ไล่‘ตู่’หลังสงกรานต์ จตุพรเตรียมนัดทุกสีเสื้อ‘บช.น.’จ่อฟัน112ถือป้าย


เพิ่มเพื่อน    

 "บิ๊กตู่" ให้ กห.สอบ "ร.ท." โพสต์หนุนแอมมี่ ย้ำทหารต้องมีวินัย "นครบาล" เล็งดำเนินคดีมวลชนร่วมม็อบ 24 มี.ค.อีก 10 คน ถือป้ายผิด ม.112 "ภาคีนักกฎหมายฯ" ร้องศาลปกครองสั่งตร.หยุดใช้กำลังกับผู้ชุมนุม พร้อมเลิกนำแบริเออร์-ลวดหนามสกัดเคลื่อนไหว "โฆษก ยธ." เผย "รุ้ง" ไม่ได้อดข้าวเหมือนเพนกวิน "จตุพร" นัดพรรคการเมือง-ปชช.ทุกกลุ่มหลังสงกรานต์ร่วมออกไล่นายกฯ

    เมื่อวันที่ 26 มี.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีทหารยศ ร.ท. สังกัดสำนักงานพระธรรมนูญทหารบก แสดงความเห็นในเฟซบุ๊กสนับสนุนการกระทำของแอมมี่ ผู้ต้องหาทำลายพระบรมฉายาลักษณ์ว่า กำลังตรวจสอบอยู่ ก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับเขาด้วย โดย พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม ได้สั่งการไปแล้ว ขอให้มีการตรวจสอบว่าทำไมถึงโพสต์ และถ้าไม่ได้โพสต์แล้วใครไปโพสต์ ซึ่งหาหลักฐานได้ทั้งหมด เทคโนโลยีตามได้หมด
    "หลักเกณฑ์และข้อห้ามในการโพสต์ข้อความลงโซเชียลนั้น จะเป็นทหารหรือไม่ใช่ทหาร ก็ใช้กฎหมายเดียวกัน เพียงแต่ทหารมีวินัยทหารอยู่ด้วย ถ้าร้ายแรงก็เป็นอาญา" นายกฯ กล่าว  
    ส่วน พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า เราไม่ได้ปิดกั้นการแสดงออกทางความคิดของทหาร แต่การแสดงออกผ่านโซเชียลหรือสังคมให้ใช้ดุลพินิจ เนื่องจากเป็นข้าราชการ การโพสต์ข้อความอะไรต้องไม่กระทำการเป็นลบกับองค์กรหรือการเป็นข้าราชการที่ดี
    พ.อ.วีรยุทธ์ น้อมศิริ ผู้ช่วยโฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงว่า ในการประชุมสภากลาโหมที่มี พล.อ.ประยุทธ์เป็นประธาน กำชับเรื่องการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจําการ 2564 ในเดือนเมษายน ขอให้ดูเรื่องทัศนคติของผู้สมัครที่มีต่อสถาบันหลักของชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ด้วย
    ขณะที่ พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(รอง ผบช.น.) ในฐานะโฆษก บช.น. กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินคดีกลุ่มแกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ที่ตั้งเวทีปราศรัยบริเวณแยกราชประสงค์วันที่ 24 มี.ค.ที่ผ่านมาว่า ขณะนี้ทางทีมงานสืบสวนสอบสวน บช.น. ได้ถอดเทปแกนนำผู้ที่ปราศรัยทั้ง 11 คน ถ้าบุคคลหนึ่งบุคคลใดมีข้อความที่ผิดกฎหมาย มีข้อความที่ผิดตามมาตรา 112 ก็จะถูกดำเนินคดีเป็นรายๆ ไป นอกจากนี้ ทีมงานสืบสวนสอบสวนก็จะดำเนินการประสานกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) เพื่อเอาผิดกับคนที่โพสต์ข้อความชักชวนให้มีการร่วมชุมนุมในทุกๆ ครั้งที่ผ่านมา
