ฝ่ายค้านตีฆ้อง คนเอือม‘บิ๊กตู่’ ใกล้วันยุบสภา


เพิ่มเพื่อน    

 

ฝ่ายค้านแสนรู้ ปูดพรรคร่วมรัฐบาลจ้องเตรียมเสบียง-สะสมทุนก้อนใหญ่ ผ่าน พ.ร.บ.งบ 65 เพื่อรองรับอุบัติเหตุทางการเมือง "ยิ่งลักษณ์" ตีโพยตีพาย สงสารประชาชนเจอวิกฤติโควิดเพราะรัฐบาลไร้น้ำยา เจอลูกน้องเก่า "แรมโบ้" จับตีเข่าสั่งสอน อัดแค่นายกฯ หนีคดี ไม่มีราคา เอาเวลาไปช็อปปิ้งห้างหรู

    เมื่อวันที่ 13 เมษายน นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองช่วงกลางเดือน เม.ย.-พ.ค.นี้ว่า ความร้อนแรงและความกดดันทางการเมืองน้ำหนักน่าจะอยู่ที่ความสำเร็จในการบริหารจัดการปัญหาโควิด-19 ระลอก 3 เป็นหลัก จะเริ่มเห็นการแสดงออกมากขึ้น อาจไม่ได้ออกมาในรูปแบบการชุมนุมอย่างเดียว แต่กลุ่มคนมีความหลากหลาย รวมถึงคนที่เคยสนับสนุนหรือไม่ได้เคยต่อต้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  นายกฯ และ รมว.กลาโหม ก็จะเริ่มออกมาแสดงออกทางการเมืองเพิ่มมากขึ้นด้วย
     เลขาธิการพรรคก้าวไกลกล่าวว่า เมื่อสภาเปิดประชุมสมัยต่อไป พรรคร่วมรัฐบาลคงคาดหวังว่าการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ สะสมทุนทางการเมืองครั้งสุดท้ายก้อนใหญ่ที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อพร้อมรับกับการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองหลังจาก พ.ร.บ.งบประมาณผ่านสภา มองว่า พรรคร่วมรัฐบาลนอกจากจะช่วยประคองงบรอบนี้ให้ผ่านไปให้ได้แล้ว เขายังเตรียมทางออกอื่นอีกหลายหน้าเอาไว้รับมือสถานการณ์การเมืองหลัง เม.ย.-พ.ค. เพราะอาจจะเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองในระยะเวลาอันใกล้โดยไม่คาดฝัน ซึ่งถ้าจะให้วิเคราะห์ก็อาจจะเป็นปลายปีนี้หรือต้นปี 2565 ก็เป็นได้
    "พรรคก้าวไกลต้องเตรียมพร้อมที่สุดตลอดเวลา หากยุบสภาให้ประชาชนได้กำหนดอนาคตตัวเอง พรรคก็พร้อม แม้ว่ายังมีเสียง ส.ว. 250 เสียงค้ำอยู่ ก็ต้องย้ำว่าจริงๆ การยุบสภาก่อนจะปิดสวิตช์ ส.ว.ได้ก็น่าเป็นห่วงอยู่ แต่แน่นอนหากยุบสภาขึ้นมาจริงๆ ก็เป็นโอกาสเปลี่ยนผ่านทางการเมืองอย่างสันติ โดยที่ไม่ต้องมีการเสียเลือดเสียเนื้อ  พรรคการเมืองต้องพร้อมทุกโอกาสทุกสนาม พรรคก้าวไกลเองอยู่ในช่วงเตรียมคัดสรรผู้สมัครรับเลือกตั้งอยู่ รวมถึงพัฒนานโยบายต่างๆ เพื่อรอสื่อสารกับประชาชนตลอดอยู่แล้ว" เลขาธิการพรรคก้าวไกลกล่าว
     ด้านนายพริษฐ์ วัชรสินธุ แกนนำกลุ่ม Re-Solution กล่าวถึงท่าทีการแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐบาลในช่วงหลังสงกรานต์ว่า ท่าทีรัฐบาลขยับขับเคลื่อนแก้รัฐธรรมนูญล่าช้ามาก สวนทางกับความตื่นตัวที่สูงขึ้นของประชาชน ตลอด 2 ปีล่าช้าเพราะความไม่จริงใจ ถ้าวิเคราะห์ว่ารัฐบาลควรทำอย่างไร ต้องมองไปถึง 3 ส่วนนี้  คือ 1.