ประวิตรเดือด!ด่า‘ไอ้ห่า’ ถามปรับกก.บห.‘พปชร.’


เพิ่มเพื่อน    

 4 ว่าที่ รมต.ตรวจหาเชื้อโควิดก่อนเข้าถวายสัตย์ปฏิญาณ นายกฯ ยันไม่ต้องให้นโยบายพิเศษ เป็นไปตามยุทธศาสตร์ที่กำหนดไว้ สั่งเปลี่ยนวิปฯ ชุดใหม่ เขี่ย "วทันยา-ศิริพงษ์" ส.ส.กลุ่มดาวฤกษ์พ้นตำแหน่ง "บิ๊กป้อม" รับเป็นมาตรการลงโทษทางการเมือง ย้ำ ภท.พอใจแล้ว หงุดหงิดสื่อถามข่าวเปลี่ยนเลขาฯ พปชร. ด่าลั่น "ไอ้ห่า จะถามทำไม" ขณะที่ "มาดามเดียร์" ยันลาออกวิปรัฐบาลมาเป็นปีแล้ว ไม่เกี่ยวปมโหวตสวนซักฟอก

    ที่ทำเนียบรัฐบาล เวลา 08.20 น. วันที่ 26 มีนาคม ว่าที่รัฐมนตรีใหม่จำนวน 4 คน ได้เดินเข้ามาที่ตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อรับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ก่อนเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณในวันที่ 27มี.ค.นี้ โดยนายสินิตย์ เลิศไกร ว่าที่ รมช.พาณิชย์ เดินทางมาถึงเป็นคนแรก ตามด้วย น.ส.ตรีนุช เทียนทอง ว่าที่ รมว.ศึกษาธิการ,  นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ว่าที่ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และนายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล ว่าที่ รมช.คมนาคม เมื่อนายกฯ เดินทางมาถึงและภายหลังรับการตรวจ พล.อ.ประยุทธ์ได้พูดคุยกับว่าที่รัฐมนตรีทั้ง 4 คนพักหนึ่งด้วย
    พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงการมอบนโยบายให้กับ 4 รัฐมนตรีใหม่ ว่า ตนจะมอบนโยบายให้เขาได้อย่างไร ต้องรอให้ครบทุกขั้นตอนก่อน เมื่อช่วงเช้าเชิญมาเพื่อให้เห็นหน้าตากัน โดยพรุ่งนี้ต้องเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ฯ ตามขั้นตอนต่อไป อย่างไรก็ตาม คงไม่ต้องให้นโยบายเป็นพิเศษ เพราะเป็นไปตามยุทธศาสตร์ที่เรากำหนดไว้แล้ว หลายรัฐมนตรีก็ทำมา ก็ทำต่อให้สำเร็จ หลายอย่างก็มีการเปลี่ยนแปลงทุกกระทรวง  
    ด้านนายชัยวุฒิเปิดเผยว่า ได้พูดคุยแนะนำตัวกับ พล.อ.ประยุทธ์ คุยกันแบบสบายๆ ธรรมดา ไม่ได้คุยกันเรื่องงาน แต่แค่หารือถึงกรอบงานที่อยากให้ทำ จากนั้นได้เข้าพบกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะที่กำกับดูแลกระทรวงดิจิทัลฯ เพื่อรับฟังนโยบายทำงานของกระทรวง ซึ่งไม่น่ามีปัญหาอะไร เพราะเป็นรัฐบาลเดิม อะไรที่ทำไว้ดีแล้วก็ทำต่อไป ส่วนอะไรที่เป็นปัญหาเราก็แก้ไขและทำให้ดียิ่งขึ้น
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2564  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 76/2564 เรื่องปรับปรุงองค์ประกอบในคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร หรือ ปสส. เพื่อดำเนินการในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสภาผู้แทนราษฎรและรัฐสภาให้เป็นไปอย่างมีระเบียบแบบแผนตามระบบของรัฐสภา ตลอดจนเพื่อให้การประสานงานกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกรัฐสภา และพรรคการเมืองในปัญหาต่างๆ ด้านนิติบัญญัติดำเนินการให้เป็นไปอย่างราบรื่น โดยเพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงปรับปรุงองค์ประกอบของคณะกรรมการดังนี้
