ซ้อมท่วม' หาดใหญ่' พร้อมล่วงหน้าก่อนวิกฤต

การเรียนรู้ผูกเชือกแบบต่างๆ เพื่อใช้ในภาวะฉุกเฉิน

ในเดือนพฤศจิกายน 2568 อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ต้องเผชิญกับสถานการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ในรอบหลายสิบปี เมื่อฝนตกหนักและต่อเนื่องทำให้เกิดมวลน้ำสะสม ก่อนจะไหลหลากจากพื้นที่สูงโดยรอบเข้าสู่พื้นที่ราบและพื้นที่ลุ่มของเมืองอย่างรวดเร็ว ประกอบกับพื้นที่เมืองที่มีอาคาร ถนน และพื้นคอนกรีตหนาแน่น ทำให้น้ำซึมลงดินได้น้อยและไหลเข้าสู่ระบบระบายน้ำในปริมาณมาก จนเกินขีดความสามารถในการระบายของคลอง ท่อระบายน้ำ และระบบสูบน้ำ ส่งผลให้สถานการณ์เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และประชาชนมีเวลาในการเตรียมตัวรับมือน้อยลง

 เหตุการณ์ครั้งนี้จึงตอกย้ำว่า การรับมือภัยพิบัติไม่ควรรอให้วิกฤตเกิดขึ้นก่อน แต่ต้องเตรียมพร้อมล่วงหน้า ทั้งการรับและประเมินข้อมูล การเตรียมบ้านและสิ่งของจำเป็น การฝึกทักษะ รวมถึงการวางแผนว่าจะ “อยู่ต่อ” หรือ “อพยพ” เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนแปลง

จากบทเรียนดังกล่าว LINE ประเทศไทย จึงเดินหน้าต่อยอดโครงการ LIFELINE พร้อมก่อนวิกฤต จากการสร้างความตระหนักรู้และส่งเสริมให้ประชาชนรู้จักเครื่องมือสำคัญอย่าง LINE ALERT และ LINE Safety Check สู่การลงมือฝึกซ้อมจริง ผ่านกิจกรรมนำร่อง “ซ้อมท่วม” ที่อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ที่เปิดโอกาสให้ประชาชนทดลองรับมือสถานการณ์น้ำท่วมผ่านสถานการณ์จำลองอย่างเป็นขั้นตอน เพื่อเปลี่ยนจากการรับรู้ ถึงความเสี่ยง ไปสู่การ พร้อมลงมือทำ และเตรียมตัวให้พร้อมก่อนที่วิกฤตจะมาถึงจริง

ณิชารัศมิ์ อาชญาสิทธิวัตร

ณิชารัศมิ์ อาชญาสิทธิวัตร รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด LINE ประเทศไทย กล่าวว่า LINE เกิดขึ้นเมื่อปี 2011 ในประเทศญี่ปุ่น เนื่องจากการเกิดเหตุแผ่นดินไหวและสึนามิครั้งใหญ่ ทำให้การสื่อสารล่ม ดังนั้นโครงการ LIFELINE จึงได้เกิดขึ้นในไทย จากแนวคิดที่ภัยพิบัติมีแนวโน้มเกิดบ่อยและรุนแรงขึ้น ทั้งน้ำท่วม ไฟไหม้ แผ่นดินไหว ดินถล่ม และเหตุฉุกเฉินในเมือง ขณะที่การเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติของคนไทยยังไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นกิจวัตร จึงต้องการสร้างความรู้และทักษะให้ประชาชนรู้ว่าควรเตรียมตัวอย่างไรก่อนเกิดเหตุ และควรปฏิบัติอย่างไรเมื่อเข้าสู่สถานการณ์ฉุกเฉิน โดย LINE ซึ่งมีผู้ใช้งานในประเทศไทยกว่า 56 ล้านคน อาจเป็นกลไกหนึ่งที่สามารถเป็นเครื่องมือสำคัญในการส่งต่อข้อมูลและสร้างการเตรียมพร้อมให้เข้าถึงประชาชนในวงกว้าง

ณิชารัศมิ์ กล่าวว่า โดยการจัดกิจกรรมซ้อมท่วมที่หาดใหญ่ เป็นส่วนหนึ่งของแนวคิดดังกล่าว หลังจากมีการลงพื้นที่พูดคุยกับผู้สูงอายุ ผู้ประกอบการ SME หน่วยงานต่างๆ และคนในชุมชนต่อเนื่องราว 2 เดือน พบว่าหาดใหญ่เป็นพื้นที่ที่มีประสบการณ์รับมือน้ำท่วมหลายครั้ง และมีชุมชนที่เข้มแข็ง สามารถรวมตัวและช่วยเหลือกันได้ จึงเลือกพื้นที่แห่งนี้เป็นต้นแบบในการสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ แม้ว่าจะจัดในรูปแบบนิทรรศการ แต่การเดินชมข้อมูลอาจไม่เพียงพอ จึงได้จัดให้แต่ละโซนผู้เข้าร่วมได้ทดลองคิดและซ้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมในเบื้องต้น

