เต้นตามจี้ปล่อยน้องนศ. กสม.ชี้ม็อบ63ไม่รุนแรง


เพิ่มเพื่อน    

 "บช.น." เร่งตรวจพฤติกรรมม็อบ 10 เม.ย.  ลั่นพบกระทำผิดเจอดำเนินคดีแน่ "ณัฐวุฒิ" ปัดปลุกม็อบเสื้อแดงชุมนุมใหญ่ ยันยืนเคียงข้าง นศ. จี้ปล่อยตัวคนโดนขัง ม.112 "ธนกร" โต้ "เต้น" แกนนำราษฎรติดคุกเพราะจาบจ้วงสถาบัน "กสม." สรุปชุมนุมปี 63 มีกระทบกระทั่งแบบไม่รุนแรง

    ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) วันที่ 11 เมษายน พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) ในฐานะโฆษก บช.น. กล่าวถึงการชุมนุมรำลึก 11 ปี 10 เมษายน 2553 ว่า วันที่ 10 เมษายนที่ผ่านมามีการชุมนุมทั้งหมด 5 กลุ่ม กระจายตัวอยู่ตามสถานที่ต่างๆ ทั้งวัดชนะสงครามฯ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย  แยกคอกวัว และกลุ่มราษฎรนนทบุรีมาสมทบที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ซึ่งขณะนี้พนักงานสอบสวน สน.ชนะสงครามได้รวบรวมข้อมูล ดูพฤติกรรมว่าแต่ละกลุ่มมีความผิดเข้าข่ายความผิดกฎหมายใดหรือไม่ โดยจะประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่ของ กทม.และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ถ้าพบว่ามีความผิดพนักงานสอบสวนก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
    "ในพื้นที่กรุงเทพมหานครได้มีการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน  ห้ามมีการมั่วสุมหรือชุมนุมที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดไวรัสโควิด และ พ.ร.บ.ควบคุมโรค ดังนั้นถ้ามีการฝ่าฝืนก็จะมีความผิดทันที" โฆษก บช.น.กล่าว
    ขณะที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ หนึ่งในแกนนำคนเสื้อแดง  โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวตอนหนึ่งว่า "ยืนยันว่าไม่ได้ชูธงสงคราม แต่ถามหาสันติภาพ ไม่มีแนวคิดเคลื่อนขบวนชุมนุมใหญ่หรือเข้าไปแทรกแซงก้าวก่ายการต่อสู้ของคนหนุ่มสาว ทุกอย่างเป็นวาระของพวกเขา เพียงแต่เห็นว่าควรแสดงจุดยืนเคียงข้าง เป็นพลังประคับประคองไม่ให้อนาคตของชาติถูกกระทำหรือบอบช้ำไปกว่านี้ ผมเรียกร้องให้คนรุ่นเราร่วมกันคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพราะพวกเขาหรือเราที่ผิด เด็กกำลังแบกรับสิ่งที่พวกเขาทำ หรือแท้จริงเป็นสิ่งที่เราทำทิ้งไว้กันแน่"
    นายณัฐวุฒิกล่าวว่า "การแก้ปัญหาไม่มีอะไรดีไปกว่าเปิดใจรับฟัง ยอมรับและเข้าใจความเปลี่ยนแปลงซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาของทุกสังคม จับขัง ปราบปราม หรือกระทั่งฆ่ายังไงก็ไม่จบ บิดเบือนว่าร้ายให้กลายเป็นขบวนการโค่นล้มสถาบันก็จะยิ่งไปกันใหญ่ ต้องเริ่มต้นด้วยเมตตา รูปธรรมแรกคือปล่อยทุกคนจากที่คุมขังทันที การใช้มาตรา  112 ดำเนินคดีจนเกิดข้อวิพากษ์วิจารณ์กระบวนการยุติธรรมในแง่มุมต่างๆ ไม่เป็นผลดีต่อทุกฝ่าย ทุกสถาบัน"
