'สังศิต' หนุนปฏิรูป 'ประกันสังคม' ไม่ทำลายหลักการ 'ไตรภาคี' เบรก 'พรรคส้ม' มองปัญหาสุดขั้ว

30 ม.ค. 2569- นายสังศิต พิริยะรังสรรค์ อดีตวุฒิสมาชิก เผยแพร่บทความเรื่อง ปฏิรูประบบประกันสังคม มีเนื้อหาดังนี้

วันหนึ่ง ในขณะที่ผมยังเป็นนักศึกษาคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผมได้มีโอกาสฟังปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “ จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน” โดยท่านอาจารย์ปํวย อึ้งภากรณ์ หลังการปาฐกถาจบลง ผมตั้งคำถามกับตัวเองว่าคนไทย จะมีโอกาสได้มีหลักประกันทางสังคม ตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดาจนกระทั่งถึงการมีโอกาสทางด้านการศึกษา ตั้งแต่วัยเด็กจนจบมหาวิทยาลัย การมีงานที่สุจริตทำ และการมีเงินบำนาญหลังการเกษียณอายุ ตามแนวความคิดของท่านอาจารย์ป๋วยได้อย่างไร? ผมไม่ใคร่มีความหวังว่าคนไทยจะมีโอกาสได้สัมผัสกับระบบนี้มากนัก มันเหมือนระบบในความฝัน ในอุดมคติมากกว่าจะเป็นเรื่องจริงในโลกนี้

ในกลางทศวรรษที่ 1980 เมื่อผมได้รับทุนการศึกษาจากมูลนิธิฟรีดรีช เอแบร์ค (Friedrich-Enert Stiftung) ให้ไปศึกษาต่อที่ประเทศเยอรมัน และในฐานะนักศึกษาผมต้องเข้าสู่ระบบการประกันสังคมของเยอรมันด้วย ที่นี่เองที่ทำให้ผมตื่นขึ้นมาจากความฝันและได้สัมผัสระบบประกันสังคมที่ได้รับการยกย่องว่าดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลกอย่างเป็นจริงเป็นครั้งแรก และทำให้ผมได้เรียนรู้ว่าระบบประกันสังคมนั้นมีคุณประโยชน์ต่อชีวิตของคนเยอรมันโดยทั่วไปอย่างไร

ในระหว่างการศึกษา เมื่อมูลนิธิ ฟรีดรีช เอแบร์คได้เชิญบรรดาผู้นำของสภาแรงงานต่างๆ ไปศึกษาดูงานการประกันสังคมของประเทศเยอรมัน ผมได้มีโอกาสร่วมเดินทางไปศึกษาดูงานด้วย

การศึกษาดูงานช่วยให้ผมเข้าใจระบบการประกันสังคมของเยอรมันดีขึ้น ผมได้เห็นสถาบันและกลไกการทำงาน รวมทั้งบทบาทของ สหภาพแรงงานในการมีส่วนร่วมกับระบบประกันสังคม

ในปี 2533 รัฐบาลพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ ได้ผลักดันพระราชบัญญัติประกันสังคมผ่านสภาผู้แทนราษฎรเป็นผลสำเร็จ ท่ามกลางความดีอกดีใจของผู้ใช้แรงงานเป็นจำนวนมากในขณะนั้น ผมยังจำได้ดีว่าวันนั้นผมอยู่ที่บ้านพิษณุโลกกับท่านอาจารย์นิคม จันทรวิทุร ที่ปรึกษาด้านแรงงานของท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีบทบาทอย่างสำคัญในการสนับสนุนพระราชบัญญัติฉบับนี้

กฎหมายและสำนักงานประกันสังคมเกิดขึ้นมายาวนานแล้วมากกว่า 30 ปี จากประสบการณ์ของผมพบว่ากฎหมายและองค์กรของภาครัฐที่เกิดขึ้นนานกว่า 10 ปีขึ้นไปล้วนแล้วแต่จะแสดงให้เห็นถึงจุดอ่อนและช่องโหว่จำนวนมาก ที่สมควรต้องมีการปรับปรุง แก้ไขและดำเนินการปฏิรูปอย่างต่อเนื่องอยู่เสมอ