การวางกระสอบทรายและถุงน้ำ

ส่วนการนำเทคโนโลยีของ LINE เพื่อส่งต่อข้อมูลระหว่างเกิดภัย โดยมีฟีเจอร์ LINE ALERT เป็นช่องทางแจ้งเตือนภัยผ่าน Official Account ครอบคลุมทั้งน้ำท่วม ไฟป่า ฝุ่น PM2.5 และเหตุภัยพิบัติสำคัญ โดยทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ เช่น กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กรมอุตุนิยมวิทยา กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และกรมควบคุมมลพิษ ข้อมูลจะผ่านการตรวจสอบก่อนแจ้งเตือนตามระดับความรุนแรง เพื่อให้ผู้ใช้งานได้รับข้อมูลที่รวดเร็วและถูกต้อง ปัจจุบัน LINE ALERT มีผู้ใช้งานราวๆ 260,000 คน และยังอยู่ระหว่างขยายความร่วมมือกับหน่วยงานที่มีข้อมูลน่าเชื่อถือ เพื่อให้การแจ้งเตือนมีความละเอียดและเฉพาะพื้นที่มากขึ้น

  การเรียนรู้สัญญาณการเกิดน้ำท่วม

อีกหนึ่งฟีเจอร์ คือ LINE Safety Check  เป็นฟีเจอร์สำหรับใช้ในช่วงเกิดภัยพิบัติ โดยระบบจะแสดงแถบแจ้งเตือนใน LINE ให้ผู้ใช้งานระบุสถานะว่า ปลอดภัยหรือไม่ปลอดภัย พร้อมระบุรายละเอียดเพิ่มเติมได้ เช่น อยู่ที่บ้านหรือสถานที่อื่น ติดอยู่ในพื้นที่ ได้รับบาดเจ็บ หรือต้องการความช่วยเหลือ ช่วยให้ครอบครัวและคนใกล้ชิดตรวจสอบสถานะของกันและกันได้ในช่วงที่การติดต่อสื่อสารอาจทำได้ยาก
“ทั้งหมดนี้เป็นเป้าหมายของ LIFELINE ต้องการเปลี่ยนการรับมือภัยพิบัติจากการรอข้อมูลเมื่อเกิดเหตุ มาเป็นการเตรียมความพร้อมล่วงหน้า ทั้งด้านความรู้ เครื่องมือ และการฝึกปฏิบัติ เพื่อให้ประชาชนสามารถตัดสินใจและช่วยเหลือตัวเองได้ดีขึ้นเมื่อเกิดสถานการณ์จริง”ณิชารัศมิ์กล่าว

ชรินทร แพทยนันทเวช

 ชรินทร แพทยนันทเวช รองนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ กล่าวว่า เทศบาลนครหาดใหญ่กำลังประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายต่าง ๆ เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ โดยมีการดำเนินงานหลายด้านเพื่อป้องกันและลดผลกระทบจากอุทกภัย แม้บางพื้นที่อาจยังมีความเสี่ยง แต่เป้าหมายสำคัญคือการทำให้ประชาชนสามารถรับมือกับสถานการณ์ได้ดีกว่าปีที่ผ่านมา

โดยในกิจกรรมครั้งนี้ได้ประสานผู้นำชุมชนและบ้านพี่เลี้ยง ซึ่งเป็นบ้านของประชาชนจิตอาสาที่พร้อมเปิดรับผู้ประสบภัยเข้าพักอาศัยในช่วงวิกฤต ตลอดจนประชาชนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมกิจกรรม เพื่อเรียนรู้วิธีเตรียมตัวและนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชุมชน  โดยก่อนหน้านี้ได้เข้าร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการรับมือและฟื้นฟูหลังน้ำท่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยสะท้อนถึงปัญหาด้านกฎระเบียบและอุปสรรคในการช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟูประชาชน พร้อมแบ่งปันแนวทางการจัดการขยะและการฟื้นฟูพื้นที่ที่หาดใหญ่เคยดำเนินการ ซึ่งได้รับความสนใจจากหน่วยงานในกรุงเทพมหานครที่เข้ามาสอบถามแนวทางปฏิบัติ ดังนั้นความร่วมมือของคนในพื้นที่เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การฟื้นฟูดำเนินไปได้อย่างรวดเร็วชรินทร แพทยนันทเวช