    พล.ต.ต.ปิยะกล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีการเตรียมดำเนินคดีกับบุคคลที่ถือป้ายข้อความที่เป็นความผิดตามมาตรา 112 อีก 10 คน เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างพิสูจน์ตัวบุคคล ถ้าพิสูจน์ทราบตัวบุคคลได้ก็จะดำเนินการออกหมายเรียกมาดำเนินคดี
    "ในการดำเนินคดีกับแกนนำที่ขึ้นปราศรัยทั้ง 11 คนในคดี ม.112 เพื่อความรอบคอบในการดำเนินคดี เรามีทีมงานประกอบด้วยผู้บังคับบัญชาระดับสูงระดับรองผู้บัญชาการในการถอดเทปครั้งนี้ ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ทำอย่างตรงไปตรงมา" พล.ต.ต.ปิยะกล่าว
    ถามถึงการติดตามตัวเพื่อนสาวคนสนิทของนายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ หรือแอมมี่ โฆษก บช.น.กล่าวว่า อยู่ระหว่างการติดตามอย่างกระชั้นชิด เพราะที่ผ่านมาคลาดได้ตัวเพียงนิดเดียว แต่ยังอยู่ในไทย อย่างไรก็ตาม มีผู้ต้องหาที่ถูกดำเนินคดี ม.112 ที่ร่วมกันชุมนุมหน้าสถานทูตเยอรมนีได้หลบหนีไปยังประเทศมาเลเซียแล้ว 1 คน
ขอศาลสั่ง ตร.เลิกขวางม็อบ
    ที่ศาลอาญา นายนรเศรษฐ์ นาหนองตูม ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ได้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวนายปิยรัฐ จงเทพ หรือโตโต้ แกนนำกลุ่ม Wevo ผู้ต้องหาคดีอั้งยี่ ซึ่งถูกจับกุมเมื่อวันที่ 6 มี.ค.2564 ที่ห้างเมเจอร์ฯ รัชโยธิน วันเดียวกับเหตุการณ์ชุมนุมของกลุ่ม REDEM หน้าศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก และไม่ได้รับการประกันตัวในชั้นฝากขัง โดยคำร้องมีเนื้อหารายละเอียดขอให้ศาลเรียกพนักงานสอบสวนและผู้ต้องหามาไต่สวนด้วย
    ภายหลังการยื่นคำร้องแล้ว ศาลเห็นควรให้เบิกตัวนายปิยรัฐ ผู้ต้องหาที่ 1 จากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และหมายเรียกพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน มาศาลเพื่อไต่สวนคำร้องร่วมกัน ในวันที่ 31 มี.ค. เวลา 10.00 น. ซึ่งเมื่อศาลไต่สวนทั้ง 2 ฝ่ายแล้ว ก็จะมีคำสั่งอนุญาตให้นายปิยรัฐได้ประกันตัวหรือไม่ต่อไป
    ส่วนภาคีนักกฎหมายเพื่อสิทธิมนุษยชน นำโดยนางอังคณา นีละไพจิตร อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.), น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว นักกิจกรรมทางการเมือง แนวร่วมกลุ่มราษฎร พร้อมด้วยตัวแทนผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมือง ด้านหน้าอาคารรัฐสภา เมื่อวันที่ 17 พ.ย.2563 ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลาง เพื่อให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.), ผบช.น.และ ผบ.ตร. ยุติการใช้กำลังจัดการการชุมนุมที่เกินสมควรแก่เหตุกับผู้ชุมนุมกลุ่มราษฎรและกลุ่มผู้ชุมนุมอื่นๆ นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้ชดใช้ค่าเสียหายจากการละเมิดเสรีภาพการชุมนุมผู้ฟ้องคดี