ดังนั้นผมจึงไม่มีข้อสงสัยเลยว่าทำไม วันนี้จึงมีความจำเป็นต้องปรับปรุง แก้ไขและปฏิรูป กฎหมายประกันสังคมและสำนักงานประกันสังคมอย่างจริงจัง เพื่อให้ระบบการประกันสังคมของไทยมีความทันสมัย และตอบโจทย์ความต้องการของบรรดาผู้ประกันตนเองให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม และทำให้ระบบนี้อยู่ยั่งยืนได้ในระยะยาว

ระบบประกันสังคมมีหลักการที่ดี คือลูกจ้างต้องร่วมจ่าย เพื่อประโยชน์ของตนเองในระยะยาว เพื่อมีเกียรติและศักดิ์ศรี ไม่งอมืองอเท้า คอยแต่แบมือรับความเมตตาจากนายจ้างและภาครัฐเท่านั้น

ระบบประกันสังคมนี้เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อฝ่ายลูกจ้าง มุ่งเน้นให้ลูกจ้างเก็บออมเงินจากรายได้ตัวเองหนึ่งส่วน และบังคับให้นายจ้างกับภาครัฐ ร่วมสมทบอีกคนละส่วนรวมเป็นสามส่วน ดังนั้น ลูกจ้างจึงเป็นฝ่ายได้รับประโยชน์ มากกว่าเงินที่ตัวเองได้จ่ายไป นี่เป็นจุดแตกต่างจากการซื้อประกันของบริษัทเอกชน ที่ไม่มีใครมาร่วมจ่ายค่าประกันให้แก่เรา

ข้อดีอีกประการหนึ่งของระบบการประกันสังคม คือให้ผลประโยชน์แก่ลูกจ้างที่ครอบคลุมทั้งการเจ็บป่วย (ทั้งในและนอกการทำงาน) การคลอดบุตร การว่างงาน และชราภาพ ซึ่งไม่มีในระบบประกันของเอกชน

แน่นอนว่าการบริหารเงินก้อนมหีมาของสำนักงานประกันสังคม อาจยังมีจุดที่ควรปรับปรุงแก้ไข ให้เป็นมืออาชีพมากขึ้น เพื่อให้มีผลประโยชน์ตอบแทน งอกเงยมากขึ้น และให้เน้นบริการลูกค้าคือลูกจ้างผู้ร่วมจ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

มีผู้เสนอให้ระบบประกันสังคมออกจากการเป็นหน่วยงานของรัฐบาล แล้วเปลี่ยนไปเป็นองค์กรในกำกับของรัฐบาลแทน โดยมีโมเดลของสปสช. เป็นต้นแบบ ผมคิดว่าเราต้องอยู่ในโลกของความเป็นจริง และต้องประเมินสปสช. อย่างที่เป็นจริง ว่าสปสช. มีทั้งจุดแข็งและจุดอ่อน ซึ่งในขณะนี้การบริหารงานของสปสช. ทำให้โรงพยาบาลเอกชนจำนวนมากถอนตัวออกจากระบบของสปสช. เพราะไม่สามารถอดทนกับระบบการบริหารงานที่ขาดธรรมาภิบาล ของสปสช.ได้

แต่การปรับปรุงระบบประกันสังคม ไม่ว่าจะด้วยวิธีการใดจะต้องไม่ทำลายหลักการไตรภาคี ที่เน้นให้ลูกจ้าง นายจ้างและภาครัฐต้องร่วมจ่าย

ภาครัฐต้องโปร่งใสเปิดเผย ทำงานประชาสัมพันธ์เชิงรุกให้มากขึ้น เพื่อลบล้างข้อกล่าวหา ของบางพรรคการเมือง ที่ปั่นข้อมูลไม่ครบถ้วน และใช้วาทกรรมมายั่วยุฝ่ายลูกจ้างให้โกรธแค้นประกันสังคม และหันมาเทคะแนนเสียงให้แก่พรรคการเมืองนั้น โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ พรรคการเมืองนี้เห็นแต่จุดอ่อนจำนวนมากมายของประกันสังคม แต่ไม่เห็นข้อดี และไม่เคยพูดถึงข้อดีของประกันสังคมเลย พวกเขามองปัญหาอย่างสุดขั้ว เห็นว่าอะไรที่เป็นของภาครัฐแล้วต้องเลวไปหมด อะไรที่เป็นของภาคเอกชนแล้วจะดีไปหมด ไม่เข้าใจหลักการของการประกันสังคมแม้แต่น้อย เป็นพวกคิดแบบตัดตอนประวัติศาสตร์ ไม่รู้ความเป็นมาทางประวัติศาสตร์ของประกันสังคมไทย คิดแต่จะถอนรากถอนโคนระบบนี้ให้เป็นไปตาม ตามความต้องการของตนเอง เท่านั้น

