'อิทธิพล' รับไม่สบายใจเทศกาลสาดสีการ์ดตก 'อนุทิน' ฮึ่มต้องมีผู้รับผิดชอบ


เพิ่มเพื่อน    

30 มี.ค.64 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอิทธิพล​ คุณปลื้ม​ รมว.วัฒนธรรม​ กล่าวถึงเทศกาลสาดสี HOLI Festival เฉลิมฉลองแบบอินเดียที่ไนท์บาซาร์​ จ.เชียงใหม่​ที่ผ่านมา โดยไม่มีการเว้นระยะห่าง​ จนมีความกังวลว่าจะเป็นคลัสเตอร์ใหม่ว่า เป็นเทศกาลของอินเดีย เป็นการเปลี่ยนฤดูกาลจากฤดูใบไม้ผลิเป็นฤดูร้อน และในทุกปีชาวอินเดียทั่วโลกจะมีการจัดเทศกาลนี้ ตามความเชื่อถือเป็นการขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในเรื่องสุขภาพ ซึ่งก่อนหน้าจะมีการแพร่ระบาดของโควิด-19 ก็มีการขออนุญาตจัดกิจกรรมในชุมชนชาวอินเดียหลายจังหวัด เช่น​ พัทยา​ จ.ชลบุรี หรือที่จ.เชียงใหม่ที่เกิดกรณี โดยในเทศกาลจะมีการสาดแป้งฝุ่นสีสันต่างๆ แต่จากภาพที่ออกมาทำให้ทุกคนมีความกังวลใจ เพราะไม่ได้มีการใส่หน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า ไม่มีการเว้นระยะห่าง ในส่วนนี้ศบค.เอง เห็นถึงความเสี่ยงที่เกิดขึ้น เป็นกรณีตัวอย่างก่อนที่จะถึงเทศกาลสงกรานต์

อย่างไรก็ตาม ส่วนความเป็นห่วงว่าจะมีผู้ติดเชื้อหรือเกิดคัตเตอร์ใหม่นั้น​ ก็ต้องติดตาม แต่ตอนนี้ยังไม่เกิดขึ้น ทั้งนี้​ กรณีเทศกาลสาดสีที่เกิดขึ้นเป็นการจัดโดยภาคเอกชน​ แต่ไม่ได้มีการขออนุญาตมาถึงกระทรวงวัฒนธรรม​ และตนได้มาเห็นตอนเมื่อปรากฏภาพแล้ว​ และเมื่อเห็นตนไม่สบายใจกับภาพที่เกิดขึ้น เพียงแต่ตอนนี้ยังไม่ได้เกิดปัญหาอะไรขึ้นมา แต่ต้องเฝ้าระวังไม่ให้เกิดขึ้นต่อไป​ จึงฝากทุกจังหวัดในช่วงต้นเดือนเม.ย.นี้เป็นต้นไป จะมีกิจกรรมก่อนสงกรานต์ค่อนข้างมาก​ จึงขอฝากทุกชุมชน ทุกๆพิธีการที่จะมีการจัดกิจกรรมในช่วงหลังจากนี้ ไม่ว่าจะเป็นการทำบุญหรือขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ หลากหลายรูปแบบ ขอให้เน้นมาตรการป้องกันของกระทรวงสาธารณสุข ขอให้ปฏิบัติอย่างเคร่งครัด นอกจากนี้​คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดจะเข้าไปดูแลด้วย

ผู้สื่อข่าวถามว่า​ ประเด็นนี้จะนำมาหารือในที่ประชุมศบค.หรือไม่​ นายอิทธิพล​ กล่าวว่า​ ศบค. ได้เคยมอบหมายคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดพิจารณาเป็นกรณี ฉะนั้นกิจกรรมที่คล้ายกับเทศกาลสาดสี แต่ละจังหวัดต้องพิจารณาให้ถี่ถ้วน ส่วนข้อปฏิบัติต่างๆกระทรวงวัฒนธรรมได้ออกเป็นภาพการ์ตูน รวมถึงได้ออกประกาศของกระทรวงวัฒนธรรม เป็นข้อปฏิบัติเกี่ยวกับสงกรานต์ เน้นย้ำว่าสงกรานต์ปีนี้ไม่สาดน้ำ ไม่ประแป้ง แต่ยังจัดได้ตามประเพณี รดน้ำขอพรผู้ใหญ่​ สรงน้ำพระ