จตุรัตน์ ทองคำ

จตุรัตน์ ทองคำ ประธานชุมชนหลังอู่รถไฟ เทศบาลนครหาดใหญ่ กล่าวว่า ในชุมชนมีประมาณ 350 หลังคาเรือน ประชากรกว่า 700 คน  น้ำท่วมที่ผ่านมา ชาวบ้านอาศัยเพียงประสบการณ์จากน้ำท่วมครั้งก่อนๆเป็นบทเรียน แต่เหตุการณ์ล่าสุดน้ำมาเร็วและกระแสน้ำเชี่ยวจนไม่สามารถอพยพได้ทัน บางครอบครัวต้องหนีออกทางหน้าต่างไปยังบ้านที่สูงกว่า และสูญเสียทรัพย์สินเกือบทั้งหมด แม้สถานการณ์คลี่คลายแล้ว แต่หลายครัวเรือนยังฟื้นตัวได้ไม่เต็มที่เพราะมีข้อจำกัดด้านกำลังทรัพย์ กิจกรรมซ้อมรับมือน้ำท่วมนี้ช่วยให้ประชาชนเรียนรู้วิธีเตรียมตัวก่อนเกิดเหตุ การเอาตัวรอดระหว่างน้ำท่วม และการอพยพอย่างปลอดภัย ทั้งการผูกเงื่อนช่วยชีวิต การเตรียมถุงยังชีพ และการเคลื่อนย้ายคนและยานพาหนะ

“ปัจจุบันชุมชนได้จัดตั้งบ้านพี่เลี้ยงประมาณ 8 หลัง เพื่อรองรับและช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้ป่วยและผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือในการอพยพ โดยตัวแทนบ้านพี่เลี้ยงเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อนำความรู้ไปถ่ายทอดให้ครัวเรือนในแต่ละซอย พร้อมจัดประชุมลูกบ้านเดือนละครั้งเพื่ออัปเดตข้อมูลและวางแนวทางรับมืออุทกภัยร่วมกัน เป้าหมายคือให้คนในชุมชนรู้จักเตรียมตัว ช่วยเหลือกัน และดูแลกลุ่มเปราะบางได้อย่างเหมาะสม เพื่อเสริมความเข้มแข็งให้ชุมชนสามารถรับมือกับภัยพิบัติได้ดีขึ้น” จตุรัตน์ กล่าว

เมื่อต้องลุยน้ำ ต้องมีอุปกรณ์ในการเช็คสิ่งกีดขว้าง

สำหรับนิทรรศการซ้อมท่วม ได้ออกแบบเส้นทางการเรียนรู้เสมือนเผชิญสถานการณ์น้ำท่วมจริง เริ่มจากโซน CHECK-IN เพื่อประเมินความเสี่ยงของตนเอง ทั้งประสบการณ์น้ำท่วมและลักษณะที่อยู่อาศัย พร้อมทำความรู้จักเครื่องมือแจ้งเตือนภัยอย่าง LINE ALERT และ LINE Safety Check ก่อนเข้าสู่โซนรับข่าวสาร เพื่อฝึกอ่านระดับการแจ้งเตือน สังเกตสัญญาณอันตราย และประเมินสถานการณ์อย่างเป็นระบบ

ส้วมชั่วคราวสำหรับผู้ที่ยังสามารถอยู่ในบ้านได้ขณะน้ำท่วม

จากนั้นเข้าสู่โซนเตรียมพร้อม เพื่อฝึกทักษะที่จำเป็นเมื่อน้ำท่วม ทั้งการผูกเชือกเพื่อใช้ประโยชน์ในสถานการณ์ฉุกเฉิน การถอดแบตเตอรี่รถยนต์ และการใช้กระสอบทรายกับถุงน้ำเพื่อป้องกันน้ำเข้าบ้าน เข้าสู่โซนอยู่ต่อ หรือ อพยพ ซึ่งแบ่งเป็นการเรียนรู้วิธีเตรียมส้วมภายในบ้านและของใช้จำเป็นสำหรับดำรงชีวิตระหว่างน้ำท่วมในกรณีที่ต้องอยู่ต่อ และการตรวจสอบจุดศูนย์อพยพ จุดจอดรถ รวมถึงวางแผนเส้นทางเคลื่อนย้ายให้ปลอดภัยในกรณีที่ต้องอพยพ และโซนพร้อมแล้ว เพื่อทบทวนความรู้และตอกย้ำความสำคัญของการเตรียมแผนและฝึกซ้อมล่วงหน้า ให้สามารถนำไปปรับใช้กับตนเองและครอบครัวได้จริง

ร้านอ้า ร้านอาหารในหาดใหญ่ ที่กลับมาเปิดบริการแล้ว ทำระดับน้ำท่วมในปี 2553 และปี 2568

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง