ให้มีกำลังใจ-ปัญญา พระราชดำรัส‘ในหลวง’อำนวยพร4รมต.เข้าถวายสัตย์ฯ


เพิ่มเพื่อน    

 นายกฯ นำ 4 รัฐมนตรีใหม่เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ "ในหลวง" พระราชทานพระราชดำรัส ขออำนวยพรให้มีกำลังใจ การปฏิบัติหน้าที่คงจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เพื่อประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน ขณะที่เพื่อไทยเชื่ออีกไม่นานจะมีการปรับ ครม.ครั้งใหญ่ เพื่อชิงความได้เปรียบก่อนยุบสภา

    เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่ทำเนียบรัฐบาล ก่อน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม จะนำรัฐมนตรีใหม่ทั้ง 4 คน ที่ได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ประกอบด้วย นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ, นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รมช.คมนาคม และนายสินิตย์ เลิศไกร รมช.พาณิชย์ เข้าเฝ้าฯ เพื่อถวายสัตย์ปฏิญาณ ก่อนเข้ารับหน้าที่ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต กทม. ในเวลา 18.15 น.
    ตั้งแต่เวลา 15.45 น. บรรดารัฐมนตรีใหม่ต่างทยอยเดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาลเพื่อถ่ายรูปทำบัตร ครม. และเตรียมตัวเดินทางไปเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ โดยนายสินิตย์เดินทางมาถึงเป็นคนแรก เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าตื่นเต้นหรือไม่ นายสินิตย์ยอมรับว่าตื่นเต้น
    จากนั้น นายวีรศักดิ์เดินทางมาถึง ต่อด้วยนายชัยวุฒิและ น.ส.ตรีนุช โดยนายวีรศักดิ์กล่าวว่า จะเดินทางเข้ากระทรวงคมนาคม เวลา 09.00 น. วันที่ 29 มี.ค. ส่วนจะมีการประชุมร่วมกับนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคมหรือไม่นั้น ยังไม่มีการนัดหมาย และยังไม่ได้มีการพูดคุย รวมถึงยังไม่ได้มีการมอบหมายงานให้ตนรับผิดชอบในส่วนใด เนื่องจากตนได้รับทราบว่ามีการแต่งตั้งเมื่อวันที่ 22 มี.ค. อย่างไรก็ตาม คิดว่าในการทำงานที่กระทรวงคมนาคมไม่ได้มีปัญหาอะไร เพราะไม่ว่าจะไปอยู่ที่ไหน ตนก็ทำงานเหมือนกับที่อยู่กระทรวงพาณิชย์
    ด้านนายชัยวุฒิกล่าวว่า จะเข้ากระทรวงดีอีเอสในวันที่ 29 มี.ค. ช่วงบ่าย เพราะช่วงเช้าต้องมาประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ครั้งที่ 1/2564 ที่ทำเนียบรัฐบาล คาดว่าในวันที่ 31 มี.ค. หรือ 1 เม.ย. จะเข้ามอบนโยบายให้ข้าราชการประจำกระทรวงดีอีเอส
    เมื่อถามว่า นอกจากงานที่จะต้องสานต่อจากรัฐมนตรีคนเก่าแล้ว มีโครงการใหม่จะต้องเร่งดำเนินการในช่วงแรกของการเข้าปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ นายชัยวุฒิกล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มี ต้องขอเข้าไปดูงานที่กระทรวงก่อน ใจเย็นๆ ยังมีเวลาเยอะ
