สอวช.-นาโนเทค ระดมสมองจัดทำแผนที่ 'นาโนเทคฯ'รับมือโลกอนาคต 'สังคมไฮบริด  '

ในการประชุม  “การจัดทำแผนที่นำทางการวิจัยและพัฒนานาโนเทคโนโลยีของประเทศไทย พ.ศ.2571–2575” ครั้งที่ 1 จัดโดยสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.)ร่วมกับ ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (ศน.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)ซึ่งมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ เอกชนภาคการศึกษา มหาวิทยาลัย และอุตสาหกรรม เข้าร่วมการประชุมเพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางของเทคโนโลยีที่มีอิทธิพลต่ออนาคตของประเทศไทยและโลก

ดร.สุรชัย สถิตคุณารัตน์ ผู้อำนวยการ สอวช. เปิดเผยว่า แผนที่นำทางฉบับใหม่นี้นับเป็นครั้งที่ 4 โดยที่ผ่านมาได้มีการจัดทำแผนที่นำทางมาแล้ว 3 ฉบับ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553-2564 ซึ่ง สอวช.และนาโนเทคได้ร่วมกันประเมินผลเพื่อทบทวนความสำเร็จและประเด็นที่ควรปรับปรุงเพื่อยกระดับแผนที่นำทางฉบับใหม่ให้ตอบโจทย์ได้ดียิ่งขึ้น แผนฉบับใหม่นี้จะไม่ทำทุกเรื่องแต่จะเลือกทำในประเด็นสำคัญก่อน โดยมี 4 ประเด็นหลัก ได้แก่ Nano for Advanced and High-Quality   Healthcare, Nano for Green Technology & Climate Change Solutions, Nano for Smart and  Sustainable AgriFood, และ Nano for safety and ethics  และเตรียมเชื่อมโยงกับร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 14 รวมถึงแผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (ววน.) และแผนด้านการอุดมศึกษาเพื่อผลิตและพัฒนากำลังคนของประเทศ ที่ได้จัดทำแผนฯ ในปีพ.ศ. 2571-2575 เช่นเดียวกัน

บรรยากาศเวิร์กช้อป

“ในแผนที่นำทางฉบับก่อนสิ่งที่ยังขาดคือกลไกขับเคลื่อนที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงงบประมาณที่สอดคล้องต่อการนำแผนไปสู่การปฏิบัติจริง เราอาจนำแผนที่นำทางที่ได้จากการระดมสมองร่วมกันครั้งนี้ นำเสนอต่อสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ เพื่อขับเคลื่อนในระดับชาติ โดยภาครัฐจะเป็นผู้เชื่อมโยงแต่การขับเคลื่อนต้องอาศัยพลังจากภาคเอกชน อุตสาหกรรม และสถาบันการศึกษา” ดร.สุรชัย กล่าว

ดร.สุรชัย สถิตคุณารัตน์

สอดคล้องกับ ดร.อุรชา รักษ์ตานนท์ชัย ผู้อำนวยการ ศน. ที่กล่าวว่า แผนที่นำทางฯ ทั้ง 3 ฉบับที่ผ่านมามุ่งเน้นภาพรวมของโครงสร้างประเทศ แต่แผนฉบับใหม่นี้จะเปลี่ยนแนวทางโดยใช้โจทย์จากภาคอุตสาหกรรมเป็นตัวตั้ง แล้วมองย้อนกลับไปเกือบ 20ปีของการพัฒนางานวิจัยและระบบนวัตกรรมในประเทศ

ด้าน ดร.คมเมธ จิตวานิชไพบูลย์ ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายศูนย์คาดการณ์เทคโนโลยีเอเปค สอวช. กล่าวว่า ทิศทางการพัฒนาเทคโนโลยีนาโนจะต้องสอดคล้องกับแนวโน้มโลกในปี 2030 ซึ่งจะเป็นยุคของ “สังคมไฮบริด”ที่ปัญญาประดิษฐ์จะเข้ามาผสมผสานกับการทำงาน การตัดสินใจ และการใช้ชีวิต ส่งผลให้ความคิดสร้างสรรค์สุขภาวะ และความเท่าเทียมมีบทบาทสูงขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่ม Gen Z และ Gen Alpha ที่จะเป็นแรงผลักสำคัญของการขับเคลื่อนสังคมและนวัตกรรมสำหรับบทบาทของนาโนเทคโนโลยีในอนาคต  
“อนาคตจะมีการบรรจบกันของนาโนเทคกับศาสตร์อื่น เช่น แพทย์แม่นยำ สุขภาพเฉพาะบุคคล และการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียนโดยตลาดนาโนเทคทั่วโลกคาดว่าจะเติบโตจาก 91.18 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2024 สู่ 333.73พันล้านดอลลาร์ในปี 2032″ดร.คมเมธ กล่าว

ผอ. อาวุโสฝ่ายศูนย์คาดการณ์เทคโนโลยีเอเปค สอวช. กล่าวอีกว่า สำหรับแผนพัฒนานาโนเทคโนโลยีนี้จะถูกเชื่อมโยงแผน ววน. ซึ่งเป็นเครื่องมือหลักในการขับเคลื่อนนโยบาย โดยเฉพาะการจัดสรรงบประมาณและหากสามารถขับเคลื่อนได้จริง ก็จะเกิดประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมต่อทุกภาคส่วน

ดร.คมเมธ จิตวานิชไพบูลย์


“นโยบายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีต้องไปด้วยกันกับความเข้าใจในทิศทางโลกความท้าทายระหว่างประเทศ และเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน”ดร.คมเมธ กล่าว