    "อย่าได้กังวลหรือหวาดระแวง ผมมาดีต้องการเพียงให้สถานการณ์นี้คลี่คลายลงด้วยสันติ ความเปลี่ยนแปลงถ้าจะเกิดขึ้นเป็นความเปลี่ยนแปลงที่ทำให้สังคมไทยเคลื่อนไปข้างหน้า ทุกคนทุกฝ่ายอยู่ร่วมกันโดยไม่ต้องโค่นล้มทำลายกันและกัน ผมไม่ได้หลับหูหลับตาเข้าข้างนักเรียน นักศึกษา แนวคิดแนวทางการต่อสู้บางอย่างก็เฝ้ามองด้วยความห่วงใย แต่ผมเคารพการต่อสู้ของพวกเขา  เชื่อว่าการเรียนรู้จากประสบการณ์จริงจะทำให้เราเห็นข้อสรุปและพัฒนาการในแต่ละก้าวนับจากนี้" แกนนำคนเสื้อแดงผู้นี้ระบุ
    ด้านนายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายณัฐวุฒิปราศรัยฝากถึงผู้มีอำนาจอย่าจัดการแกนนำคณะราษฎรด้วยความเกลียดชัง พร้อมทั้งสดุดีวีรกรรมของแกนนำว่า  ตนเข้าใจว่านายณัฐวุฒิอยู่ข้างในคุกเพิ่งออกมา ทราบความจริงหรือไม่ว่าแกนนำคณะราษฎรที่ติดคุกศาลไม่ให้ประกันตัวนั้น เพราะมีการกระทำผิดมาตรา 112 มีการจาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างรุนแรงที่สุดเท่าที่เคยมีมา  ไม่ใช่มีการเคลื่อนไหวเรียกร้องสิทธิเสรีภาพเลย เพราะทุกคนที่อยู่ในประเทศไทยนี้มีสิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาค  ความเท่าเทียมเต็มที่อยู่แล้ว แต่สิทธิเสรีภาพต้องอยู่ภายใต้กฎหมายบ้านเมือง
    "อยากบอกนายณัฐวุฒิว่า พลังขับเคลื่อนของคนหนุ่มสาวในการพัฒนาประเทศเป็นเรื่องที่ดี แต่ที่ผ่านมาแกนนำคณะราษฎรไม่เคยเรียกร้องอะไรที่เกี่ยวกับการพัฒนาประเทศเลย นอกจากการแก้ไขมาตรา 112 หรือการทำลายสิ่งที่คนไทยรักและศรัทธา จึงอยากจะให้นายณัฐวุฒิได้เข้าใจ" นายธนกรกล่าว
    เลขาฯ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ตนเชื่อว่านายณัฐวุฒิก็คิดเหมือนตน ไม่อยากให้นายณัฐวุฒิไปสนับสนุนกลุ่มคนที่จาบจ้วงสถาบัน คนไทยทั้งประเทศคงรับไม่ได้ ขอพูดด้วยความหวังดี เพราะหากเป็นการเคลื่อนไหวทางการเมืองเพื่อให้ประเทศดีขึ้นไม่มีใครว่า แต่ขออย่างเดียวว่าอย่ามายุ่งกับสถาบันพระมหากษัตริย์ที่คนไทยรักและเทิดทูน สุดท้ายตนรู้จักกับนายณัฐวุฒิไม่มีอะไรส่วนตัว แต่อยากบอกนายณัฐวุฒิด้วยความรักความหวังดี ขอให้เข้าใจด้วย
    ด้านคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.)  เผยแพร่รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทยปี 2563 โดยในการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในสถานการณ์เฉพาะเกี่ยวกับการชุมนุมเรียกร้องทางการเมืองของนักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชน โดยมีการระบุตอนหนึ่งว่า "สถานการณ์การชุมนุมเรียกร้องทางการเมือง ส่วนใหญ่พบว่าไม่มีเหตุการณ์รุนแรง แม้จะมีการกระทบกระทั่งกันอยู่บ้างระหว่างผู้ชุมนุมกับเจ้าหน้าที่รัฐที่ปฏิบัติหน้าที่ในการดูแลความสงบเรียบร้อยในบางกรณี แต่ทั้ง 2 ฝ่ายพยายามใช้ความอดทนอดกลั้นเพื่อไม่ให้มีความรุนแรงเกิดขึ้น"
    รายงาน กสม.ระบุอีกว่า "การชุมนุมสองกรณีที่บริเวณแยกปทุมวันและหน้ารัฐสภา ที่รัฐใช้มาตรการยุติการชุมนุมโดยการฉีดน้ำแรงดันสูง ซึ่งมีการผสมสารเคมีเข้าใส่ผู้ชุมนุม โดยเฉพาะการชุมนุมเมื่อวันที่ 16 ต.ค.ที่แยกปทุมวัน ซึ่ง กสม.เห็นว่ายังไม่ปรากฏลักษณะที่แสดงให้เห็นถึงการใช้ความรุนแรงจนถึงขั้นต้องใช้มาตรการสลายการชุมนุม การฉีดน้ำผสมสารเคมีจึงเป็นการกระทำที่เกินสมควรแก่เหตุ
    ภาพรวมรัฐยังคงทำหน้าที่ดูแลการใช้เสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบของประชาชน โดยไม่ได้แทรกแซงการใช้เสรีภาพดังกล่าว แม้ในบางกรณีผู้จัดการชุมนุมไม่ได้แจ้งการชุมนุมตามมาตรา 10 พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ แต่การชุมนุมยังคงดำเนินต่อไปได้ โดยในส่วนของการกระทำผิดระหว่างการชุมนุม เจ้าหน้าที่ตำรวจมีการแจ้งข้อกล่าวหาต่อผู้ชุมนุมและออกหมายเรียกให้ไปรับทราบข้อกล่าวหา ซึ่งหลังจากสอบปากคำผู้ชุมนุมจะได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างดำเนินคดี ซึ่งสอดคล้องกับพันธกรณีของไทยตามกติกา ICCPR แต่พบปัญหาอุปสรรคการจำกัดการแสดงความคิดเห็น และการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยพบว่าเดือน ก.ค.-ธ.ค.63 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมได้บูรณาการการทำงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานและยื่นคำขอให้ศาลมีคำสั่งระงับการทำให้แพร่หลายหรือลบข้อมูลคอมพิวเตอร์เป็นจำนวน 50 คำสั่งศาล 1,145  URLs ทั้งนี้ การกระทำดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น หรือการเข้าถึงข้อมูลของประชาชนที่ได้รับการรับรองตามรัฐธรรมนูญ
    นอกจากนั้น การใช้คำพูดที่สร้างความเกลียดชังท่ามกลางสถานการณ์ที่มีความแตกต่างทางความคิดเห็น การใช้วาจาสร้างความเกลียดชังต่อฝ่ายที่มีความเห็นตรงข้ามก็ปรากฏให้เห็นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งรวมถึงภาพวาดการ์ตูนล้อเลียน ภาพถ่าย คลิปวิดีโอ ทั้งนี้อาจนำไปสู่การใช้ความรุนแรงและอาจลุกลามบานปลายได้"
    วันเดียวกัน เวลา 17.30 น. กลุ่มราษฎรจัด "ยืน หยุด  ขัง 112 นาทีกับคณะราษมัม 11 เมษายน 2564 ไปร่วมยืนหยัดเคียงข้างครอบครัวของนักสู้ ไปร่วมยืนยันว่าศาลต้องปล่อยเพื่อนเรา" ที่หน้าศาลฎีกา โดยมีนางสุรีย์รัตน์ ชิวารักษ์ มารดาของนายพริษฐ์ มารดาของนางสาวปนัสยา มารดาของนายไชยอมร มารดาของนายอานนท์ และเทียน-นางสาวประกายดาว พฤกษาเกษมสุข ลูกสาวของนายสมยศเข้าร่วมกิจกรรม.

 


หมู่นี้ ขบวนการล้มเจ้า "โจมตีสถาบัน" หนัก ถึงขั้น "ปั้นข่าวเท็จ" เอาดื้อๆ ว่า "พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว" และ "สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ พระบรมราชินี" ทรงพระประชวร เขียนเป็นตุ-เป็นตะ ว่าทรงพระประชวรด้วยพระอาการโรคนั้นๆ ประทับรักษาพระองค์อยู่โรงพยาบาลนั้นๆ เผยแพร่ทางออนไลน์

โปรใหม่ "ล่าสุด" ชวนฉีด
"วาระแห่งชาติ" คืออะไร?
มหาดไทย "สะท้อนไทย"
๒ ยุค ๒ สมัย ใน ๑ ลีลา
เมื่อ "เดือนกันยา" มาเยือน
ประชาธิปัตย์ "เท่" อีกแล้ว