พลิกโฉมขีดความสามารถแข่งขันประเทศไทย  โดยใข้วิทยาศาสตร์และนวัตกรรม ได้อย่างไร(3)

"นโยบาย soft power ที่พูดๆ กัน ยังไม่ค่อยเห็นแนวทางที่จะหาเงินเข้าประเทศได้เป็นกอบเป็นกำ ซอฟต์เพาเวอร์ ต้องใช้ tourism เป็นตัวขับเคลื่อน  แนวคิดนี้ จะสร้างรายได้ "มหาศาล" ให้ประเทศได้ "ทันที" และถึงประชาชนอย่างทั่วถึง...."

ารเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน  ยกระดับประเทศไทยให้หลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง  ในมุมมองของ ดร.กิติพงค์ พร้อมวงค์ ผู้อำนวยการสภาการอุดมศึกษา  วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ  (สอวช.) ที่ย้ำว่า ขณะนี้เศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวแล้ว  แม้จะยังไม่เต็มที่  หากรัฐบาลหรือผู้ที่เกี่ยวข้อง ยังไม่มีวิสัยทัศน์ที่จะคิดสร้างความสามารถในการแข่งขัน โดยการใส่สิ่งใหม่ๆ เข้าไปในระบบเศรษฐกิจไทย เช่น เรื่องเซมิคอนดักเตอร์ หรือรถอีวี ที่กล่าวมาแล้ว  ก็น่าเสียดายเพราะจะทำให้เราสูญเสียโอกาส

ในแผนการเพิ่มความสามารถแข่งขันที่ใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมเป็นฐานผลักดัน ของสอวช.นั้นมองว่าเราจะต้องทำให้ประเทศมีผู้ประกอบการที่สามารถสร้างนวัตกรรมเพิ่มขึ้น  หรือที่เรียกว่า“ผู้ประกอบการธุรกิจฐานนวัตกรรม( Innovation Driven Enterprise (IDE)”  ซึ่งจะเป็นผู้ประกอบการที่ผลิตสินค้าเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆออกสู่ตลาด  โดยตามแผนของสอวช. ตั้งเป้าไว้ว่าภายในปี 2570 ประเทศไทยจะต้องเพิ่มผู้ประกอบการที่เป็น IDE เข้าไปในระบบเศรษฐกิจให้ได้ 1,000 ราย  ซึ่งในแต่ละรายจะต้องมีความสามารถขยายธุรกิจให้เกิดรายได้เฉลี่ย1,000 ล้านบาท แต่จากการสำรวจในปัจจุบันพบว่าทั้งประเทศยังมี IDE เพียงแค่ประมาณ 80 รายเท่านั้น  ซึ่ง IDE กลุ่มนี้ได้ลงทะเบียนในศูนย์บ่มเพาะธุรกิจต่าง ๆ  

 ไม่ได้มีเฉพาะแค่การเพิ่มผู้ประกอบการ  IDE เท่านั้น การขยายผู้ประกอบการรูปแบบเดียวกับ IDE สอวช.ยังมองว่าควรแผ่กระจายไปยังกลุ่มมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัย ที่ทำงานด้านวิจัยและนวัตกรรมด้วย โดยออกนโยบายสนับสนุนให้มหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัย ตั้งHolding Company พร้อมกับการปลดล็อกหน่วยงานภาครัฐ รวมถึงองค์การมหาชนที่สังกัด กระทรวงอว. ให้สามารถเข้่าไปร่วมลงทุนในธุรกิจนวัตกรรม แต่ที่เห็นได้ชัดคือการตั้งบริษัท Holding Company ของมหาวิทยาลัย ขณะนี้มีอยู่ 8 มหาวิทยาลัย รวมแล้วเกือบ 20บริษัท โดยเฉพาะที่คณะเภสัชศาสตร์ ที่จุฬาฯ เช่นโครงการทำวัคซีนโควิดจากใบยา และการออกแบบโมเลกุลโปรตีน ซึ่งวันข้างหน้าจะมีประโยชน์และขายได้ โดยทุวันนี้ กบริษัทใบยาสามารถมีรายได้เลี้ยงองค์กรที่มีพนักงาน70-80 คนได้แล้ว