    โดยมีคณะกรรมการ 12 คน ประกอบด้วย นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ, นายภราดร ปริศนานันทกุล, นางสาวภริม พูลเจริญ, นายจักรพันธ์ พรนิมิตร, นายมณฑล โพธิ์คาย, นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ, นางทัศนาพร เกษเมธีการุณ, นางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล, นายสัมพันธ์ มะยูโซะ, นายไพบูลย์ นิติตะวัน, นายสาธิต อุ๋ยตระกูล และนายเขตรัฐ เหล่าธรรมทัศน์ และมีการแต่งตั้ง ปสส.เพิ่มเติม 3 คน ประกอบด้วย นายอภิชา เลิศพชรกมล, นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ และนายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค
    สำหรับบุคคลที่ปรับออกจากวิปรัฐบาล ได้แก่ น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี, นายศิริพงษ์ รัศมี กลุ่ม ส.ส.ดาวฤกษ์ ในพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ที่โหวตงดออกเสียงให้นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม และเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งที่ผ่านมา ซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรการที่คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวตรวจสอบและเสนอให้กรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) พิจารณาดำเนินการกับ 6 ส.ส.ดาวฤกษ์และ 1 ส.ส.ระยอง ประกอบไปด้วยการเสนอให้ไม่ขอรับตำแหน่งต่างๆ เช่น กรรมาธิการและวิปรัฐบาล
    พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรค พปชร. กล่าวถึงผลการตรวจสอบของคณะกรรมการตรวจสอบกรณี 6 ส.ส.กลุ่มดาวฤกษ์งดลงคะแนนให้นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ว่าเขาได้ลงโทษไปหมดแล้ว และได้ขอโทษไปกับพรรคภูมิใจไทยไปบ้างแล้ว
    เมื่อถามว่า ขณะนี้มีการปรับเปลี่ยนคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล หรือวิปรัฐบาล โดยถอด ส.ส.บางคนในกลุ่มดาวฤกษ์ออกไป เป็นการลงโทษอย่างหนึ่งของ พปชร.หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ใช่ และให้ออกทุกตำแหน่งที่เกี่ยวกับการเมืองเป็นเวลา 3 เดือน อีกทั้งดำเนินการลงโทษทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการเมือง ส่วนพรรคภูมิใจไทย โอเค พร้อมหันไปตอบสื่อด้วยสีหน้าเบื่อหน่ายว่า “สื่อจะถามทำไม ผมไม่เข้าใจเลย จะถามให้ตีกันให้ได้ จะให้ตีกับใครล่ะ ให้ผมตีกับ ภท.หรือ" จากนั้นกล่าวยืนยันว่า "จะไม่เกิดรอยร้าวกับ ภท.แล้ว”
    ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า แนวทางการลงโทษนี้จะทำให้พรรค ภท.และพรรค พปชร.เกิดความสมานฉันท์ใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า มันเป็นแนวทางของพรรคการเมือง และ ส.ส.กลุ่มดาวฤกษ์ก็เป็น ส.ส.สมัยแรก เขาอาจจะไม่เข้าใจ และการลงโทษก็ถือว่าเป็นกฎของพรรคการเมือง
