"คล็อปป์"รับหงส์ทื่อ ขอปรับโฟกัสล่าท็อปโฟร์/ ซิตี้ย้ำชัยได้เจอปารีส


เพิ่มเพื่อน    


เจอร์เกน คล็อปป์ โอด ลิเวอร์พูล คัมแบ็คไม่ได้อย่างที่หวัง พังตาข่าย เรอัล มาดริด ไม่ได้แม้แต่ประตูเดียว ในเกมเลกสอง รอบก่อนรองฯ แชมเปี้ยนส์ลีก ที่แอนฟิลด์ เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา ชี้สะท้อนถึงปัญหาใหญ่ของทีมในฤดูกาลนี้ และเป็นเหตุผลสำคัญทำให้ทีมต้องจบฤดูกาลมือเปล่า หลังโอกาสลุ้นถ้วยใบสุดท้ายหลุดลอยไปเรียบร้อย จากนี้ปรับเป้าล่าท็อปโฟร์เต็มสูบ นัดต่อไปเจอ ลีดส์ ศึกมันเดย์ไนท์
    หลังจากบุกไปโดน มาดริด ถล่ม 3-1 เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ลิเวอร์พูล จำเป็นต้องรีดฟอร์มที่ดีที่สุดออกมาให้ได้หากหวังที่จะผ่านเข้าไปเล่นในรอบ 4 ทีมสุดท้าย ไปจนถึงถ้วยแชมป์รายการนี้ เป็นทางลัดเดียวที่จะกลับมาลุยศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก อีกในฤดูกาลหน้า แต่แม้ว่า ยอดทีมของพรีเมียร์ลีก จะหาทางยิงทีมเยือนได้ถึง 15 ครั้ง มีตรงกรอบ 4 ครั้ง แต่ก็ยังไม่มีประสิทธิภาพพอที่จะทำให้กลายเป็นประตูแม้แต่ลูกเดียว จบเกมเสมอ 0-0 ส่งผลให้ ทีมหงส์เฮฟวี่เมทัลของ เจอร์เกน คล็อปป์ ตกรอบจากศึกลูกหนังยุโรปแบบไม่มีลุ้นและเตรียมจบฤดูกาลนี้แบบไม่มีถ้วยแชมป์ติดมือแม้แต่รายการเดียว
    "เกมนี้สะท้อนให้เห็นสิ่งที่เราเผชิญในปีนี้ เมื่อพูดถึงเรื่องการจบสกอร์ของเรา" คล็อปป์ กล่าว "เราเล่นแบบนี้หลายนัดที่นี่ เกมที่พลาดอย่างโง่ๆ ทั้งที่เราควรต้องชนะให้ได้เท่านั้น ผมไม่ได้หมายถึงคืนนี้ ผมหมายถึงในพรีเมียร์ลีก เรามีโอกาสแต่เราไม่จบให้ได้อย่างเด็ดขาดเอง สิ่งที่ทำได้คือก้มหน้ายอมรับมัน"
    บอสชาวเยอรมัน ปฏิเสธที่จะวิจารณ์ใครเป็นพิเศษ แต่การกล่าวชมผลงานในอดีตของบางคน ก็อาจเป็นการตำหนิทางอ้อม "เราทุกคนรู้ดีว่า โม ซาลาห์ สามารถจบสิ่งเหล่านี้ให้เห็นมามากมายกี่ครั้งแล้ว แต่ตอนนี้ไม่เป็นอย่างนั้น บ็อบบี้ (โรแบร์โตค้ ฟีร์มิโน่) ก็ด้วยเหมือนกัน"
    ลิเวอร์พูล ตอนนี้เหลือทางเดียวที่จะกลับไปแชมเปี้ยนส์ลีก นั่นคือต้องจบท็อปโฟร์พรีเมียร์ลีกให้ได้สถานเดียวแล้ว และในขณะที่เหลือเตะอีก 7 นัด ทีมของ คล็อปป์ รั้งที่ 6 ของตาราง ตามหลัง เวสต์แฮม อันดับ 4 อยู่เพียงแค่ 3 แต้ม ถือว่าได้ลุ้น
    "เกมนัดต่อไป คืนวันจันทร์นี้ กับ ลีดส์ ยูไนเต็ด คือความท้าทายครั้งต่อไป พวกเขาเหนือกว่าใครเรื่องความฟิต เราต้องวิ่งสุดตัวและทำงานอย่างหนักที่สุดเพื่อผ่านนัดนี้ให้ได้"
    ทางด้าน ซิเนอดีน ซิดาน โค้ช เรอัล มาดริด กล่าวชื่นชมลูกทีม ที่ช่วยกันต้านการโหมบุกราวกับพายุของ ลิเวอร์พุล ไว้ได้ จนผ่านเข้าสู่รอบต่อไปได้สำเร็จ ยิ่งนัดนี้ทีมแชมป์ลาลีกาต้องมาเยือนโดยขาดกำลังสำคัญหลายคน การมาเยือนแอนฟิลด์โดยต้องรักษาสกอร์ 3-1 จากเลกแรก คือความท้าทายอย่างที่สุด
    ส่วนผลอีกสนาม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คว้าชัยในการดวล กับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ หลังบุกไปเอาชนะทีมเสือเหลืองได้อีก ที่เวสต์ฟาเลน สเตเดี้ยม ด้วยสกอร์เดิม 2-1 รวมสกอร์ 2 นัด ชนะ 4-2 ผ่านเข้าสู่รอบต่อไปเจอ เปแอสเช ที่สอยแชมป์เก่า บาเยิร์น มิวนิค ตกรอบไปเมื่อคืนวันอังคาร

 


"โควิด" ก็เหอะ จ๋อยเป็นเหมือนกัน! เมื่อเจอ "ฮามาส-ปาเลสไตน์" กับ "อิสราเอล-ยิว" ถล่มใส่กันแหลก

"ควรมีคนเช่นนี้อยู่หรือ?"
โปรใหม่ "ล่าสุด" ชวนฉีด
"วาระแห่งชาติ" คืออะไร?
มหาดไทย "สะท้อนไทย"
๒ ยุค ๒ สมัย ใน ๑ ลีลา
เมื่อ "เดือนกันยา" มาเยือน