    นางอังคณากล่าวว่า ในวันดังกล่าวตนเดินทางไปเพื่อจะเข้าร่วมประชุมในฐานะกรรมาธิการที่รัฐสภา และได้มีการติดต่อกับเจ้าหน้าที่ก่อนเดินทาง โดยได้รับคำยืนยันว่าสามารถเดินทางเข้าอาคารได้ การจราจรปกติ ซึ่งตนเดินทางไปก่อนที่การชุมนุมจะเริ่ม ก็พบว่ามีการปิดกันเส้นทางแล้ว เมื่อเจรจากับเจ้าหน้าที่ขอเปิดช่องทางเล็กๆ เพื่อผ่านเจ้าหน้าที่ก็ไม่รับฟัง และมีการขู่ว่าหากเข้าใกล้แนวกั้นก็จะทำการฉีดน้ำ ใช้แก๊สน้ำตา กระสุนยาง
      "เหตุที่เพิ่งมาฟ้องส่วนหนึ่งเพราะหลายๆ คนกังวล หวาดกลัวเรื่องความปลอดภัยว่าจะถูกแก้แค้นหรือไม่ถ้ามาฟ้องสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งจริงๆ ควรมีกลไกตรวจสอบการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ และเราพบว่าหลังจากวันที่ 17 พ.ย.63 เจ้าหน้าที่เองก็ใช้กำลังมาโดยตลอด" นางอังคณากล่าว
    น.ส.ชลธิชากล่าวว่า การดำเนินการของเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อผู้ชุมนุมที่ผ่านมา ไม่ได้ปฏิบัติตามกฎหมายการชุมนุม แต่กลับใช้กฎหมายมาดำเนินคดีกับพวกเรา ทั้งกฎหมาย พ.ร.บ.การชุมนุม และ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน โดยสิ่งที่เกิดขึ้นคือเจ้าหน้าที่ได้พยายามขัดขวางการชุมนุมด้วยการใช้แท่งแบริเออร์และลวดหนามมาสกัดผู้ชุมนุมไว้ โดยไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาเจรจา ซึ่งขัดกับมาตรฐานสากล ที่จะต้องมีการเปิดพื้นที่ให้มีการเจรจาเพื่อหลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรงที่อาจจะเกิดขึ้น
    ที่กระทรวงยุติธรรม นายวัลลภ นาคบัว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม และโฆษกกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วยนายธวัชชัย ชัยวัฒน์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ฝ่ายวิชาการ และโฆษกกรมราชทัณฑ์ แถลงความคืบหน้าการดำเนินงานของคณะกรรมการประมวลข้อเท็จจริงในการดำเนินงานของกรมราชทัณฑ์
    นายวัลลภกล่าวว่า จากการตรวจสอบประเด็นเรื่องจดหมายของนายอานนท์ นำภา แกนนำกลุ่ม?ราษฎร? เมื่อวันที่ 16 มี.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งมีการโพสต์เฟซบุ๊กเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ภายในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ซึ่งนายอานนท์เกรงว่าจะได้รับอันตรายถึงแก่ชีวิต พบว่าช่วงเวลาไทม์ไลน์มีความสอดคล้องกัน แต่มีการอธิบายความที่แตกต่างกัน โดยเจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามขั้นตอนการตรวจเชื้อโควิด-19 ภายในเรือนจำ แต่ผู้ต้องขังปฏิเสธการตรวจ จึงทำให้ต้องมีการแยกขังตามมาตรการ
