7 นวัตกรรมการแพทย์ฝีมิอคนไทยเข้าบัญชีระบบรักษาของสปสช.

7 นวัตกรรม พัฒนาโดยคนไทย

ในปัจจุบันการแพทย์และสาธารณสุขประเทศไทย มีความก้าวหน้าอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นด้านเทคโนโลยี อาทิ การนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์(AI) เข้ามาใช้ในการทำงานร่วมกับแพทย์ หรือระบบการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) การพบแพทย์โดยไม่ต้องเดินทางมายังโรงพยาบาล นอกจากนี้ในด้านการพัฒนานวัตกรรมในการช่วยเหลือผู้ป่วยๆ ทางด้านกายภาพร่างกาย  การตรวจเลือดในกลุ่มโรคเบาหวาน โรคไต ผู้พิการ และอื่นๆ แต่ยังมีนวัตกรรมอีกจำนวนไม่น้อยที่ไทยยังต้องพึงพาการนำเข้าจากประเทศ ที่ต้องใช้งบประมาณจำนวนมากในการนำเข้านวัตกรรมหรืออุปกรณ์ทางการแพทย์ เพื่อตอบโจทย์ต่อการดูแลรักษา

รากฟันเทียมฝีมือคนไทย

จากที่กล่าวข้างต้น เป็นโจทย์สำคัญที่ประเทศไทยต้องหาแนวทางลดการนำเข้านวัตกรรมหรืออุปกรณ์ทางการแพทย์บางชนิดโดยคำนึงถึงความต้องการของประชาชน โดยเฉพาะประชาชนในกลุ่มหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ที่ต้องได้รับการดูแลรักษาอย่างมีประสิทธิภาพ และยังเป็นการแสดงศักยภาพนักวิจัยในการพัฒนานวัตกรรม ทางกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) โดยสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) จึงได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการสนับสนุนการใช้ผลิตภัณฑ์และบริการทางการแพทย์ที่ผลิตในประเทศ ด้วยองค์ความรู้ วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พร้อมเปิด 7 นวัตกรรมที่พัฒนาโดยคนไทยและเข้าสู่ระบบการให้บริการใน สปสช.ได้แก่  รากฟันเทียม ชุดรองรับสิ่งขับถ่ายจากทวารเทียม วัคซีนป้องกันไอกรน แผ่นปิดกะโหลกเทียมเฉพาะบุคคล เท้าเทียมไดนามิกเอสเพส ชุดตรวจคัดกรองโรคพยาธิใบไม้ในตับแบบรวดเร็ว และชุดตรวจ Microalbuminuria Rapid Test(Albii) การตรวจวัดค่าการทำงานของไตเบื้องต้น

ชุดรองรับสิ่งขับถ่ายจากทวารเทียม

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมา ถือเป็นเหตุการณ์ที่ช่วยให้ระบบสาธารณสุขของได้เข้มแข็ง โดยมีการพัฒนานวัตกรรมด้านการแพทย์และสาธารณสุขออกมาจำนวนมาก ดังนั้นการร่วมมือกันในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาระบบการแพทย์และสาธารณสุขของประเทศสู่การเป็นศูนย์กลางด้านการแพทย์และสุขภาพ(Wellness & Medical Hub) ซึ่งเป็นหนึ่งในวิสัยทัศน์ IGNITE Thailand ที่จะช่วยขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่อนาคตที่ยั่งยืน โดยเชื่อมั่นว่าจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถด้านการให้บริการทางการแพทย์ที่ครอบคลุมและมีคุณภาพสูง ช่วยลดภาระทางการเงินของภาครัฐและประชาชนในการเข้าถึงบริการสุขภาพที่ได้มาตรฐาน ช่วยพัฒนาอุตสาหกรรมทางการแพทย์และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ พร้อมเพิ่มโอกาสในการขยายตลาดผลิตภัณฑ์และบริการทางการแพทย์

แผ่นปิดกะโหลกเทียมเฉพาะบุคคล


นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) กล่าวว่า การร่วมมือครั้งนี้จะทำหน้าที่เป็นผู้ให้ข้อมูลด้านความต้องการผลิตภัณฑ์การแพทย์และสาธารณสุขกับทาง สกสว. ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับนักวิจัยที่สามารถไปศึกษาวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพราะหากมีการใช้สินค้าในประเทศเงินก็จะหมุนเวียนในประเทศ ลดการนำเข้าจากต่างประเทศ เพราะงบประมาณของสปสช. 100% หรือประมาณ 1.5 แสนล้านบาท ไม่ต่ำกว่า 50% หรือประมาณ 7 หมื่นล้าน ต้องจ่ายให้กับผลิตภัณฑ์นำเข้าด้านการแพทย์และสาธารณสุข และหากมีการพัฒนาให้เข้มแข็งอาจจะเป็นการขยายสู่ตลาดต่างประเทศไม่ว่าจะเป็นการลงทุนหรือความร่วมมือต่างๆ

นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี

เลขาฯสปสช. กล่าวอีกว่า  โดยทั้ง 7 นวัตกรรม ที่ได้พัฒนาได้การนำเข้าสู่บัญชีหลักประกันสุขภาพ โดยจะยังเหลือชุดตรวจ Albii ที่จะต้องมีการพัฒนาเพิ่มเติมและนำเข้าสู่บัญชีเร็วๆนี้ โดยสามารถลดการนำเข้าได้จำนวนมาก อย่าง ชุดรองรับสิ่งขับถ่ายจากทวารเทียม ลดการนำเข้าได้ปีละ 300 ล้านบาท กระตุ้นให้เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียนในประเทศและสร้างความเข้มแข็งให้กับนักวิจัยไทย กลุ่มธุรกิจ เป็นต้น  ซึ่งจากการติดตามการใช้ผลิตภัณฑ์ในเบื้องต้นพบว่า ได้ผลดี อย่างการใช้ ชุดรองรับสิ่งขับถ่ายจากทวารเทียมผู้ป่วยที่ใช้แรกๆอาจจะยังไม่เข้าใจ แต่เมื่อมีการพัฒนาให้เหมาะสมกับการใช้งานก็ได้เสียงตอบรับที่ดี หรือรากฟันเทียม  เท้าเทียมไดนามิกเอสเพส แผ่นปิดกะโหลกเทียมเฉพาะบุคคล ก็พบว่าใช้ได้ดีเทียบเท่ามาตรฐานจากต่างประเทศที่เคยนำเข้ามาใช้ เพราะทุกผลิตภัณฑ์ผ่านการทดสอบและตรวจสอบมาตรฐานเป็นอย่างดี เพื่อให้คนไทยได้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุด โดยในแผนต่อไปก็จะมีการปรึกษาด้านผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับกระดูก เพราะมีการนำเข้ากว่า 3,500 ล้านบาท อุปกรณ์ทางสมองที่นำเข้ากว่า 2,000 ล้านบาท อุปกรณ์ทางหัวใจ 4,500 ล้านบาท อุปกรณเกี่ยวกับมะเร็งนำเข้ากว่า 5,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตามต้องมีการพิจารณาผลิตภัณฑ์ที่ไทยสามารถผลิตเองได้ ตามความพร้อมและความต้องการของตลาดด้วย

ศ.ดร.ปัทมาวดี โพชนุกูล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) กล่าวว่า สำหรับนักวิจัยไทยในกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กองทุน ววน.)   พร้อมในการพัฒนาด้านการแพทย์และสาธารณสุขมีประมาณ 350 คน ซึ่งคาดว่าเพียงพอต่อการพัฒนาวิจัยศึกษานวัตกรรมด้านการแพทย์และสาธารณสุข แต่สิ่งที่เป็นความท้าทายสำหรับนักวิจัยคือ ความเร็วการผลิตเครื่องมือแพทย์ อุปกรณ์ทางสาธารณสุข หรือยาชีววัตถุเป้าหมาย ที่มีกระบวนการซับซ้อนและขั้นตอน หรือการต่อยอดที่ต้องนำมาพิจารณาว่าสามารถที่จะต่อยอดให้เกิดประโยชน์มากที่สุดและขึ้นอยู่ที่ละชิ้นงานด้วย  นอกจากนี้ในการผลิตเครื่องมือหรืออุปกรณ์ต่างๆ จะต้องผ่านการรับรองและทดสอบในเงื่อนไขของสปสช. เพื่อให้ได้มาตรฐานและมีคุณภาพ ดังนั้นจะต้องมีการพัฒนาทั้งห้องปฏิบัติการทางคลินิก การสร้างความเข้าใจในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และส่งเข้าสู่อุตสาหกรรมเพื่อผลิต ทำให้การวิจัยรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สธ. และนางศุภมาส อิสรภักดี รมว.อว กำลังชมนวัตกรรมทางการแพทย์โดยฝีมือคนไทย

ศ.ดร.ปัทมาวดี กล่าวต่อว่า ในการทำความร่วมครั้งนี้สิ่งที่ต้องการมาก คือ รู้ความต้องการของจำนวนผู้ใช้งาน โดยทางสปสช. จะเป็นผู้กำหนดโจทย์ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ขึ้น เพื่อออกแบบงานวิจัยให้ตรงต่อความต้องการของผู้ป่วยและแพทย์มากที่สุด  และนักวิจัยสามารถทำงานได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงการสร้างเครือข่ายกับนักวิจัยต่างประเทศเพื่อนำองค์ความรู้มาพัฒนาผลิตภัณฑ์ของไทย อีกทั้งยังเป็นการสร้างระบบงานวิจัยด้านการแพทย์และสาธารณสุขให้ดียิ่งขึ้น และเป็นการขยายตลาดไม่เพียงแค่ในประเทศแต่ยังรวมถึงตลาดในต่างประเทศด้วย .

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'สังศิต' หนุนปฏิรูป 'ประกันสังคม' ไม่ทำลายหลักการ 'ไตรภาคี' เบรก 'พรรคส้ม' มองปัญหาสุดขั้ว

นายสังศิต พิริยะรังสรรค์ อดีตวุฒิสมาชิก เผยแพร่บทความเรื่อง ปฏิรูประบบประกันสังคม มีเนื้อหาดังนี้

'หมอวรงค์' ดักคอส้มขย่มประกันสังคม หวังดึงออกจากระบบราชการ ท้าแน่จริงแจ้งเอาคนผิดติดคุก

หมอวรงค์ ถามพรรคการเมืองบางพรรค ออกมาโวยวายประกันสังคม แบบต่อเนื่อง แต่ก็ไม่เห็นดำเนินคดี เอาติดคุกได้ เหมือนที่ผมเคย ทำเรื่องจำนำข้าว

หมอเหรียญทอง แจงชัดๆ โครงการ 3 พันบาท ผ่าตัดทุกโรค แห่ใช้บริการอื้อ รับสายโทรแทบไหม้

นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ได้โปรดแชร์ให้ทราบทั่วกันว่า เนื่องจากมีผู้ติดต่อสอบถามเกี่ยวกับการใช้บริการ "โครงการ 3,000 บาทผ่าตัดทุกโรค-500 บาทแอดมิตทุกโรค-บัตรทองแพลตตินั่ม จ่ายเงินเอง ราคา รพ.รัฐ...ไม่ต้องใช้ใบส่งตัว ทุกเขต ทุกจังหวัด ทั่วราชอาณาจักรตรงมาได้ที่ รพ.มงกุฎวัฒนะ"