'ธรรมศาสตร์กับศิษย์ประสาท'


   

    "ดร.ปรีดี พนมยงค์".........
    ก่อตั้ง "ธรรมศาสตร์" ขึ้นเมื่อ ๒๗ มิถุนายน ๒๔๗๗ และใช้ชื่อว่า
    "มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์ และการเมือง" 
    ๘ พฤศจิกายน ๒๔๙๐
    "พลโทผิน ชุณหะวัณ" ทำรัฐประหารรัฐบาล "พล.ร.ต.ถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์" ที่ขึ้นเป็นนายกฯ แทนนายปรีดี ซึ่งต้องกระแสร้อน
    และปัญหาคอร์รัปชัน ว่าด้วยการ "กินจอบ-กินเสียม" ขณะนั้น รุมเร้า
    จนต้อง "สลับหน้าเล่น"!
    รถถังบุกเข้าทำเนียบฯ "ท่าช้างวังหลวง" เพื่อจับนายปรีดี แต่หนีทัน ไปลี้ภัยอยู่นอกประเทศ
    "มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์ และการเมือง" ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น "มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์" แต่กาลนั้น
    โดยตัดคำว่า "การเมือง" ทิ้งไป!
    แต่ด้วย "ปณิธานกำเนิด" ของธรรมศาสตร์ เป็นไปตามที่พูดกันว่า "ชื่อนั้นสำคัญไฉน"
    ถึงไม่มีคำว่า "การเมือง" ต่อท้ายชื่อ...........
    แต่ "ธรรมศาสตร์" กับ "การเมือง" ไม่เคยแยกออกจากกันได้ ทุกจุดเปลี่ยนประวัติศาสตร์ "การบ้าน-การเมือง"
    ธรรมศาสตร์คือที่ "ปักหมุด" เริ่ม!
    จาก ๒๕๐๐ เรื่อยมา...........
    บนคำว่า "ประชาธิปไตย-เผด็จการ" ในทุกจุดเปลี่ยน จากจอมพล ป. รัฐบาลเลือกตั้ง 
    สู่จอมพลสฤษดิ์ รัฐบาลเผด็จการ    
    สืบถึงยุครัฐบาลเผด็จการ "จอมพลถนอม" สิ้นสุด "เผด็จการนำชาติ" ด้วยเหตุการณ์ ๑๔ ตุลา ๑๖ 
    ในทุกรอยต่อ "ประชาธิปไตย-เผด็จการ" คำว่าธรรมศาสตร์และนักศึกษา
    ถูกบันทึกอยู่ใน "บรรทัดแรก" ของทุกจุดเปลี่ยน!
    จนถึง ๖ ตุลา ๑๙........
    เหตุการณ์อันเป็นผลค้างคาจาก ๑๔ ตุลา "ก็สร้างจุดเปลี่ยนทั้งการเมืองและการปกครองครั้งใหญ่" 
    ชนิดเรียกว่า "เหตุการณ์ประวัติศาสตร์โหด"
    ธรรมศาสตร์ "บริเวณลานโพธิ์และสนามฟุตบอล" แห่งนี้
    คือสถานที่เป็น "จุดเปลี่ยน".........
    "นิสิต-นักศึกษา" หนีเข้าป่า เกิดขึ้นจากเหตุการณ์ครั้งนี้ และผลิตผลจาก "พวกออกจากป่า" ต่อมานี่แหละ
    เป็นเมล็ดพันธุ์ "กลายพันธุ์" ในแปลงเพาะระบอบทักษิณโดยเมื่อทักษิณต่อยอดรวยเข้าสู่การเมือง
    ด้วยการตั้ง "พรรคไทยรักไทย" เมื่อปี ๔๓-๔๔!