เมื่อถามว่า​ กรณีที่เกิดขึ้นยังไม่ถือว่ามีความผิดใช่หรือไม่ นายอิทธิพล​ กล่าวว่า กรณีนี้เป็นความเสี่ยง​ แต่ต้องไปดูในประกาศของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดของแต่ละจังหวัด ว่ามีการกำหนดเหมือนกับกทม.หรือไม่ ว่าหากจัดตั้งแต่ 300 คนขึ้นไปต้องขออนุญาต จึงต้องไปดู

ด้าน นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข กล่าวถึงกรณีเทศกาลสาดสี HOLE Festival เฉลิมฉลองแบบอินเดียที่ไนท์บาซาร์ จ.เชียงใหม่ที่ผ่านมา​ ซึ่งไม่มีการสวมหน้ากากอนามัยว่า ตนก็เป็นกังวล ต้องรีบหารืออธิบดีกรมควบคุมโรค และปลัดกระทรวงสาธารณสุขว่า เป็นการอนุญาตจัดงานแบบนี้อยู่บนพื้นฐานอะไร เพราะการติดเชื้อโควิด-19 ไม่ได้อยู่ที่ว่าไม่ได้สาดน้ำแต่มาสาดสีจะไม่ติดเชื้อ แต่ที่ติดเพราะเป็นการรวมตัวของผู้คน มีการกระจายละอองฝอยลมหายใจกัน ซึ่งต้องเช็คดูก่อน เพราะตนเพิ่งทราบเมื่อเช้านี้ ส่วนที่บางคนบอกว่าสาดสี ไม่ได้สาดน้ำ ความจริงแล้วมันก็เหมือนกัน มันไม่ได้เกี่ยวว่าสาดอะไร มันเกี่ยวกับการเข้ามารวมกลุ่มกันมากกว่า ซึ่งตนก็ถามไปว่าใส่หน้ากากอนามัยกันหรือเปล่า ก็ได้รับคำตอบว่าไม่ได้ใส่ ถ้าเป็นแบบนั้นมันก็มีโอกาสยุ่ง

เมื่อถามว่า เรื่องนี้จะทำให้เป็นบรรทัดฐานขยายไปทั่วประเทศหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ต้องเช็คดูก่อนว่าเขามีมาตรการป้องกันอย่างไร แต่เรื่องการอนุมัติ อนุญาตอะไรต่างๆก็ต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่า ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ในแต่ละจังหวัดก็เป็นอำนาจหน้าที่ของผู้ว่าราชการจังหวัดไม่ได้อนุมัติโดยรัฐบาล ดังนั้น ผู้ว่าฯต้องประเมินสถานการณ์ และว่ากันเป็นกรณีๆไป แต่ที่จ.เชียงใหม่ มันเคยเกิดขึ้นมาแล้วที่ร้านวอร์ม อัพ คาเฟ่ ฉะนั้นก็ต้องระวัง เพราะเชื้อมันยังอยู่

เมื่อถามว่า แบบนี้ต้องกำชับผู้ว่าฯเรื่องการจัดงานหรือไม่ คงไม่ได้มีอำนาจหน้าที่ไปกำชับผู้ว่าฯ ตนมีอำนาจในการกำชับปลัดกระทรวงสาธารณสุข อธิบดีกรมควบคุมโรค และสาธารณสุขจังหวัด ซึ่งเป็นเลขานุการคณะกรรมการโรคติดต่อ โดยมีผู้ว่าฯเป็นประธาน ซึ่งขั้นตอนตนก็จะไปตามขั้นตอนของตนก่อน เรื่องนี้เป็นอำนาจอยู่ที่ผู้ว่าราชการจังหวัด ใครอนุญาตไปก็ต้องรับผิดชอบ


เรื่อง "ฉีดวัคซีน" คณะกรรมการ "วัคซีนแห่งชาติ" ออกแผนใหม่ล่าสุดมาแล้ว! Walk-in ครับ Walk-in แปลว่า "ฉุยฉายพราหมณ์"

"วาระแห่งชาติ" คืออะไร?
มหาดไทย "สะท้อนไทย"
๒ ยุค ๒ สมัย ใน ๑ ลีลา
เมื่อ "เดือนกันยา" มาเยือน
ประชาธิปัตย์ "เท่" อีกแล้ว
"ธรรมนัสกับจริยธรรม"