ความจริงใจของกลุ่ม ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ และ ส.ว.มีพฤติกรรมที่แสดงให้เห็นถึงความไม่ต้องการแก้รัฐธรรมนูญ ยื้อเวลาหลายครั้ง หยิบยกสารพัดข้ออ้าง เช่น คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญมาคว่ำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ วาระที่สาม 2.เราอยากเห็นความกล้าหาญของพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคภูมิใจไทยที่พร้อมจะยืนยันว่ารัฐธรรมนูญต้องได้รับการแก้ไข และก็กล้าที่จะเอาการอยู่ต่อในรัฐบาลเป็นเดิมพันในการขับเคลื่อนให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พูดเสมอว่าเป็นหนึ่งในเงื่อนไขร่วมรัฐบาล แต่พอมาถึงจุดสำคัญทั้งสองพรรคยังไม่เคยกล้าออกมาพูดชัดเจนว่า ถ้าไม่มีการแก้รัฐธรรมนูญจะถอนตัวจากการเข้าร่วมรัฐบาล
    3.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหมจะเลี่ยงความรับผิดชอบไม่ได้ มักอ้างว่าเป็นเรื่องของสภา แต่นายกฯ มักเข้าใจผิด เช่น เราอยู่ในระบบรัฐสภา ไม่ใช่ระบบประธานาธิบดี ดังนั้นฝ่ายบริหารกับนิติบัญญัติมันแยกออกจากกันไม่ได้อยู่แล้ว นายกฯ มีพรรคที่มีเสียงข้างมากในสภา บวกกับ ส.ว.ที่ตัวเองแต่งตั้งขึ้นมา จะบอกว่าตัวเองขับเคลื่อนให้ไม่ได้ ตนว่ามันไม่จริงใจ แถมนายกฯ เองเคยประกาศเป็นนโยบายเร่งด่วน แต่ไม่เห็นความพยายามเป็นผู้นำของนายกฯ ที่จะออกมาชี้แจงให้ชัดถึงไทม์ไลน์และกรอบเวลาในการแก้รัฐธรรมนูญ พอมีคนถามนายกฯ ก็มักโบ้ยความรับผิดชอบ
    นายพริษฐ์กล่าวว่า สามส่วนนี้ต้องการความจริงใจ จาก ส.ส.พรรคพลังประชารัฐและ ส.ว. ต้องการเห็นความกล้าหาญของพรรคร่วมรัฐบาล และต้องการเห็นความรับผิดชอบของนายกฯ ในการเป็นผู้นำแก้รัฐธรรมนูญ หากสามสิ่งที่ตนเสนอยังไม่เกิดขึ้น แต่เกิดการยุบสภาก่อนโดยที่ยังไม่แก้รัฐธรรมนูญ นั่นไม่ใช่ทางออก ต้องตัดทิ้งต้นตอปัญหาก่อนเพื่อให้เกิดกติกาที่เป็นธรรม ให้ทุกพรรคได้แข่งขันกันด้วยกติกาที่เป็นกลาง ทั้งพลังประชารัฐ ประชาธิปัตย์ ภูมิใจไทยและฝ่ายค้าน แข่งขันกันได้บนกติกาเดียวกัน  ไม่ใช่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมี ส.ว.ในมือหนุนหลังร่วมโหวตนายกฯ ได้ หรือมี ส.ว.แต่งตั้งองค์กรอิสระได้ ตนจึงมองว่า การที่นายกฯ จะลาออกหรือจะมีการยุบสภาก็ไม่สามารถแก้วิกฤติได้ ถ้ายังไม่แก้รัฐธรรมนูญในประเด็นที่เป็นปัญหา
    "สิ่งที่ต้องระวังคือ ความพยายามของพรรคพลังประชารัฐ นำโดยนายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ พยายามเสนอแก้รัฐธรรมนูญรายมาตรา 5  ประเด็น นอกจากไม่แตะต้นตอปัญหาเรื่องโครงสร้างที่มาอำนาจ ส.ว.แล้ว ยังมีของแถมแก้ระบบเลือกตั้งเพื่อให้ประโยชน์แก่พรรคตนเองด้วย ผมเกรงว่าตรงนี้จะถูกใช้เป็นข้ออ้างว่ามีการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราแล้ว" นายพริษฐ์ระบุ