    นอกจากนี้ การตรวจสอบจดหมายซึ่งมีหลายเส้นบรรทัด จากการสืบเสาะของคณะกรรมการพบจดหมายดังกล่าวคือด้านหลังของเอกสารคำร้องขอไต่สวนหรือที่เรียกกันว่าใบคำฟ้อง ซึ่งผู้ต้องขังจะมีติดตัวอยู่ หรืออาจได้รับจากทนายที่ศาล ไม่ได้เป็นหนังสือหรือกระดาษของทางเรือนจำ อีกทั้งเจ้าตัวยังเป็นทนายความซึ่งอาจมีการพกพาเอกสารดังกล่าวเข้ามาตรวจสอบในการต่อสู้คดีได้ จึงคาดว่าจะขอมาตอนขึ้นศาลก่อนเขียนส่งให้บุคคลอื่นไปโพสต์
นัดหลังสงกรานต์ไล่บิ๊กตู่
    "ขอยืนยันว่าภายในเรือนจำไม่มีกระดาษลักษณะนี้ ส่วนจะเป็นบุคคลใดที่นำข้อมูลดังกล่าวไปโพสต์ลงในเฟซบุ๊กนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ และเนื่องจากเรื่องดังกล่าวทำให้เกิดความเสียหาย ทางกองกฎหมาย กรมราชทัณฑ์ ได้ไปแจ้งต่อ ปอท.เพื่อสืบหาผู้กระทำความผิดแล้ว" นายวัลลภกล่าว
    โฆษกกระทรวงยุติธรรมกล่าวว่า ส่วนที่มีการโพสต์ น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง แกนนำกลุ่มราษฎร? เตรียมอดอาหารเป็นเพื่อนเพนกวินนั้น จากการตรวจสอบพบว่า น.ส.ปนัสยายังทานอาหารปกติ ไม่ได้มีการอดอาหารแต่อย่างใด
    วันเดียวกัน ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย มีการเสวนา ไทยไม่ทน สามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย มีนายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 2535, นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช., นายวีระ สมความคิด ประธานเครือข่ายประชาชนต่อต้านคอรัปชัน, น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา นักเคลื่อนไหวทางการเมือง, นายนคร มาฉิม อดีตรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และตัวแทนภาคประชาชนหลายภาคส่วน ร่วมรับฟังพร้อมเสนอข้อเสนอแนะต่างๆ ทางการเมือง  
    นายอดุลย์กล่าวตอนหนึ่งว่า ขณะนี้พบการจาบจ้วงสถาบัน แต่กลับไม่มีใครปกป้องสถาบันเลย ทำให้สงสัยว่ามีทฤษฎีสมคบคิดอะไรหรือไม่ ขอทำภารกิจอีกครั้งหาก พล.อ.ประยุทธ์ออกไปพร้อมจะยุติบทบาท แต่ไม่ใช่การทำม็อบ เพียงแต่ขอเรียกร้องสังคม อยากเห็นความสามัคคีประชาชน พล.อ.ประยุทธ์หรือเครือข่าย 3 ป. หากทำดีขอให้อยู่ตายคาเก้าอี้ไปเลย
    "บัดนี้ได้เวลาแล้วที่ประชาชนทุกหมู่เหล่าต้องสลายความเป็นสีเสื้อ แล้วมารวมกันเป็นหนึ่งเดียวในนามสามัคคีประชาชน เพื่อประเทศไทย เพื่อปลดชนวนความขัดแย้งและความรุนแรง ด้วยการไล่ พล.อ.ประยุทธ์ลงจากอำนาจตามแนวทางสันติวิธี และมีอารยะ แล้วร่วมกันสร้างสังคมใหม่ที่ไม่มีฝักฝ่ายให้เกิดความปรองดองสามัคคีของคนในชาติ ภายใต้พระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" ประธานญาติวีรชนพฤษภากล่าว
