สวทช.-สสส.-ภาคีเครือข่าย 12 องค์กร MOU ผนึกกำลังผลักดันนโยบายส่งเสริมองค์กรไทยพัฒนา 'เว็บไซต์-โมบายแอปพลิเคชัน ที่ทุกคนเข้าถึงได้' ด้วยมาตรฐานสากล

เมื่อเร็วๆนี้ ที่โรงแรมแมนดาริน กรุงเทพฯ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ภาคีเครือข่ายภาครัฐ และภาคประชาสังคม 12 องค์กร จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการส่งเสริมการเข้าถึงเนื้อหาและบริการดิจิทัลโดยสะดวกถ้วนหน้า เพื่อผลักดันแนวทางปฏิบัติการพัฒนาเนื้อหาเว็บไซต์และโมบายแอปพลิเคชันที่คนพิการและกลุ่มเปราะบาง สามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้จริง

ศ.ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวว่า สวทช. ให้ความสำคัญกับการสร้างความเสมอภาคทางดิจิทัลในสังคมไทย ที่ผ่านมาได้สนับสนุนให้น่วยงานภาครัฐพัฒนาแพลตฟอร์มบริการสารสนเทศตามระบบราชการ 4.0 เพื่อให้เข้าถึงได้ง่ายและเป็นมิตรต่อประชาชน การลงนามความร่วมมือครั้งนี้ สวทช. จะร่วมกับ สสส. และภาคีเครือข่าย ยกระดับคุณภาพงานดิจิทัลของหน่วยงานภาครัฐและภาคประชาสังคมให้มีคุณภาพตามมาตรฐานสากล โดยจะผลักดันข้อกำหนดและมาตรฐานการพัฒนาเว็บไซต์ที่ทุกคนเข้าถึงได้สู่มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม หรือ มอก. เพื่อให้เป็นแนวทางในการสร้างเนื้อหาและบริการดิจิทัลบนเว็บไซต์และโมบายแอปพลิเคชันที่ช่วยให้ทุกคนเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัลส่งเสริมการใช้ชีวิตได้อย่างสะดวก สร้างแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการในการพัฒนาเนื้อหาดิจิทัล ที่ช่วยให้คนพิการและกลุ่มเปราะบางทุกคนใช้งานได้อย่างเท่าเทียม

นางญาณี รัชต์บริรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักสร้างเสริมระบบสื่อและสุขภาวะทางปัญญา สสส. กล่าวว่า คนพิการในไทยต้องเผชิญความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงระบบบริการดูแลสุขภาพ จากรายงานสถานการณ์คนพิการในประเทศไทย ปี 2568 โดยกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พบว่า ไทยมีคนพิการอยู่ 2,280,409 คน คิดเป็น 3.45% ของประชากรทั้งหมด ในจำนวนนี้ส่วนใหญ่เผชิญปัญหาการเข้าไม่ถึงเทคโนโลยีดิจิทัล สาเหตุเกิดจากพื้นที่ออนไลน์ไม่ได้ออกแบบให้เป็นมิตรกับผู้พิการ และการขาดทักษะเท่าทันสื่อและการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ส่งผลให้ขาดโอกาสเข้าถึงบริการสุขภาพและบริการพื้นฐานอื่นๆ ที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิต

“การลงนามความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายครั้งนี้ สสส. จะเดินหน้าสร้างสังคมที่ทุกคนสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากดิจิทัลได้อย่างเท่าเทียม สนับสนุนการขับเคลื่อนงาน 4 มิติ ได้แก่ 1.สนับสนุนการจัดทำแนวทางปฏิบัติการพัฒนาเนื้อหาเว็บไซต์และโมบายแอปพลิเคชันที่ทุกคนเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้ตามแนวทางปฏิบัติของ Web Accessibility Initiative ขององค์กร World Wide Web Consortium 2.ผลักดันและขับเคลื่อนกิจกรรมที่ทำให้นักออกแบบ นักพัฒนาระบบ และผู้ให้บริการดิจิทัลตระหนักถึงความสำคัญของการเข้าถึงเนื้อหาและบริการดิจิทัลอย่างทั่วถึง 3.สนับสนุนองค์ความรู้ เครื่องมือ และเทคโนโลยีที่ใช้ในการส่งเสริมและตรวจสอบความสามารถในการเข้าถึงเนื้อหาและบริการดิจิทัล 4.ผลักดันนโยบายที่ส่งเสริมให้คนพิการ และคนกลุ่มเปราะบาง เข้าถึงข้อมูลและบริการด้านสาธารณสุข การศึกษา และการเงิน ได้อย่างสะดวกและเท่าเทียม” นางญาณี กล่าว