    ด้าน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี  โพสต์เฟซบุ๊กว่า "สงกรานต์ปีนี้ ขอส่งความรัก ความห่วงใย และความปรารถนาดีไปยังพี่น้องคนไทยทุกคนค่ะ  โดยเฉพาะช่วงนี้เป็นช่วงที่ต้องเผชิญกับความยากลำบากอีกครั้งของสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ที่กระจายตัวไปเป็นวงกว้าง เราทุกคนต่างบอบช้ำ แต่ก็ได้ปรับตัว เรียนรู้ และอดทน เพราะเราหวังว่าจะเห็นสถานการณ์เป็นไปในทางที่ดีขึ้น และทุกท่านจะได้กลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้
    แต่วันนี้ดิฉันกลับรู้สึกเศร้าใจ ที่ยังไม่เห็นความพยายามในการแก้ปัญหาของรัฐบาลที่จะบริหารจัดการ ทำให้ความหวังของประชาชนเป็นจริง ทั้งนี้ยังไม่นับรวมถึงปัญหาการเข้าถึงวัคซีนที่ยังต่ำไม่ทั่วถึง และการเปิดกว้างให้ทุกโรงพยาบาลเพื่อนำเข้าวัคซีนที่หลากหลาย เพื่อชะลอและป้องกันการติดเชื้อแก่พี่น้องประชาชนในอีกทางเลือกหนึ่ง สถานการณ์เช่นนี้ทำให้ต้องงดการจัดงานเทศกาลสงกรานต์ งดการรวมตัว รวมถึงในหลายจังหวัดก็ต้องกักตัว หลายต่อหลายคนไม่ได้เจอหน้าครอบครัว แต่ดิฉันก็ขอให้พี่น้องทุกท่านมีช่วงสงกรานต์ที่ปลอดภัยไร้โรค  มีแรงกาย แรงใจ ฝ่าฟันอุปสรรค และกลับมามีรอยยิ้มได้โดยเร็วค่ะ" อดีตนายกฯ ระบุ
    ขณะที่นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวตอบโต้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ว่า ตั้งแต่เกิดการระบาดเชื้อโควิด-19 ยืนยันว่านายกฯ และรัฐบาลได้พยายามแก้ไขปัญหามาโดยตลอด หามาตรการต่างๆ มาดูแลประชาชนทุกกลุ่ม มีมาตรการต่างๆ ออกมาช่วยเหลือเป็นที่พอใจของประชาชน ดังนั้นขอให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์อย่าวิพากษ์วิจารณ์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐบาล หากยังไม่เห็นการทำงานว่ารัฐบาลทุ่มเทการแก้ไขปัญหาอย่างตั้งใจมากมายเพียงใด
    เขากล่าวอีกว่า เข้าใจว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ที่หลบหนีคดีไปอยู่ต่างประเทศเป็นเวลานาน มีความเป็นอยู่ที่ดี คงจะไม่ได้รับผลกระทบจากโควิดเท่าไร จึงอาจมองไม่เห็นว่านายกฯ และรัฐบาลได้ทำอะไรไปบ้างแล้ว และทำงานหนักอย่างไร ทางที่ดี น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ได้เป็นนายกฯ แล้ว และยังเป็นผู้ที่ทำผิดหลบหนีไปต่างประเทศ ควรอยู่นิ่งๆ และไม่ควรออกมาวิพากษ์วิจารณ์นายกฯ รัฐบาล หรือคนทำงานจะดีกว่า เพราะหากมีแต่จะพูดตำหนิเช่นนี้คงไม่เกิดประโยชน์อะไรกับประเทศชาติ และทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิดได้