    ส่วนนายจตุพรกล่าวว่า นับแต่ยึดอำนาจ 22 พ.ค.2557 เป็นต้นมา คนไทยตกอยู่ในสภาพถูกแบ่งแยกแล้วปกครอง สิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์เคยบอกว่าจะปฏิรูปประเทศ ทำให้คนไทยเกิดความสามัคคี การแก้ไขรัฐธรรมนูญล้วนทำไม่ได้ พล.อ.ประยุทธ์คือภัยของชาติอย่างแท้จริง วางแผนการสืบทอดอำนาจแยบยล มีศิลปะมากกว่ารุ่นพี่ทั้งหลาย ทุกอย่างต้องเอาเปรียบคนไทย หากยังอยู่ในอำนาจอีกต่อไป
    “ได้เวลาแล้วหรือยัง ควรออกมาจัดการกับประยุทธ์ ความเสียหายจากเรื่องต่างๆ มากมาย เรียกร้องพรรคการเมืองที่บอกว่ารัฐธรรมนูญต้องการแก้ไข ต้องแสดงความรับผิดชอบ ถ้าพรรคประชาธิปัตย์ ภูมิใจไทย ชาติไทยพัฒนา ถอนตัวออก ประเทศก็ไม่เกิดวิกฤติ ไม่รู้ว่าพรรคประชาธิปัตย์กล้าหรือไม่ วันนี้ชัดเจน สิ่งที่ประชาธิปัตย์ใช้เป็นข้ออ้างไม่สำเร็จ นักการเมืองเล่นละครกันอย่างไรประชาชนไม่ได้ขำด้วย หลังสงกรานต์หากทุกคนเห็นด้วย ก็มาร่วมกันจัดการประยุทธ์ เมื่อไม่มีประยุทธ์ เชื่อว่าจะได้รัฐธรรมนูญ เหมือนไม่มีสุจินดา พอออกไปก็แก้ไขรัฐธรรมนูญได้ ไม่มีประยุทธ์ก็จะได้รัฐธรรมนูญฉบับประชาชนเหมือนกัน” นายจตุพรกล่าว
    ด้าน ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล เผยผลสำรวจเรื่องจุดต่างม็อบ 3 นิ้วในพม่ากับไทย ระหว่างวันที่ 22-25 มี.ค.ที่ผ่านมา พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 97.7 ระบุในพม่าความรุนแรงและการสูญเสียชีวิตของประชาชนมาจากเจ้าหน้าที่รัฐ แต่ในประเทศไทยม็อบ 3 นิ้วเป็นผู้เริ่มทำผิดกฎหมาย ใช้ความรุนแรง ระเบิดปิงปอง ระเบิดเพลิง เผาทรัพย์สินจากเงินภาษีของประชาชนและใช้ความรุนแรง ทำร้ายสถาบันหลักของชาติและทำลายจิตใจของผู้อื่นผู้ศรัทธาจงรักภักดี
    ที่น่าสนใจ ส่วนใหญ่ร้อยละ 84.6 มีความเห็นว่า ถ้าตำรวจไม่จัดการเด็ดขาดกับม็อบ ม็อบจะทำตัวเหนือกฎหมาย ใช้ระเบิด ไม่ใช้สันติวิธี ม็อบคุกคามผู้อื่น เบียดเบียนผู้อื่น เผาทำลายทรัพย์สินส่วนรวมเงินภาษีของประชาชน ทำบ้านเมืองวุ่นวาย ซ้ำเติมวิกฤติทุกข์ยากเดือดร้อนของประชาชนมากขึ้นไปอีก แนะให้ชุมนุมในที่ที่สงบ ไม่กระทบการเดินทางผู้อื่นของผู้เห็นต่าง มีเพียงร้อยละ 15.4 ระบุตำรวจไม่ควรจัดการม็อบด้วยความรุนแรง เพราะจะทำให้เกิดความรุนแรงบานปลาย เข้าทางขบวนการปลุกปั่นให้คนไทยในชาติแตกแยก เข้าทางพวกต้องการโหมไฟทำลายล้างประเทศชาติบ้านเมือง และคนในม็อบบางคนถูกยั่วยุเข้าร่วมม็อบด้วยความรู้ไม่เท่าทัน
    ที่ สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ จ.เชียงใหม่ นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษผู้ที่นำธงชาติไทยแต่ไร้แถบสีน้ำเงินมากระทำการในลักษณะไม่สมควร เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 64 และบริเวณคณะวิจิตรศิลป์ มช. ตามพระราชบัญญัติธง พ.ศ.2522.


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"