับคนเจ็บ ไม่ว่าจะเป็นตำรวจ ผู้สื่อข่าว และประชาชนที่โดนลูกหลง จากการเข้าจับกุมผู้ก่อเหตุวุ่นวาย เมื่อวันที่ 20 มีนาคม เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ นำมาซึ่งความปลาบปลื้มปิติอย่างหาที่สุดมิได้

เมื่อถามว่าตำรวจได้มีการแจ้งเตือนผู้สื่อข่าวที่ได้รับลูกหลงจากกระสุนยางหรือไม่ พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า ทางยุทธวิธีแจ้งให้เตรียม ผู้สื่อข่าวคงจะทราบและก้มลง ซึ่งตามหลักสากลกระสุนยางเราจะยิงในพื้นที่ส่วนหนาของร่างกาย ระดับอกลงมาถึงบริเวณส่วนล่างของร่างกาย ซึ่งกรณีนี้นักข่าวคงได้ยินคำว่าเตรียม เลยเลยก้มลงหลบ เป็นเหตุให้ศีรษะต่ำลงมา กระสุนยางจึงพลาดไปโดนศีรษะ ถามต่อว่าเวลานั้นเหตุใดตำรวจไม่สามารถแยะแยะได้ว่าใครเป็นสื่อข่าว รอง ผบช.น. กล่าวว่า เนื่องจากตั้งแต่แยกคอกวัว ถึงสะพานวันชาติชุลมุนมาก เพราะคนร้ายใช้รถ จยย. และเดินเท้าด้วย