
31 มี.ค.64 - ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก หลังพนักงานอัยการได้ยื่นฟ้องนายเอกชัย, นายบุญเกื้อหนุน, นายสุรนาถ, นายชนาธิป และนายภาณุภัทร์ เป็นจำเลยที่ 1-5 ต่อศาลแล้ว ศาลรับฟ้องเป็นคดีหมายเลขดำ อ.778/2564 สอบคำให้การจำเลยทั้งหมดแล้ว จำเลยทั้งหมดแถลงให้การปฏิเสธ ขอต่อสู้คดี ศาลจึงนัดพร้อมตรวจพยานหลักฐานต่อไปในวันที่ 26 เม.ย. 2564 เวลา 9.00 น.
สำหรับคำฟ้องคดีระบุพฤติการณ์สรุปได้ว่า กลุ่มคณะราษฎร 2563 ได้ชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ในวันที่ 14 ต.ค. 2563 โดยเวลาประมาณ 14.30 น. กลุ่มผู้ชุมนุมเริ่มเคลื่อนขบวนไปยังทำเนียบรัฐบาล ตลอดเส้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนได้ตั้งเครื่องกีดขวางหลายจุด ทำให้ผู้ชุมนุมบางส่วนซึ่งมีจำเลยที่ 1-5 รวมอยู่ด้วย ได้แยกตัวออกมาจากขบวน เดินล่วงหน้าไปรวมตัวกันที่ ถ.พิษณุโลก ใกล้ทำเนียบรัฐบาลเพื่อรอขบวน ขณะนั้นตลอดเส้นทาง ถ.พิษณุโลก ยังไม่ปิดการจราจร เนื่องจากยังต้องดำรงไว้เป็นเส้นทางเสด็จพระราชดำเนินตามหมายกำหนดการขบวนเสด็จของสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ พระบรมราชินี พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ
จำเลยทั้งห้ากับพวกจำนวนหลายร้อยคนยืนบนพื้นผิวจราจร ถ.พิษณุโลก ช่วงตั้งแต่หน้าประตู 3 ทำเนียบรัฐบาล จนถึงเชิงสะพานชมัยมรุเชฐ ในลักษณะกีดขวางการจราจรโดยไม่ได้รับอนุญาต เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนได้จัดแถวคู่ขนานขบวนเสด็จพระราชดำเนินตลอดแนวขบวน เพื่อเป็นแนวสกัดกั้นกลุ่มผู้ชุมนุมไม่ให้เข้ามาประชิดใกล้ขบวนเสด็จ จากนั้นตำรวจแถวหน้าได้ขยับเดินไปข้างหน้านำขบวนเสด็จให้เคลื่อนที่ไปข้างหน้าตามรถนำขบวน 4 คันแรกดังกล่าวไปอย่างช้าๆ
ในทันใดนั้น จำเลยทั้งห้ากับพวกได้ร่วมกันเดินเข้าไปขวางเส้นทางเสด็จพระราชดำเนิน โดยช่วยกันใช้กำลังผลักดันแถวแนวหน้าตำรวจควบคุมฝูงชนที่กำลังเคลื่อนเดินหน้านำขบวนเสด็จไปยังเชิงสะพานชมัยมรุเชฐ เพื่อขัดขวางไม่ให้ขบวนเสด็จสามารถเคลื่อนผ่านขึ้นสะพานชมัยมรุเชฐไปยังแยกนางเลิ้งได้ โดยมีจำเลยที่ 1 เป็นผู้สั่งการนำ จำเลยที่ 2-5 กับพวก เดินเข้าไปขัดขวางเส้นทางเสด็จพระราชดำเนิน โดยร่วมกันใช้กำลังผลักดันแถวหน้าตำรวจควบคุมฝูงชนไม่ให้นำขบวนเสด็จพระราชดำเนินเคลื่อนที่ขึ้นไปข้างหน้าได้
เมื่อจำเลยทั้งห้ากับพวกไม่สามารถต้านทานแรงผลักดันของตำรวจควบคุมฝูงชนได้ จำเลยที่ 3 ได้สั่งการให้ผู้ชุมนุมนั่งลงบน ถ.พิษณุโลก ขัดขวางเส้นทางเสด็จ ทำให้ตำรวจควบคุมฝูงชนต้องหยุดรอตำรวจมาเสริมกำลังหน้าแถว ตำรวจได้ช่วยกันดึงและผลักดันพวกของจำเลยทั้งห้าที่นั่งขวางบน ถ.พิษณุโลก บริเวณเชิงสะพานชมัยมรุเชฐ จนจำเลยทั้งห้ากับพวกไม่สามารถต้านทานแรงผลักดันได้ จึงได้ยอมถอยออกไปจากเส้นทางขบวนเสด็จ แต่ยังคงยืนอยู่บนถนน ขณะที่ขบวนเสด็จกำลังเคลื่อนผ่าน จำเลยที่ 1, 4, 5 กับพวกได้ชูสามนิ้วใส่ขบวนเสด็จอีกด้วย
ขอให้ลงโทษในความผิดฐานร่วมกันพยายามกระทำการประทุษร้ายต่อเสรีภาพของพระราชินี, มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป กระทำการให้เกิดความวุ่นวายฯ โดยจำเลยที่ 1 และ 3 เป็นหัวหน้าหรือผู้สั่งการ, กีดขวางการจราจร และกีดขวางทางสาธารณะ ตาม ป.อาญา ม.110, 215, 385 และ พ.ร.บ.จราจรทางบก เหตุเกิดที่แขวงดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพฯ
|
ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802 |
| นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร' |
| อนาคต 'คนนินทาเมีย' |
| 'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ' |
| ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ |
| วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง" |
| "การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา. |