ดร.ศรีดา ตันทะอธิพานิช กรรมการผู้จัดการ มูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย กล่าวว่า ที่ผ่านมามูลนิธิ ร่วมกับ สสส. และภาคีเครือข่าย ขับเคลื่อนงานลดความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัลของคนพิการ และหนุนการเข้าถึงระบบดิจิทัลในการดูแลสุขภาวะ มีการดำเนินงานที่สำคัญได้แก่ 1.ปรับปรุงแนวปฏิบัติมาตรฐานเว็บไซต์ที่ทุกคนเข้าถึงได้ให้ทันสมัยและได้มาตรฐานสากล 2.อบรมบุคลากรพัฒนาเว็บไซต์ ตามแนวทาง TWCAG 2025 3.ตรวจสอบคุณภาพเว็บไซต์ที่ทุกคนเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้จริงด้วยเว็บเช็คของ สวทช. 4.อบรมคนพิการให้มีทักษะรู้เท่าทันสื่อ พร้อมยกระดับเป็นผู้เชี่ยวชาญในการร่วมตรวจรับรองเว็บไซต์ตามมาตรฐาน WCAG ทั้งนี้ ในปี 2569 มูลนิธิฯ จะร่วมผลักดันนโยบาย มาตรการ และตัวชี้วัดระดับชาติในการสร้างบริการดิจิทัลที่ทุกคนเข้าถึงได้ เดินหน้าพัฒนาศักยภาพนักพัฒนาเว็บไซต์และผู้ดูแลเนื้อหาในองค์กร ให้มีทักษะการออกแบบเว็บไซต์เพื่อการเข้าถึง (Accessibility) รวมถึงฝึกอบรมคนพิการให้เป็น “ผู้เชี่ยวชาญด้าน WCAG” เพื่อร่วมออกแบบ ตรวจสอบ และประเมินเว็บไซต์ ที่สำคัญ คือการเสริมสร้างแรงจูงใจด้วยกิจกรรมยกย่องเชิดชูเกียรติองค์กรที่พัฒนาเว็บไซต์ให้เป็นมิตรกับคนพิการ และเปิดช่องทางให้คนพิการเข้ามารายงานปัญหาการเข้าถึง เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมในการติดตามและเสนอแนะแนวทางพัฒนาเว็บไซต์ที่ทำได้จริง.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เตือนภัยแก๊งค้ายาออนไลน์งัดกลยุทธ์เจาะนักเสพหน้าใหม่

เปิดผลวิจัย พบแก๊งค้ายาออนไลน์ ใช้โค๊ดลับ ขาย-ส่ง ยาเสพติดผ่านอีคอมเมิร์ซ ส่งผ่านไรเดอร์ เก็บเงินปลายทาง ห่วงเด็ก เยาวชน เป็นเหยื่อนักเสพหน้าใหม่

“ยศชนัน” ส่งมอบนวัตกรรม “น้ำสะอาด” จากงานวิจัยสู่ชุมชนริมกก ผนึก สวทช.–ซินโครตรอน ส่งแม่แบบระบบผลิตน้ำประปากำจัดสารหนู สร้างความมั่นคงด้านน้ำให้ประชาชน

วันที่ 29 สิงหาคม 2569 ศาลาประชาคมเมืองงิม ต.ริมกก อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย :กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สวทช. และ สซ. เดินหน้าต่อยอดงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์จริง โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว.

“รมว.พัฒนา” ยัน รัฐบาลไม่เอาบุหรี่ไฟฟ้า 100% มอบนโยบายจัดตั้งคณะทำงานกำหนด KPI ร่วม สสส. - สธ. เห็นชอบแผนเลิกยาสูบ-นิโคติน แบบไร้รอยต่อ

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ในฐานะรองประธานกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) คนที่ 1 เป็นประธานการประชุมกรรมการกองทุนฯ ครั้งที่ 7/2569

‘นาโนเทค-การแพทย์แผนไทย’ ลงนาม MOU งัดนวัตกรรม อัพเกรดสมุนไพรสู่สากล ดัน Soft Power สุขภาพ

กรมการแพทย์แผนไทยฯ จับมือ สวทช. โดยศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) ลงนามลงบันทึกความเข้าใจ (MOU) ครั้งประวัติศาสตร์

สสส. พร้อมร่วมงาน รพ.ชุมชน ตามนโนบาย รมว.สาธารณสุข ยึดเป้าหมายเดียวกัน สร้างเสริมสุขภาพ-ป่วย-เจ็บ น้อยลง อายุคาดเฉลี่ยเพิ่ม ลดงบรักษา

จากกรณีที่ นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวในงานประชุมวิชาการโรงพยาบาลชุมชน ให้สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ทำงานร่วมกับโรงพยาบาลชุมชน และระบบบริการปฐมภูมินั้น นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า สสส. ยินดีทำงานร่วมกับ รพ.ชุมชน ได้หารือเบื้องต้นกับ

'เปลี่ยนผู้เสพ' สู่คนมีอาชีพ คืนสังคมอย่างมีศักดิ์ศรี  

“ชุมชนล้อมรักษ์แปลงยาว” เปลี่ยนผู้เสพสู่คนมีอาชีพ เผยใช้ชุมชนเป็นฐานดูแลผู้เข้ารับการบำบัดยาเสพติด ดึงภาครัฐ-เอกชน ชุมชน ตำรวจ ร่วมติดตามต่อเนื่อง พร้อมสร้างอาชีพและรายได้ หวังลดการกลับไปเสพซ้ำ และเปิดพื้นที่ให้ผู้ผ่านการบำบัดกลับคืนสู่สังคมอย่างมีศักดิ์ศรี