    "ผมอยากฝากถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ว่า มือไม่พายอย่าเอาเท้าราน้ำ อยากช็อปปิ้งห้างหรู ไปดื่มไวน์ทานอาหารแพงๆ  อย่างสุขสบายก็ไม่มีใครตำหนิ แต่กรุณาอย่ากล่าวหาใส่ความรัฐบาล และเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ทำงานทุ่มเทเสียสละอย่างเหนื่อยหนักโดยไม่เคยคิดโกงกินบ้านเมืองให้เสียกำลังใจเลย เพราะทุกคนทำงานแทบไม่มีเวลาไปหาความสุข ไปช็อปปิ้งถือกระเป๋าแบรนด์เนมหรูๆ ดื่มไวน์กินอาหารอร่อยๆ กับพี่ชายที่อยู่แดนไกลเหมือนนางสาวยิ่งลักษณ์ ถ้าไม่มีน้ำใจช่วยให้กำลังใจกัน ก็โปรดอย่าซ้ำเติมทำลายจิตใจคนทุ่มเททำงานเลยครับ" นายเสกสกลกล่าว
     นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะรองเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล หลังนายชัยธวัช  ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล ออกมาระบุว่าจากปัญหาต่างๆ จะทำให้พรรคร่วมรัฐบาลเว้นระยะห่างระหว่างกันว่า  ความสัมพันธ์ระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลยังดีอยู่เหมือนเดิม  การทำงานต่างๆ ยังคงร่วมกันแก้ปัญหาด้วยดี โดยเฉพาะเรื่องการแก้ปัญหาโควิดที่กำลังระบาดในวันนี้ ไม่ได้มีความแตกแยกใดๆ เกิดขึ้น
    เมื่อถามว่า นายชัยธวัชออกมาตั้งข้อสังเกตเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่พรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย  และพรรคชาติไทยพัฒนาเว้นระยะห่าง นายชัยวุฒิกล่าวว่า  เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่อาจมีความเห็นไม่ตรงกันนั้น เป็นเรื่องความเห็นของพรรคการเมืองที่แต่ละพรรคจะมี  ขนาดพรรคร่วมฝ่ายค้านเองก็มีความเห็นที่ไม่ตรงกันในเรื่องนี้ ซึ่งประเด็นนี้ไม่เกี่ยวกับการร่วมรัฐบาล เพราะนายกฯ บอกแล้วว่าเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นเรื่องของสภาที่จะไปดำเนินการ เชื่อว่าจะหาข้อยุติกันได้ และยืนยันว่าพรรคร่วมรัฐบาลยังทำงานร่วมกันเหนียวแน่นเช่นเดิม
     มีรายงานข่าวจากพรรคพลังประชารัฐแจ้งว่า กำหนดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี ครั้งที่ 1/2564 ในวันที่ 18 เม.ย.นี้ ที่โรงแรมรามา การ์เด้นส์นั้น ในเบื้องต้นยังคงเป็นวันที่ 18 เม.ย.เช่นเดิม โดยมีมาตรการป้องกันโควิด-19 อย่างเข้มงวดตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข  และหลังจากนี้คงต้องจับตาดูสถานการณ์โควิด-19 อีกประมาณ 2-3 วัน เพื่อประเมินว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงอะไรหรือไม่ ส่วนวาระการประชุมนั้นเป็นการประชุมสามัญประจำปี ซึ่งเป็นวาระตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนด ส่วนวาระอื่นยังไม่มีการแจ้งอะไรออกมา.
   


"โควิด" ก็เหอะ จ๋อยเป็นเหมือนกัน! เมื่อเจอ "ฮามาส-ปาเลสไตน์" กับ "อิสราเอล-ยิว" ถล่มใส่กันแหลก

"ควรมีคนเช่นนี้อยู่หรือ?"
โปรใหม่ "ล่าสุด" ชวนฉีด
"วาระแห่งชาติ" คืออะไร?
มหาดไทย "สะท้อนไทย"
๒ ยุค ๒ สมัย ใน ๑ ลีลา
เมื่อ "เดือนกันยา" มาเยือน