เปิดตัวแท็กซี่เบนซ์ 2กม.แรก 150บาท


   

    ขนส่งฯ เตรียมเปิดตัวแท็กซี่วีไอพี 30 พ.ค.นี้ โชว์หรูส่งเบนซ์วิ่งให้บริการ ราคาเริ่มต้น 2 กม.แรก 150 บาท ตั้งเป้ามีแท็กซี่วีไอพี 5 พันคันภายในปีนี้ ด้านออลไทยทุ่มกว่า 300 ล้าน ลงทุนนำแท็กซี่วีไอพีเบนซ์ 100 คันให้บริการผู้โดยสารย่านธุรกิจ-โรงแรม-สนามบิน
    นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เปิดเผยว่า ตามที่ประกาศกฎกระทรวงได้มีโครงการรถแท็กซี่แบบพิเศษ หรือแท็กซี่วีไอพี (TAXI VIP) ที่มีผลบังคับใช้แล้วเมื่อวันที่ 9 พ.ย.60 นั้น ในวันที่ 30 พ.ค.นี้ ขบ.เตรียมเปิดตัว "แท็กซี่วีไอพี" ของ "ออลไทยแท็กซี่" เพื่อยกระดับการให้บริการรถแท็กซี่ รวมถึงเป็นการเพิ่มทางเลือกและอำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชน ทั้งนี้ ในระยะแรกออลไทยแท็กซี่จะนำรถมาวิ่งให้บริการ 100 คัน โดยเลือกใช้เบนซ์ C Class ซึ่งจะต้องเรียกใช้บริการผ่านแอปพลิเคชัน ALL THAI TAXI และเตรียมจัดจุดจอดเพื่อรองรับไว้ อาทิ สนามบิน เป็นต้น ในส่วนของรถที่จะนำมาให้บริการนั้น จะเป็นไปตามระเบียบที่ ขบ.รับรองไว้แล้ว อาทิ การกำหนดให้ดำเนินการรูปแบบนิติบุคคล จำนวนรถไม่ตํ่ากว่า 20 คัน ตัวรถติดตั้งระบบไอทีทันสมัยที่ได้กำหนดไว้ เช่น ติดตั้งระบบ GPS Tracking ระบบรูดบัตรเครดิต ติดตั้ง CCTV 360 องศา ปุ่มฉุกเฉิน มิเตอร์เชื่อมโยงกับระบบกับส่วนกลาง จอรับ-ส่งงานกับศูนย์ควบคุมบริการ ซึ่งได้กำหนดคุณสมบัติสูงกว่าแท็กซี่โอเคทั่วไป ส่วนกล่องป้ายบนหลังคาจะระบุชัดเจนว่า "แท็กซี่วีไอพี"
    นายสนิทกล่าวต่อว่า สำหรับโครงการแท็กซี่วีไอพีนั้น นอกเหนือจาก "ออลไทยแท็กซี่" แล้ว ในขณะนี้มีผู้ประกอบการอีก 1 รายที่ติดต่อมายัง ขบ.เพื่อเข้าร่วมโครงการดังกล่าว คือ Eco Society ที่จะใช้รถยนต์ประหยัดเชื้อเพลิงมาให้บริการ เบื้องต้นแจ้งความประสงค์จดทะเบียนรถ 500 คัน และคาดว่าจะจดทะเบียนรถ 100 คันแรก ภายในช่วง มิ.ย.-ส.ค.นี้ อย่างไรก็ตาม คาดว่าภายในปีนี้จะต้องมีรถแท็กซี่วีไอพี 5,000 คัน สามารถรองรับผู้โดยสารได้ในปริมาณที่เหมาะสม เพราะปัจจุบันมีหลายผู้ประกอบการให้ความสนใจ แต่ยังติดเรื่องตัวรถที่นำมาใช้ เพราะบางรุ่น บางยี่ห้อเข้าเงื่อนไขตามคุณสมบัติที่ ขบ.กำหนดจริง แต่ยังมีเรื่องตัวแทนจัดจำหน่ายยังเป็นเชิงธุรกิจ
    ด้านรายงานข่าวจากบริษัท ออลไทยแท็กซี่ จำกัด แจ้งว่า บริษัทมีแผนให้บริการรถแท็กซี่วีไอพี 100 คัน ใช้เงินลงทุนประมาณกว่า 300 ล้านบาท ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างติดตั้งอุปกรณ์ส่วนครบรถแท็กซี่วีไอพี 15 คัน ซึ่งการติดตั้งอุปกรณ์ส่วนควบเหมือนกับแท็กซี่โอเค ประกอบด้วย การติดตั้งเครื่องบันทึกข้อมูลการเดินทางของรถจีพีเอสแทร็กกิ้ง พร้อมอุปกรณ์แสดงตัวผู้ขับรถ มาตรค่าโดยสาร ปุ่มฉุกเฉินสำหรับผู้โดยสารอย่างน้อย 1 จุด ในตำแหน่งที่สามารถมองเห็นได้และใช้งานสะดวก และกล้องบันทึกภาพภายในรถแบบ Snap Shot โดยอุปกรณ์ทั้งหมดต้องเชื่อมโยงและทำงานร่วมกันแบบเรียลไทม์ เพื่อส่งข้อมูลไปยังศูนย์บริการสื่อสารรถยนต์รับจ้าง (แท็กซี่) ของผู้ประกอบการทั้งที่เป็นนิติบุคคล สหกรณ์ ศูนย์วิทยุแท็กซี่ เมื่อติดตั้งแล้วเสร็จจะนำรถมาจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ก่อนจะนำมาเปิดตัวที่ ขบ.ประมาณ 15 คัน ในวันที่ 30 พ.ค.นี้ หลังจากนั้นวิ่งให้บริการทันที 
    อย่างไรก็ตาม ส่วนรถที่เหลืออีก 85 คัน จะทยอยนำรถมาจดทะเบียนเดือนละ 15-20 คัน จนครบทั้งหมดภายใน ส.ค.นี้ ส่วนอัตราค่าโดยสาร 2 กม. แรกเริ่มต้นที่ 150 บาท ส่วน กม.ต่อไป กม.ละ 16 บาท สำหรับรถแท็กซี่วีไอพีนี้ บริษัทได้เลือกใช้รถยี่ห้อเบนซ์มาให้บริการ เนื่องจากมีสมรรถนะสูงและได้มาตรฐานตามที่ ขบ.กำหนดแล้ว ยังตอบโจทย์กลุ่มผู้โดยสารที่ใช้บริการ หากใช้บริการแท็กซี่วีไอพีต้องดูหรูและผู้โดยสารกลุ่มนี้สามารถจ่ายได้กับการใช้บริการ ส่วนต้นทุนรถเบนซ์ตกคันละ 3 ล้านบาท ขณะที่ค่าติดตั้งอุปกรณ์ส่วนควบเฉลี่ย 30,000-40,000 บาท หลังจากเปิดให้บริการจะประเมินความพึงพอใจของผู้โดยสาร เพื่อนำมาปรับใช้ให้บริการต่อไป เบื้องต้นจะนำรถให้บริการในพื้นที่เป็นย่านเศรษฐกิจ เช่น ธนาคาร โรงแรม และสนามบิน ซึ่งผู้โดยสารกลุ่มนี้มีกำลังที่จ่ายได้ ส่วนความปลอดภัยเป็นไปตามมาตรฐานที่ ขบ.กำหนดไว้อยู่แล้ว ทั้งนี้ ในช่วงที่ให้บริการเริ่มแรกยังกังวลเรื่องจำนวนผู้โดยสารที่ใช้บริการ เนื่องจากมีอัตราค่าโดยสารเริ่มต้นราคาสูง ทำให้ผู้โดยสารยังไม่กล้าใช้บริการ อย่างไรก็ตาม ในอนาคตหากได้รับความนิยมจากผู้โดยสาร บริษัทก็มีแผนจะเพิ่มรถแท็กซี่วีไอพีต่อไป.


เรียกว่า "พลวัต" ได้หรือเปล่า? หลัง "บิ๊กแดง" ไม่รับประกันเรื่องรัฐประหาร เพราะสาเหตุหลักอยู่ที่การเมืองว่าจะเป็นต้นเหตุจลาจลหรือไม่ ผ่านมาสาม-สี่วัน ตลาดหุ้นไม่ตกใจ! คือ...ปกติ รัฐประหาร กับตลาดหุ้น นี่เขาไม่ถูกชะตากันอยู่

การเมืองสู่ยุค "ตู่ ดิจิทัล"
'ไม่คือไม่ แต่เมื่อพูด...ก็นี่ไง'
ตามรอย '๑๓ หมูป่าท่องโลก'
คำว่า 'สืบทอดอำนาจ' มาอีกแล้ว
'ยุทธศาสตร์ชาติ' ฉบับชาวบ้าน
เงาสะท้อน 'ประเทศ' วันนี้