นอกจากนี้ สอวช.ยังเข้าไปช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี โดยดึงววน.ไปช่วยสนับสนุน เนื่องจาก ธุรกิจเอสเอ็มอีมีบทบาทสำคัญต่อการจ้างงาน โดย60 % ของการจ้างงานมาจาก ธุรกิจเอสเอ็มอี ส่วนบริษัทใหญ่มีสัดส่วน 40 % เท่านั้น แต่เมื่อเทียบรายได้ เอสเอ็มอีมีสัดส่่วนรายแค่ 40% จากภาพรวมทั้งหมด

ในจังหวะที่เศรษฐกิจโลกเริ่มฟื้นตัว หลังสถานการณ์ระบาดโควิด-19 คลี่คลาย และนักท่องเที่ยวต่างประเทศเริ่มเข้ามาในไทยแล้ว ผอ.สอวช. เสนอว่า หากรัฐบาลต้องการสร้างรายได้มหาศาลเข้าประเทศ ได้แบบรวดเร็ว  และรายได้นี้จะไปถึงมือประชาชนทั่วถึงอย่างแน่นอน    สิ่งที่น่าสนใจและเป็นไปได้ ก็คือ การสร้างรายได้จากภาคท่องเที่ยว  เพราะประเทศไทยมีของดีที่ยังไงก็ขายได้ แต่ปัจจุบันเราใช้ทรัพยากรเดิมๆ เพียงอย่างเดียว แม้จะยังอยู่ได้ด้วยตัวเอง แต่ไม่สามารถกระตุ้นให้เกิดผลทางเศรษฐกิจแบบก้าวกระโดดได  จึงควรหันมาพัฒนาท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ ที่มีอัตลักษณ์ของตัวเอง โดยรัฐบาลควรสนับสนุน ให้เกิด” 10 เมืองท่องเที่ยวปรับภูมิทัศน์” หรือสร้าง “WonderThailand”  นำร่อง โดยทั้ง 10เมืองจะต้องมีเอกลักษณ์จากรากเหง้าและประวัติศาสตร์ของเมืองนั้นๆ เช่น อยุธยา ปรับให้เป็น “เมืองอารยธรรมกรุงศรี” ร้านค้า โรงแรม โรงเรียน โรงพยาบาล ร้านสะดวกซื้อ ถนนหนทาง อาคารบ้านเรือน สถานที่ต่างๆ การแต่งกายของพนักงาน  ไปใน theme เดียวกัน เสริมด้วยการละเล่น ศิลปการแสดงต่างๆ ที่เป็นเอกลักษณ์

“นโยบาย soft power ที่พูดๆ กัน ยังไม่ค่อยเห็นแนวทางที่จะหาเงินเข้าประเทศได้เป็นกอบเป็นกำ ซอฟต์เพาเวอร์ ต้องใช้ tourism เป็นตัวขับเคลื่อน  แนวคิดนี้ จะสร้างรายได้ “มหาศาล” ให้ประเทศได้ “ทันที” และถึงประชาชนอย่างทั่วถึง  จากธุรกิจใหญ่ไปถึงรากหญ้า 10เมืองนี้ ถ้าทำแล้วสามารถเพิ่มนักท่องเที่ยวได้เมืองละล้านคน เช่น ภูเก็ตมีนักท่องเที่ยวปีละ 14ล้าน ถ้าสามารถเพิ่มได้อีก 1 ล้านคน 10เมือง ก็จะได้นักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น  10  ล้าน คนนักท่องเที่ยวคนหนึ่งใช้จ่ายคนละ 1หมื่นบาท  ก็จะทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้นทันที1 แสนล้านบาทต่อเมือง หรือ10 เมืองเท่ากับ 1ล้านล้านบาททันที   ปีต่อๆ ไปขยายเมืองเพิ่มเป็น 20, 30, 40, 50 เมืองในเวลา 5 ปี เพิ่มรายได้ให้ประเทศ 5 ล้าน ล้าน บาท”ดร.กิติพงค์ เสนอไอเดีย