    "อุดมการณ์เพื่อมวลชน" ของพวกออกจากป่าส่วนหนึ่ง ถูกแปลงอุดมการณ์เพื่อมวลชน ไปเป็น........
    อุดมการณ์ "เพื่อธุรกิจการเมือง"
    เข้าทำงานการเมือง สร้างมวลชนตามพื้นที่ต่างจังหวัด โดยเฉพาะแถบอีสานและเหนือที่คุ้นเคยตอนจรยุทธ์อยู่ในป่า
    สร้างฐานเสียง-ฐานคะแนนให้ทักษิณ
    เพื่อ "ประชาธิปไตยเลือกตั้ง" ตามแนวทางที่นายเสนาะ เคยนำมาแฉ ตอนหนึ่ง ว่า...........
    "การจดทะเบียนคนจนนั้น ผมเคยแนะนำว่า 
    มันทำไม่ได้........
    ไปประกาศเฉยๆ ไม่ได้ เอามาขึ้นทะเบียนเฉยๆ คนที่เป็นหนี้สินอยู่ที่ไม่ใช่คนจนก็ไปจดทะเบียนด้วย 
    มันจะบานปลายไปใหญ่ พี่ไม่เห็นด้วย 
    มองด้วยจิตสำนึกมันปฏิบัติไม่ได้ มันได้แค่โชว์ตัวเลขตอนเลือกตั้ง จากนั้นไม่มีผลจริง"
    แต่ทักษิณตอบว่า ..........
    "โธ่...พี่เหนาะ คนตาบอดมันกลัวเสือเหรอ ถ้าเราไม่พูดแบบนี้ เราจะได้เสียงเหรอ"
    เขาพูดอย่างนี้..........
    แสดงว่าไม่ได้จริงใจกับนโยบาย ประกาศไปก่อน ค่อยหาวิธีการทำการตลาดทีหลัง ไปเสี่ยงเอาข้างหน้าขอให้ได้คะแนนเสียงไว้ก่อน 
    ไม่สนวิธีปฏิบัติราชการ แม้แต่โครงการ เอสเอ็มแอล ผมก็เตือนว่า เข้าข่ายซื้อเสียง เพราะอยู่ในภาวะเลือกตั้ง
    ทักษิณตอบว่า.......
     "โธ่...อำนาจอยู่ที่เรา กกต.ก็ของเรา คนก็ของเรา"
    ด้วยเงิน ด้วยมวลชน จากคนออกจากป่ากระจายสร้างฐานการเมือง นำทักษิณสู่อำนาจ
    เมื่อสู่อำนาจ คำว่า "คนป่ามีปืน" ก็ประมาณนั้น 
    กลุ่มคนออกจากป่า เริ่มประสานเครือข่าย จากวงการเมือง การค้า การมหาลัย ในความเป็นนักวิชาการ
    จนทักษิณถูกปฏิวัติ ตกจากอำนาจปี ๔๙ อุบัติการณ์ใหม่ทางสังคมไทยก็เกิดขึ้น
    "ประชาชนแยกเป็น ๒ ฝ่าย" เป็นปฏิปักษ์กันเอง อันไม่เคยเกิดมาก่อนในบ้านเมืองไทย ก็เกิดขึ้น
    อดีตกาล มีแต่ ประชาชนสู้กับรัฐบาลอสัตย์ เพื่อความชอบธรรมของบ้านเมือง และของประชาชนทั้งมวล
    แต่ครั้งนี้........
    มีการสร้างประชาชนเสื้อแดง "นปช." ขึ้นสู้กับประชาชนทั้งมวล "เพื่อทักษิณ" ในความเป็นรัฐบาลอสัตย์!
    จากนั้น บ้านเมืองถูกปลุกปั่น สู่ยุคประชาชนแตกแยกเป็น ๒ ฝ่าย ระส่ำ ไม่เป็นสุขเรื่อยมา
    จนปี ๕๗ เมื่อคณะ คสช.เข้ามาควบคุมสถานการณ์ บ้านเมืองดูสงบขึ้น
    แต่เป็นการสงบแบบ "ไฟสุมขอน" เพราะขบวนการปลุกปั่นบ่อนชาติ "เพื่อตัวคน" ที่ชื่อทักษิณ ยังไม่ยอมเป็นถ่านมอด
    "นักศึกษา" กลับมามีบทบาทอีกครั้ง!
    แต่ไม่ใช่ "บทบาทนำ".........
    ในอุดมการณ์บริสุทธิ์เหมือนนิสิต-นักศึกษา ยุค ๒๕๐๐ และ ยุค ๑๔ ตุลา-๖ ตุลา
    ชัดเจนว่า เป็นธุรกิจการเมืองเพื่อตัวบุคคล ด้วยคนในคราบนักศึกษากลุ่มหนึ่ง ที่เป็น "ขาประจำ" เท่านั้น
    ขับเคลื่อนด้วย "พลังงานระบอบทักษิณ"
    ประสานจากกลุ่มการเมืองกับกลุ่มจานมหาลัยและนักวิชาการที่เป็นอยู่ด้วยสังคมทุน
    จึงอยากให้เข้าใจตามเป็นจริงว่า พื้นที่สถาบันที่ถูกใช้เป็นฐานเคลื่อนไหว รวมถึงภาพความเป็นนักศึกษา 
    นั่น ถูกใช้เป็น "ภาพลวงสังคม" ให้คนหลงเชื่อ
    ไม่ต่างจากพวกดาราที่รับจ้างโพสต์อาหารเสริมปลอม ให้คน "เชื่อดารา" ตกเป็นเหยื่อ!
    "ธรรมศาสตร์" ถึงถูกลบคำว่า "การเมือง" ทิ้ง.......
    แต่จิตวิญญาณธรรมศาสตร์ 
    ไม่มีใครลบ "การเมืองเพื่อบ้านเมือง" ออกไปได้
    แต่นับจาก "ระบอบทักษิณ" เกิด 
    "ธรรมศาสตร์" ถูกสายพันธุ์ป่าใช้สร้างสถานการณ์ "การเมือง" เพื่อ "ระบอบทักษิณ" บ่อยครั้ง
    มันผิดเพี้ยนไปมากแล้ว.............
    ลานโพธิ์และสนามกีฬาธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ อันมีประวัติศาสตร์ศักดิ์สิทธิ์-บริสุทธิ์
    นับวันจะเสื่อม......
    ด้วยถูกนักศึกษาและจานมหาลัย "ขาประจำ" กลุ่มนั้นทำให้มีภาพไม่ต่าง "ตลาดใหม่ดอนเมือง"
    มาเฟียคุม มีแต่ของปลอม!
    ไม่ใช่..........
    "ประดุจบ่อน้ำ บำบัดความกระหายของราษฎร ผู้สมัครแสวงหาความรู้ อันเป็นสิทธิและโอกาส ที่เขาควรมีควรได้ ตามหลักเสรีภาพของการศึกษา..."
    ตามปรัชญาการก่อตั้ง ดังผู้ประศาสน์การ "ดร.ปรีดี พนมยงค์" ประกาศไว้ให้เป็นที่ปรากฏ
    ก็หวังว่า ผู้โหยหาประชาธิปไตยทักษิณ คงจะโหยและหอนหากันอยู่แต่ในรั้วธรรมศาสตร์
    และไม่ใช้ความอยากเลือกตั้ง หวังสร้างเหตุให้ธรรมศาสตร์ต้องประสบเหมือน ๖ ตุลา
    เรียนธรรมศาสตร์........
    ต้องฉลาดมากกว่าโง่ให้เขาหลอกใช้ จริงมั้ย?
    
 


เริ่มจะคึกคักมากขึ้น..... หลังได้ กกต.ใหม่ บรรยากาศการเมืองทำท่าจะเข้ารูปเข้ารอย แม้ คสช.จะยังไม่ปลดล็อกให้เคลื่อนไหว แต่...ถ้าอยากจะแสดงบทบาทกันจริง ไม่เอาแต่งอแงอ้างบ้านเมืองไม่เป็นประชาธิปไตย ก็มีสารพัดวิธี

จุดเปลี่ยนที่เพิ่งเริ่มต้น
ความลับที่ประชาชนรู้ไม่ได้?
นวัตกรรมมาหนังสือต้องไป?
'สามมิตร' ที่นายกฯ ไม่รู้จัก?
'เราเป็นคนไทยนะเว้ย'
'ณเดชน์' กลเม็ดใหม่ฝ่าย คสช.