ทั้งนี้ ในจัดการประชุมฯ ยังได้มีการแบ่งห้องประชุมกลุ่มย่อยจำนวน 3 ห้อง เพื่อเปิดเวทีระดมสมองจากผู้เชี่ยวชาญนักวิจัย และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในแต่ละสาขาโดยมุ่งเน้นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีนาโนเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนของประเทศ ได้แก่ ห้อง “Nano for Advancedand High-Quality Healthcare”ซึ่งมุ่งเน้นการยกระดับระบบบริการสุขภาพของประเทศผ่านการพัฒนาแพลตฟอร์มการแพทย์แม่นยำ (Precision  Medicine)ที่ผสมผสานเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ากับมาตรฐานคุณภาพด้านการรักษาเพื่อประยุกต์ใช้ในเวชศาสตร์เชิงป้องกันและการดูแลผู้ป่วยอย่างมีประสิทธิภาพ    ลดภาระค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมสุขภาพ และผลักดันไทยสู่การเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ  (Medical Hub), ห้อง “Nano for Green Technology & Climate Change Solutions”ที่เน้นการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การส่งเสริมพลังงานการตรวจวัดและบำบัดคุณภาพน้ำและอากาศ รวมถึงการจัดการก๊าซเรือนกระจกและมลพิษ ตลอดจนการเพิ่มมูลค่าจากวัสดุเหลือทิ้ง สนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) บรรลุเป้าหมายCarbon Neutrality 2050 & Net Zero 2065 และห้อง “Nano for Smart and Sustainable AgriFood”  ซึ่งมุ่งส่งเสริมระบบเกษตรอัจฉริยะและยั่งยืน ด้วยการใช้เทคโนโลยีนาโนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตให้ได้มาตรฐานการแปรรูปและเพิ่มมูลค่าทางโภชนาการของผลผลิต การยืดอายุการเก็บรักษาโดยคำนึงถึงการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อสนับสนุนความมั่นคงทางอาหารของประเทศในระยะยาว

ดร.อุรชา รักษ์ตานนท์ชัย

 ทั้งนี้ ในการประชุมทุกกลุ่มยังให้ความสำคัญกับประเด็น ความปลอดภัยของนาโนฯ Nanosafety และจริยธรรมการใช้นาโนฯ ( Nanoethics  ซึ่งถือเป็นประเด็นข้ามสาขาที่จำเป็นต้องพิจารณาร่วมกันเพื่อให้การพัฒนาเทคโนโลยีนาโนของไทยเป็นไปอย่างมีจริยธรรม ปลอดภัย และก่อประโยชน์อย่างแท้จริงต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

โทฟู สกินแคร์ ผนึก สวทช. ปั้นโมเดล 'Soft Power' สมุนไพรไทย เผยโฉมนวัตกรรม Think Plus A.M. บุกตลาด Brain Booster

บริษัท โทฟู สกินแคร์ จำกัด ในฐานะ Asia’s No.1 Beauty Destination Hub ผู้นำด้านนวัตกรรมความงามและสุขภาพ ประกาศยุทธศาสตร์ความร่วมมือครั้งสำคัญกับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดย ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (NANOTEC) ภายในงานแถลงข่าวเปิดตัวโครงการ “PhytoEX Celebrity Accelerator Program” และ “PhytoEX Innovation Competition 2026”

สวทช. โดยแพลตฟอร์ม PhytoEX เปิดตัว 2 โครงการหนุนสร้างผลิตภัณฑ์นวัตกรรมด้วยสารออกฤทธิ์มูลค่าสูงจากสมุนไพรไทย

เทรนด์สังคมสูงวัยที่ไม่ใช่แค่ความแก่ชรา แต่เป็นเรื่องของสุขภาพ อายุยืนยาว และความสวยความงาม สวทช. โดย แผนงานนวัตกรรม PhytoEX เปิดตัว 2 โครงการ PhytoEX Celebrity Accelerator Program

สวทช.-สสส.-ภาคีเครือข่าย 12 องค์กร MOU ผนึกกำลังผลักดันนโยบายส่งเสริมองค์กรไทยพัฒนา 'เว็บไซต์-โมบายแอปพลิเคชัน ที่ทุกคนเข้าถึงได้' ด้วยมาตรฐานสากล

สวทช.-สสส.-ภาคีเครือข่าย 12 องค์กร MOU ผนึกกำลังผลักดันนโยบายส่งเสริมองค์กรไทยพัฒนา “เว็บไซต์-โมบายแอปพลิเคชัน ที่ทุกคนเข้าถึงได้” ด้วยมาตรฐานสากล “WCAG” ช่วยคนพิการ-คนเปราะบาง เข้าถึงบริการดิจิทัล-สร้างสุขภาวะดี อุดช่องว่าง ปี 68 พบ คนพิการ 2 ล้านคน เผชิญความเหลื่อมล้ำ ขาดโอกาสเข้าถึงบริการสุขภาพ-การเงิน-การศึกษา

กปภ. ผนึก สวทช. นำเทคโนโลยีดิจิทัล ยกระดับคุณภาพบริการประชาชน

การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) โดยนายจักรพงศ์ คำจันทร์ ผู้ว่าการ กปภ. ร่วมกับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. ลงนาม MOU โครงการสนับสนุนการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมมาใช้ในการบริหารจัดการระบบรับเรื่องร้องเรียนและการให้บริการอื่น ๆ เพื่อยกระดับการให้บริการน้ำประปาแก่ประชาชน ณ กปภ. สำนักงานใหญ่ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2568