รูปแบบการทำเมืองWonderThailand ดร.กิติพงค์ บอกว่า รัฐบาลกลางจัด pitching ให้เมือง (เทศบาล หรือจังหวัด) ผนึกกำลังกัน รัฐ-ธุรกิจ-อุตสาหกรรม-ชุมชน/ประชาสังคม พัฒนาแนวคิดขึ้นมา และมีการแข่งขันนำเสนอแนวคิด   กับคณะกรรมการ WonderThailand เมืองชนะเลิศ 10 เมือง รัฐบาลสนับสนุนเงินลงทุนเมืองละ 10,000 ล้านบาท แต่มีเงื่อนไขว่าแต่ละเมืองต้องมีเอกชนเข้าการลงทุนอย่างน้อยอีก 10,000 ล้านบาท จะเกิดการลุงทุนทันทีทั่วประเทศ 200,000 ล้านบาท นอกจากนี้  ยังควรดึงบีโอไอ  มาส่งเสริมการลงทุน หรือดึง สสว. มาหนุนเอสเอ็มอี  ทำซอฟต์เพาเวอร์ รวมทั้ง ให้กระทรวง อว. และมหาวิทยาลัยมาหนุนผู้ประกอบการนวัตกรรม และสตาร์ทอับแค่นี้เศรษฐกิจฟื้นทันที

 “การพัฒนาเศรษฐกิจ เราจะกินบุญเก่าอย่างเดียวไม่ได้แล้ว แนวคิดพัฒนาเมืองท่องเที่ยวที่มีอัตลักษณ์ของตัวเองนี้ ที่สำคัญต้องทำให้เกิดจุด “เช็กอิน”ของแต่ละเมืองให้ได้  เพราะเช็กอินจะมีอิมแพ็กสูง ในการดึงคนเข้ามา และทำให้คนที่มาเที่ยวเขารู้สึกว่า ได้สัมผัสประสบการณ์ที่มีอัตลักษณ์ของเมืองนั้นจริงๆ  จะเป็นตัวสร้างรายได้ทันที แบบไม่ต้องรอนาน ที่รัฐบาลควรให้ความสนใจ  “

ในแผนพัฒนาของสอวช.ยังมีเรื่องของปี การตั้งเป้า  ลดความเหลื่อมล้ำประชากรกลุ่มเศรษฐกิจฐานรากให้ได้ 1ล้านคนภายในปี 2570 หลักๆ ก็คือ การนำเด็กที่หลุดจากระบบการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งแต่ละช่วงชั้นจะมีเด็กกลุ่มนี้ประมาณ 10% ให้กลับเข้ามาเรียน หรือถ้าไม่อยากเรียน ก็ให้เข้ามาเข้าสู่ระบบอับสกิล รีสกิล เพื่อให้มีอาชีพและรายได้ที่มั่นคว

“นอกจากนี้      ยังมีการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งเป็นเทรนด์สำคัญของโลกและถูกจัดตั้งในระดับนานาชาติ ซึ่งไทยปฎิเสธไม่ได้ และความยั่งยืนนี้ ยังเป็นส่วนหนึ่งของเงื่อนไขของการค้าการลงทุนโลก หากผู้ประกอบการไทยไม่ทำด้วยมาตรการทางภาษี จะทำให้เสียเปรียบด้านการแข่งขันในเวทีโลก  เป็นอีกข้อที่เราต้องตระหนัก”ผอ.สอวช.กล่าว.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

โทฟู สกินแคร์ ผนึก สวทช. ปั้นโมเดล 'Soft Power' สมุนไพรไทย เผยโฉมนวัตกรรม Think Plus A.M. บุกตลาด Brain Booster

บริษัท โทฟู สกินแคร์ จำกัด ในฐานะ Asia’s No.1 Beauty Destination Hub ผู้นำด้านนวัตกรรมความงามและสุขภาพ ประกาศยุทธศาสตร์ความร่วมมือครั้งสำคัญกับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดย ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (NANOTEC) ภายในงานแถลงข่าวเปิดตัวโครงการ “PhytoEX Celebrity Accelerator Program” และ “PhytoEX Innovation Competition 2026”

ท่องเที่ยวภูเก็ตอ่วม! น้ำมันแพงทำต้นทุนโรงแรมพุ่ง 25% ขนส่งแตะ 40%

นายธเนศ ตันติพิริยะกิจ นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยว่า การปรับตัวสูงขึ้นของราคาพลังงานในปัจจุบันกำลังกระทบต่อโครงสร้างต้นทุนของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอย่างมีนัยสำคัญ

'แม่ทัพกุ้ง' เปิดแสงสีเสียงเมืองถลาง สดุดีวีรสตรีปกป้องภูเก็ต

งานการแสดงละครอิงประวัติศาสตร์ “ท้าวเทพกระษัตรี–ท้าวศรีสุนทร สดุดีผู้กล้าเมืองถลาง” เริ่มแล้ว 13–16 มี.ค. ที่อนุสรณ์สถานเมืองถลาง จ.ภูเก็ต ชวนคนไทยร่วมรำลึกวีร