    ถามอีกว่า การมาเป็นรัฐมนตรีดีอีเอสในช่วงการชุมนุมเข้มข้นและถือว่าหนักเอาการ รู้สึกกดดันหรือไม่ เขาตอบว่า หนักอย่างไร ไม่เห็นมีอะไร กระทรวงอื่นหนักกว่านี้อีก กระทรวงดีอีเอสเป็นกระทรวงที่แก้ปัญหาเรื่องเศรษฐกิจยุคใหม่ และเรื่องปัญหาสังคม ความมั่นคง ซึ่งหลายเรื่องก็ทำมาได้ดีแล้ว ผมก็สานต่อให้ดียิ่งขึ้น อาจจะมีบางเรื่องที่ยังไม่เด็ดขาด ยังไม่จบ ทั้งการติดในข้อกฎหมายและเงื่อนไขบางอย่าง เราก็มาดูกันว่าจะทำอะไรได้บ้าง
    รมว.ดิจิทัลฯ กล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีทั้งเรื่องการแก้ปัญหาเว็บต่างๆ ซึ่งก็ทราบว่าบางเรื่องอำนาจรัฐหรือการดำเนินคดีต่างๆ ยังไม่รวดเร็วหรือเป็นรูปธรรมเท่าไร ก็ต้องหาวิธีต่อไป เพื่อให้บ้านเมืองสงบสุขที่สุด
    เมื่อถามว่า จะทำให้เฉียบขาดมากขึ้นใช่หรือไม่ นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ก็ต้องมาคุยกันว่าทำได้มากน้อยแค่ไหน เพราะหากเฉียบขาดมากก็อาจจะไปกระทบสิทธิเสรีภาพของประชาชน ก็ต้องหาความพอดีที่จะทำให้บ้านเมืองสงบสุข และประชาชนก็มีความสุขด้วย
    ด้าน น.ส.ตรีนุชกล่าวว่า จะเดินทางเข้ากระทรวงศึกษาธิการ ในเวลา 08.00 น. วันที่ 29 มี.ค. และจะมอบหมายงานในทันที
    จากนั้นเวลา 17.05 น. สี่รัฐมนตรีใหม่ได้ขึ้นรถตู้พร้อมกัน เดินทางไปพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต
ขออำนวยพรให้มีกำลังใจ
    ต่อมา เวลา 18.50 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้   พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นำคณะรัฐมนตรีซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งใหม่ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ ดังนี้ นางสาวตรีนุช  เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม,    นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม, นายสินิตย์ เลิศไกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในโอกาสนี้ นายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี และนายธีระพงษ์  วงศ์ศิวะวิลาส เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ร่วมเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทด้วย
    การนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราชดำรัสเพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติหน้าที่ ความว่า ขออำนวยพรให้มีกำลังใจ กำลังกาย กำลังปัญญา ที่จะปฏิบัติหน้าที่ให้ดี เชื่อว่า การปฏิบัติหน้าที่คงจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เพื่อประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน ขออำนวยพร
     พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขานุการคณะกรรมการกิจการพิเศษ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สถานการณ์การเมืองกำลังเดินย่ำสู่จุดพลิกโฉม เนื่องจากเหตุการณ์ดังต่อไปนี้ คือกระบวนการยุติธรรมที่เข้าไประงับยับยั้งการชุมนุมประท้วงขับไล่รัฐบาลสืบทอดอำนาจ จนถูกสังคมวิพากษ์อย่างหนักว่าอยุติธรรม ต้องเร่งปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมโดยเร็ว เหตุที่สอง คือกระบวนท่ายึกยักว่ารัฐธรรมนูญจะแก้ไขไม่สำเร็จในช่วงรัฐบาลนี้ สวนทางกับนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลเอง เหตุที่สาม คือการเร่งสปีดตั้งพรรคการเมืองใหม่ๆ ของปีกขบวนการสืบทอดอำนาจ เพื่อหวังให้ได้ ส.ส.จากระบบบัญชีรายชื่อเพิ่มในการเลือกตั้งใหญ่ครั้งหน้า โดยชิงใช้กติกาเดิมที่ฝ่ายตนได้เปรียบ
    และเหตุที่สี่ คือการปรับ ครม.ครั้งล่าสุด เป็นภาพของการตั้งคนที่ไม่ได้รับการยอมรับจากฝ่ายเดียวกัน ทั้งๆ ที่รู้แก่ใจว่าจะเป็นระเบิดเวลาเร่งความแตกแยกจนรัฐบาลพังลงได้ แต่ที่จริงมันคือการทำเพียงชั่วคราวเพื่อการต่างตอบแทนไปก่อน ต่อจากนั้นไม่นานจะมีการปรับ ครม.ครั้งใหญ่ ตั้งคนของตนเพื่อคุมอำนาจรัฐชิงความได้เปรียบล่วงหน้า ปัจจัยที่กล่าวมานั้นคือชนวนสู่การเลือกตั้งใหญ่ครั้งใหม่ แต่จุดจบที่จะนำไปสู่การเลือกตั้งใหม่คือนายกฯสืบทอดอำนาจถูกประชาชนขับไล่จนตกเก้าอี้ นายกฯ ยุบสภา หรือลาออกแล้วได้นายกฯ คนใหม่ ซึ่งจะอยู่ระยะสั้นแค่จัดระเบียบการเลือกตั้ง แล้วก็ไปสู่การยุบสภาเลือกตั้งใหม่ในท้ายที่สุด
    "ไม่ว่าจะใช้กติกาแบบใดก็ตาม ขณะนี้ประชาชนเจ้าของอธิปไตยตัวจริงทุกหมู่เหล่าได้ตกผลึกร่วมกันแล้วว่า การเปลี่ยนแปลงแบบพลิกฟ้าพลิกแผ่นดินภายหลังการเลือกตั้งใหญ่ครั้งใหม่นั้น พวกเขาได้ลิขิตเป้าประสงค์ตรงกันไว้แล้วว่า บ้านเมืองนี้จะต้องปกครองโดยประชาธิปไตย ที่เป็นธรรม" พล.ท.ภราดรกล่าว
    นายนคร มาฉิม อดีตรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า นับแต่ลาออกจากสมาชิกพรรคเพื่อไทย จากนี้จะเดินหน้าจัดตั้งพรรคการเมืองอย่างแน่นอน พรรคนี้จะเป็นพรรคฝ่ายประชาธิปไตย ต่อสู้กับเผด็จการทุกรูปแบบ ล้มทรราชให้ได้ ขอเชิญชวนประชาชนทุกหมู่เหล่า ทุกสาขาอาชีพ นักวิชาการ นักการเมือง ที่มีหัวใจการต่อสู้อย่างแข็งกล้า หากอยากเปลี่ยนแปลงประเทศไปสู่ประชาธิปไตยแท้จริง ล้างมรดกบาปเผด็จการ ขอเชิญชวนมาร่วมงานกัน  
    “เหตุที่ทำพรรคการเมืองใหม่ เพราะเห็นว่าการต่อสู้ภายใต้กติกาเผด็จการปัจจุบัน ไม่อาจเปลี่ยนแปลงประเทศไปในทางที่ดีได้ ประชาชนมีแต่ถูกกดขี่ ยังถูกครอบงำ องคาพยพของเขาก็เป็นเพียงลิ่วล้อ บริวาร จากนี้จะแสวงหาจอมยุทธ์ทั่วหล้า นักสู้ทั่วแผ่นดิน มาร่วมพลังกันมาสร้างบ้านแปงเมืองอีกครั้ง เราจะเดินหน้าสู้ทุกรูปแบบ เรื่องนโยบายได้คิดเอาไว้เบื้องต้นแล้ว พรรคนี้ผมจะเป็นหัวหน้าพรรคเอง ช่วงต้นเดือนเม.ย.น่าจะเปิดตัวได้ และจะส่งผู้สมัครครบทุกเขตเลือกตั้ง พรรคนี้ไม่ใช่พรรคคนเสื้อแดง ไม่ได้เป็นพรรคเพื่อสีเสื้อใดสีเสื้อหนึ่ง แต่เป็นพรรคฝ่ายประชาธิปไตย อย่างแท้จริง ที่จะต่อสู้ทั้งในสนามเลือกตั้งและสนามอื่นทุกรูปแบบ” นายนครกล่าว.  

 

 


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"