ระบบไตรภาคีแบบนี้ ช่วยให้ลูกจ้างมีสิทธิ์มีเสียงในการบริหารเงินของตน ไม่ต้องรอให้พรรคการเมืองใดมาแอบอ้างเป็นตัวแทน เข้าไปวุ่นวายกับ ประกันสังคม สิ่งที่ต้องปรับปรุงอย่างยิ่ง คือต้องทำให้ลูกจ้างเห็นความสำคัญ ได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง และมีช่องทางเข้าไปมีส่วนร่วมบริหารเงินกองทุน และผู้บริหารของประกันสังคมต้องตอบสนองต่อความเรียกร้องต้องการของลูกจ้างได้อย่างทันการ นี่ต่างหากที่เป็นประเด็นสำคัญ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

พรรคประชาชน แสดงจุดยืนคัดค้าน 'มิน อ่อง หล่าย' เยือนไทย เปิด 6 ข้อเรียกร้องรัฐสภา-รัฐบาล

นายอนุสรณ์ ธรรมใจ สส.กทม. พรรคประชาชน (ปชน.) พร้อมด้วยนายศิรชัช ตรีวิศวเวทย์ คณะทำงานโครงการเครือข่ายประชาธิปไตยอาเซียนเพื่อสันติภาพ สิทธิมนุษยชน และการพัฒนาอย่างยั่งยืน แถลงคัดค้านการเยือนไทยอย่างเป็นทางการของพลเอกอาวุโส มิน ออง ไลง์

ไร้จิตสำนึก! ภคมนอัด 'หมอสรณ' ยื้อเก้าอี้ประธาน กสทช.

'ภคมน' ซัด ไม่เห็นจิตสำนึก 'หมอสรณ' ยื้อนั่งประธาน กสทช. เหน็บให้เหตุผลแบบศรีธนญชัย อ้างกลัวผิดม. 157 ทั้งที่ไม่มีคุณสมบัติตั้งแต่แรก จี้ 'นายกฯ' เลิกแบก ยื่นโปรดเกล้าฯปลดพ้นตำแหน่งได้แล้ว

'โรม' ข้องใจโกงท้องถิ่นตัดตอนนักการเมือง! ฟุ้งขยี้ต่อ

'รังสิมันต์' ลุยสอบทุจริตสอบท้องถิ่น ต่อ จี้ ปปง.สอบฟอกเงิน เร่งอายัดทรัพย์สิน ถามฝ่ายการเมืองถูกตัดตอน-ลอยนวลพ้นผิดเหน็บ 'อนุทิน' รับแต่ชอบ ไม่รู้ในอนาคตมาตรการป้องกันจะรัดกุมหรือไม่

'ลลิดา' สอน 'ไอซ์' บอกงบน้ำบาดาลเคาะพื้นที่ก่อนเลือกตั้ง!

รองโฆษกรัฐบาล แจง 'รักชนก' ปมงบน้ำบาดาล ย้ำโครงการกำหนดพื้นที่ก่อนเลือกตั้ง ชี้คำขอกว่า 900 แห่ง อนุมัติ 858 แห่งตามหลักเกณฑ์ ไม่ใช่จัดสรรตามการเมือง

อนุกมธ.ติดตามงบฯ แฉจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ใช้วิธีเฉพาะเจาะจง 1 แสนโครงการทั่วประเทศ เอื้อทุจริตงบกว่า 5 หมื่นล้านบาท

นายวิสุทธิ์ ตันตินันท์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการ (กมธ.) ศึกษาการปฏิรูปการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ภายใต้คณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร แถลงความคืบหน้า "การศึกษาการปฏิรูปการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ" ว่า คณะอนุกรรมาธิการชุดนี้ประกอบด้วยตัวแทน สส.