    เมื่อถามถึงสถานการณ์ภายในพรรค พปชร.ที่มีกระแสข่าวความขัดแย้งเกิดขึ้น พล.อ.ประวิตรตอบด้วยน้ำเสียงขุ่นเคือง ว่า ไม่มีอะไร บอกไม่มีก็ไม่มี ถ้ามีจะอยู่ได้อย่างไร ถ้ามีพรรคก็อยู่ไม่ได้ รัฐบาลก็อยู่ไม่ได้ ถ้ามีความแตกแยกกันก็อยู่ไม่ได้หรอก เมื่อถามถึงการปรับโครงสร้างภายใน พปชร. พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า กำลังคิดอยู่ เดี๋ยวถามสมาชิกพรรคก่อนว่าคิดอย่างไร ทุกอย่างขึ้นอยู่กับสมาชิกพรรคและ กก.บห. ไม่ใช่ใครจะไปคิดเอง
    เมื่อซักว่าการปรับโครงสร้างจะปรับตำแหน่งเลขาธิการพรรคด้วยหรือไม่ พล.อ.ประวิตรหันไปตอบด้วยน้ำเสียงไม่พอใจว่า “ยังไม่ได้ปรับเลย ไอ้ห่า! จะถามทำไม” ผู้สื่อข่าวจึงตอบกลับไปว่า กระแสข่าวนี้มาแรงมาก พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “ยังไม่ได้ทำอะไรเลย จะปรับเลขาฯ พรรคหรืออะไรก็แล้วแต่ ต้องขึ้นอยู่กับสมาชิกพรรคว่าจะทำอย่างไร คุณจะมาถามล่วงหน้าใครจะไปรู้ มีข่าวที่ไหน มีแต่คุณพูดกันแค่คนสองคน ประเทศไทยเป็นอย่างนี้เพราะว่าผู้สื่อข่าวถามไม่เป็นเรื่องเลย จริงหรือไม่”
    นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พปชร. ในฐานะประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า มีการปรับเปลี่ยน เนื่องจากบุคคลที่ดำรงตำแหน่งประธาน กมธ.สามัญประจำสภาผู้แทนราษฎร ต้องทำหน้าที่ใน กมธ. ทำให้ไม่มีเวลามาร่วมประชุมกับวิปรัฐบาล นอกจากนี้ นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ ก็จะขอลาออกจากวิปรัฐบาล เนื่องจากมีภารกิจงานอื่นๆ ใน กมธ.ค่อนข้างมาก ก็เลยจะสลับให้นายศิริพงษ์ รัศมี ส.ส.กทม. กลับเข้ามาเป็นวิปรัฐบาลอีกครั้งหนึ่ง ทั้งนี้ยังมีพรรคประชาธิปัตย์ที่ต้องการขอเปลี่ยนตัววิปฯ ด้วยเช่นเดียวกัน ขณะที่นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์  รมว.ดีอีเอส ก็ได้ลาออกจากวิปรัฐบาลเช่นเดียวกัน ในสัดส่วนของ ครม. ก็มีผู้ลาออก ได้แก่ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ อดีต รมว.ศึกษาธิการ,   นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ อดีต รมว.ดีอีเอส ดังนั้นจะมีประกาศปรับปรุงองค์ประกอบใน ปสส.ออกมาใหม่อีก 1 ฉบับ
    “ไม่อยากให้มองตรงนี้เป็นเรื่องของความขัดแย้ง เพราะการทำงานที่ผ่านมาวิปรัฐบาลมีการประสานงานร่วมกันด้วยดีทุกพรรค ซึ่งการปรับเปลี่ยนตัวบุคคล ส่วนหนึ่งมาจากตลอดเวลากว่า 1 ปี ทุกคนมีภารกิจ มีงานเพิ่มมากขึ้น ทำให้ไม่มีเวลามาทำงานตรงนี้ได้ จึงได้สลับปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม” นายวิรัชกล่าว
    ด้าน น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี แกนนำกลุ่ม ส.ส.ดาวฤกษ์ กล่าวว่า ตนได้ลาออกจากวิปรัฐบาลกับนายวิรัชมาเป็นปีแล้ว อีกทั้งในรายชื่อเวลาเซ็นชื่อก็ไม่มีชื่อตนมาเป็นปีแล้วด้วย แต่ส่วนตัวเข้าใจว่าวิปรัฐบาลไม่ได้เปลี่ยนชื่อและส่งรายชื่อให้นายกฯ เพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย เพราะรอให้เป็นวงรอบปี ซึ่งเรื่องมาลงในช่วงเวลานี้พอดี
    เมื่อถามถึงผลสอบกรณี ส.ส.ดาวฤกษ์โหวตสวนมติพรรค ในการโหวตอภิปรายไม่ไว้วางใจ กก.สอบข้อเท็จจริงของ พปชร.แจ้งผลสอบมาแล้วหรือไม่ น.ส.วทันยาระบุว่า เป็นเรื่องของผู้ใหญ่ในการพูดคุยกัน.